
SHORT CUT
เปิดแผลโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 5 หมื่นล้าน ส่อล็อกสเปก-ถือหุ้นไขว้ 120 บริษัท ด้านฝ่ายค้านพรรคประชาชนขยี้หนัก เป็นจุดอ่อนรัฐบาลสีน้ำเงินเตรียมซักฟอก ธ.ค.นี้
การเมืองเข้มข้นขึ้นตามลำดับ เมื่อพรรคฝ่ายค้านวางคิวเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างวันที่ 7-11 ธันวาคมนี้ โดยพรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้เริ่มโหมโรงเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลอย่างหนัก ซึ่งหลายโครงการของ 'รัฐบาลสีน้ำเงิน' กำลังกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ถูกนำมาขยี้เพื่อดิสเครดิตและสร้างแรงสะเทือนทางการเมือง
หนึ่งในโครงการปมร้อนคือ 'โครงการโซลาร์ภาคประชาชน' มูลค่าสูงถึง 50,000 ล้านบาท ภายใต้กรอบ พ.ร.ก.กู้เงินฯ 2 แสนล้านบาท ก้อนหลัง ตั้งเป้าหมายไว้ 1 ล้านหลังคาเรือน โดยรัฐช่วยสนับสนุน 50,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสว่าอาจส่อ 'ล็อกสเปก' เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนที่หนุนหลังรัฐบาล
ศุภโชติ ไชยสัจ สส.พรรคประชาชน ระบุว่าเงื่อนไขในปฏิบัติต้องวางเงินประกันผลงานสูงถึง 60,000 บาทต่อหลัง ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยและ SME ไทยต้องจำใจถอนตัวออกไปถึง 60-70% เหลือบริษัทที่ผ่านเข้ารอบเพียง 30% หรือประมาณ 100 กว่ารายเท่านั้น ทำให้การแข่งขันเสรีตามที่รัฐอ้างไม่เกิดขึ้นจริง
จากการตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่เหลืออยู่ พบข้อพิรุธน่าสงสัย 2 ประการใหญ่ คือ มีบริษัทมากกว่า 60 แห่งจดทะเบียนที่อยู่สำนักงานเดียวกัน และมีบริษัทมากกว่า 120 แห่งที่มีรายชื่อกรรมการและผู้ถือหุ้นไขว้กันไปมา โดยใช้นามสกุลเดียวกันซ้ำๆ เปรียบเสมือน 'วิชาแยกร่าง' หรือการเล่นเก้าอี้ดนตรี เพื่อปิดกั้นการแข่งขัน
ทางด้านพรรคประชาธิปัตย์ โดย ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ร่วมตั้งข้อสังเกตเรื่องการหักหัวคิว โดยระบุข้อมูลว่าผู้รับเหมาพร้อมติดตั้งราคา 1.1 แสนบาท แต่ขายให้ประชาชน 1.4 แสนบาท เกิดส่วนต่างราว 30,000 บาท ขณะที่ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร จากพรรคประชาชน กังวลว่าเงินกู้มหาศาลจะตกไปอยู่กับทุนต่างชาติและนายหน้าไทยที่กินส่วนต่าง มากกว่าการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย
โครงการโซลาร์ภาคประชาชนถือเป็นอีกหนึ่งจุดด่างพร้อยที่ซ้ำรอยโครงการฉาวก่อนหน้าของค่ายสีน้ำเงิน เช่น โครงการ TH-AI Passport (วงเงิน 1.6 พันล้านบาท) ของ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ที่ยังไม่เห็นผลงานเป็นรูปธรรม ประกอบกับประเด็นปัญหาก่อนหน้าที่รัฐบาลกำลังเสียภาพลักษณ์ ทั้งคดีโกง สว., เขากระโดง และปัญหาน้ำท่วมใหญ่
ด้วยพฤติการณ์ที่ส่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน พรรคประชาชนจึงเรียกร้องไปยัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้หยุดดำเนินงานและยกเลิกโครงการโซลาร์ภาคประชาชนทันที หากยังไม่สามารถสร้างความโปร่งใสและตอบข้อสงสัยของสังคมได้
ขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ออกมายืนยันแข็งกร้าวว่า โครงการนี้ไม่มีการล็อกสเปกแน่นอน เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการประมูล พร้อมตอบโต้ประเด็นการเรียกเก็บค่าหัวคิวอย่างดุดันว่า 'ไม่มี ถ้าใครทำผมก็หักคอ แค่นั้นแหละ' ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่กำลังจับตาดูศึกอภิปรายครั้งนี้อย่างใกล้ชิด