svasdssvasds

เริ่มเทศกาลเป่าคดี? กระแสข่าวอนุกรรมการฯ ชง 'ศักดิ์สยาม-ฮั้ว สว.' ไม่ผิด?!

เริ่มเทศกาลเป่าคดี? กระแสข่าวอนุกรรมการฯ ชง 'ศักดิ์สยาม-ฮั้ว สว.' ไม่ผิด?!

หลังพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งและกำลังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เริ่มมีกระแสข่าวขององค์กรอิสระต่างๆ ชงเรื่องเป่าคดี อาทิ คดีฮั้วเลือก สว. หรือคดีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญ

SHORT CUT

  • เกิดกระแสข่าวว่าคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. สรุปสำนวนคดีหุ้นของศักดิ์สยาม ชิดชอบ ว่าไม่มีความผิด ซึ่งขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เลขาธิการ ป.ป.ช. ได้ออกมาปฏิเสธในภายหลัง
  • อนุกรรมการ กกต. มีมติเสียงข้างมากเห็นแย้งกับคณะกรรมการสืบสวนฯ โดยชี้ว่า 229 ผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. ไม่มีมูลความผิด
  • ทั้งสองเหตุการณ์ทำให้เกิดข้อกังขาต่อการทำงานขององค์กรอิสระ ว่าอาจเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้กับพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่?

หลังพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งและกำลังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เริ่มมีกระแสข่าวขององค์กรอิสระต่างๆ ชงเรื่องเป่าคดี อาทิ คดีฮั้วเลือก สว. หรือคดีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญ

ย้อนไปเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2567 องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยให้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ สิ้นสุดสมาชิกภาพจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตามที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (5) ประกอบมาตรา 187 ที่กำหนดข้อห้าม สส. ถือครองหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด 

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 มีการรายงานข่าวจากสื่อออนไลน์แห่งหนึ่งว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. สรุปสำนวนเบื้องต้นรายงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ ว่า ศักดิ์สยาม อดีต รมว.คมนาคม และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน กรณียังคงไว้ซึ่งหุ้น และเป็นเจ้าของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ทั้งๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเอาไว้ว่ามีความผิดฐานคงไว้ซึ่งหุ้น และเป็นเจ้าของตัวจริง จนต้องหลุดจากเก้าอี้ไปตั้งแต่ปี 2567 

'เนชั่นทีวี' ตรวจสอบไปยัง สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เกี่ยวกับข่าวนี้ ได้รับคำตอบว่า “ไม่ใช่ข่าวจริง” พร้อมย้ำว่า “ได้ตรวจสอบกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ และคณะทำงานชุดต่างๆ ยืนยันว่าไม่มีการสรุปเรื่องนี้ และไม่มีการเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช. เพื่อรับทราบ หรือลงมติเกี่ยวกับกรณีบัญชีทรัพย์สินของศักดิ์สยาม

ศักดิ์สยาม ชิดชอบ

วันที่ 12 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า อนุกรรมการ กกต. คณะที่ 36 ได้ประชุมพิจารณา มีมติ 5:2 เห็นค้านกับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ระบุว่าทั้ง 229 คน ไม่มีมูลความผิดและอยู่ในขั้นตอนทำความเห็นเสนอมติต่อ กกต.ชุดใหญ่ 7 คน ให้รับทราบต่อไป

ก่อนหน้านี้ กกต. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 เป็นคณะทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยสรุปสำนวน กล่าวหาว่ากระทำความผิด จำนวน 229 ราย ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน 138 ราย กรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. สมาชิกพรรคการเมือง และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง อีกจำนวน 91 ราย แต่ต่อมา กกต.โดยอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธาน กกต. กลับได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 แทน

การเลือก สว.

สองเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการตั้งคำถามจากผู้คนบนโลกออนไลน์อย่างกว้างขวางถึงทิศทางการทำงานขององค์กรอิสระที่เป็นคุณกับคดีความที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับแกนนำของพรรคภูมิใจไทย ภายหลังการเลือกตั้งที่พรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะมาเป็นอันดับหนึ่งและกำลังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยจะมีการโหวตเลือกประธานรัฐสภาวันที่ 15 มีนาคม และเลือกนายกรัฐมนตรีประมาณวันที่ 19 มีนาคมนี้ จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลชุดใหม่ที่นำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยอาจจะต้องพิสูจน์ความจริงใจและความโปร่งใสของการดำเนินงานขององค์กรอิสระที่ไม่ถูกแทรกแซงโดยอำนาจทางการเมือง

อนุทิน ชาญวีรกูล

related