
พามาส่องงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 แบรนด์ไทยขนสินค้า-นวัตกรรม บุกตลาดเพียบ!
เริ่มแล้ว! งานใหญ่สายอาหารและเครื่องดื่มแห่งเอเชีย ‘THAIFEX-ANUGA ASIA 2026’ กลับมาคึกคักอีกครั้ง ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดโลกที่ร้อนแรงขึ้นทุกปี โดยปีนี้แบรนด์ไทยทั้งรายใหญ่-เอสเอ็มอี ต่างขนทัพสินค้าใหม่ นวัตกรรมอาหาร เครื่องดื่ม สุขภาพ ไปจนถึงเทรนด์รักษ์โลก มาจัดเต็มหวังปักหมุดตลาดต่างประเทศ และขยายฐานผู้บริโภครุ่นใหม่ทั่วโลก
ภายในงานเต็มไปด้วยสีสันของธุรกิจอาหารยุคใหม่ ตั้งแต่โปรตีนทางเลือก อาหารฟังก์ชัน เครื่องดื่มสุขภาพ ไปจนถึงแพ็กเกจจิ้งรักษ์โลก สะท้อนให้เห็นว่า ‘อุตสาหกรรมอาหารไทย’ กำลังเร่งปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้
พามาส่องว่าแต่ละแบรนด์ขนทัพอะไรกันมา มาเริ่มที่ บริษัท ลัคกี้ ยูเนี่ยน ฟู้ดส์ จำกัด (LUF) ผู้ผลิตอาหารทะเลแปรรูปแช่แข็งภายใต้แบรนด์ “Kani Family” เดินหน้ากลยุทธ์รุกตลาดเต็มรูปแบบในปี 2026 ด้วยการใช้เวที THAIFEX – Anuga Asia เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมตั้งเป้าผลักดันรายได้รวมแตะระดับ 4,000 ล้านบาท จากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป
คุณศิริวรรณ ทวีปเรืองอุดม ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลัคกี้ ยูเนี่ยน ฟู้ดส์ จำกัด (LUF) ผู้ผลิตอาหารทะเลแปรรูปแช่แข็งภายใต้แบรนด์ “Kani Family” เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia ในปีนี้ LUF วางบทบาทของตนเองมากกว่าการเป็นเพียงผู้แสดงสินค้า แต่ยกระดับสู่การเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายกับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเจรจาการค้า (Business Matching) เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ในภูมิภาคเอเชียและตลาดศักยภาพทั่วโลก สะท้อนทิศทางการเติบโตที่บริษัทมองไกลเกินกว่าตลาดภายในประเทศ
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการปรับตำแหน่งแบรนด์ (Repositioning) สู่การเป็น “The Surimi Seafood Leader” หรือผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปจากซูริมิ โดยสื่อสารผ่านแนวคิด “The Future Wave of Surimi Seafood” ที่ต้องการสะท้อนทั้งนวัตกรรมสินค้า คุณภาพ และการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ การขยับครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิต (Manufacturer) ไปสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์ (Brand Owner) ที่มีอิทธิพลในตลาดมากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเดินหน้าลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการผลิต ยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้า และรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในอนาคต สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของตลาดอาหารพร้อมรับประทานและอาหารพร้อมปรุงที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ในด้านผลิตภัณฑ์ LUF เดินหน้าขยายพอร์ตเพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองและผู้บริโภคที่มองหาความสะดวกในการบริโภค ภายในงาน บริษัทฯ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายรายการ อาทิ ซาลาเปาเนื้อปลาสอดไส้ชีส ลูกชิ้นปลาสไตล์สิงคโปร์ และลูกชิ้นปลารักบี้ พร้อมต่อยอดกลุ่มผลิตภัณฑ์ปูอัด ภายใต้แบรนด์ “Kani Family” เช่น “ปูฟินน์” ปูอัดแท่งสไตล์ญี่ปุ่น ขนาดสุดคุ้ม 44 แท่งต่อแพ็ก รวมถึงสินค้าอื่นๆ ที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มอาหารพร้อมปรุง (Ready-to-Cook) และอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) สะท้อนกลยุทธ์การสร้างการเติบโตควบคู่ทั้งในตลาดผู้บริโภคทั่วไป (B2C) และกลุ่มผู้ประกอบการ (B2B) อย่างครบวงจร
คุณศิริวรรณ กล่าวต่อไปว่า จุดแข็งสำคัญที่บริษัทฯ ใช้เป็นหัวใจในการแข่งขัน คือคุณภาพของวัตถุดิบ ความสม่ำเสมอของรสชาติ และมาตรฐานการผลิตที่ LUF ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น GMP, HACCP, MSC, ISO22000, ISO45001 และ HALAL ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคในตลาดโลก ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังลงทุนอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยีการผลิต ระบบการจัดเก็บ และการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) เพื่อรักษาคุณภาพสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคในสภาพที่ดีที่สุด
นอกเหนือจากการเติบโตเชิงธุรกิจ LUF ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานอย่างยั่งยืน โดยนำแนวคิด Eco System มาใช้ในการพัฒนาองค์กร ตั้งแต่การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก แนวทางดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงภาพลักษณ์องค์กร แต่ยังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสากล ซึ่งผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คุณศิริวรรณ กล่าวอีกว่า ในมุมมองของอุตสาหกรรม บริษัทฯ ประเมินว่าตลาดอาหารทะเลแปรรูปยังมีแนวโน้มเติบโตในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่ตอบโจทย์ความสะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพสูง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งพัฒนาสินค้าและสร้างความแตกต่างอย่างต่อเนื่อง
การรุกตลาดผ่านเวที THAIFEX 2026 ของ Kani Family ในครั้งนี้ จึงสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของ LUF จากผู้ผลิตสู่การเป็นแบรนด์ระดับสากลอย่างเต็มตัว โดยใช้กลยุทธ์ผสานระหว่างนวัตกรรมสินค้า การขยายตลาดต่างประเทศ และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำของตลาดอาหารทะเลแปรรูปบนเวทีโลกในอนาคตอันใกล้
ตามมาด้วย บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ผู้นำผลิตและจำหน่ายซอสปรุงรสภายใต้แบรนด์ “ภูเขาทอง” และ “ซอสพริกศรีราชาพานิช” เดินหน้าครั้งสำคัญกับการเปิดตัวสินค้าใหม่พร้อมกันถึง 16 รายการ ภายในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 สะท้อนทิศทางตลาดอาหารที่ผู้บริโภคเน้นความสะดวกและสนุกกับการสร้างสรรค์เมนูใหม่ผ่านการทำอาหารมากขึ้น
คุณวรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เราเห็นเทรนด์การเติบโตของ Home cooking และ Fusion food ที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะอิทธิพลจากโซเชียลมีเดีย และเหล่า food creator ทำให้ผู้คนสนุกกับการสร้างสรรค์เมนู mix & match รสชาติใหม่ๆ สะท้อนตัวตนผ่านอาหาร ทำให้ไทยเทพรสพัฒนาสินค้าใหม่ถึง 16 รายการ เพื่อเข้าไปอยู่ในทุกโมเมนต์การทำอาหารของผู้บริโภคและร้านอาหารทั่วประเทศ”
คุณวรัญญา กล่าวอีกว่า “หนึ่งในโจทย์สำคัญของแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน คือ การทำให้แบรนด์ยังคง relevant และเข้าถึงคนรุ่นใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไทยเทพรสมุ่งขับเคลื่อนแบรนด์ผ่านแนวคิด Culture Food Experience และ Collaboration Marketing มากขึ้น เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรมอาหาร และประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน”
สัมผัส 16 รสชาติใหม่ ตอบโจทย์ “ใครๆ ก็ทำอาหารได้”
คอนเซ็ปต์หลักของการพัฒนาสินค้าใหม่ คือ “ใครๆก็ทำอาหารได้” ภายใต้รูปแบบ “Ready to cook” ซึ่งได้รับความนิยมสูงเพราะตอบโจทย์ความสะดวกสบายโดยเฉพาะคนเมือง (Urbanization) สำหรับแบรนด์ภูเขาทอง เปิดตัวซอสสไตล์ไทยสตรีทฟู้ด 8 รสชาติ ประกอบด้วย ซอสผัดกระเพรา ซอสสามเกลอ ซอสกะปิสำเร็จรูป ซอสผัดผงกะหรี่ ซอสก๋วยเตี๋ยว ซอสปลานึ่งซีอิ้ว ซอสพะโล้ และซอสต้มยำ ขณะที่ แบรนด์ซอสพริกศรีราชาพานิช นำเสนอซอสสไตล์ไทยฟิวชั่นนานาชาติ 8 รสชาติ ประกอบด้วย ซอสหม่าล่า ซอสพริกศรีราชา (สูตรเกาหลี) ซอสยากินิคุ สูตรเผ็ด ซอสบาร์บีคิว ซอสบูโกกิ ซอสเทริยากิ ซอสผัดไทย และซอสเซซามิ โดยเตรียมวางจำหน่ายช่วงเดือนตุลาคม นี้
“เรามองว่าปัจจุบันผู้บริโภคเน้นความหลากหลายของรสชาติและความสนุกในการครีเอทเมนูใหม่มากขึ้น การขยายพอร์ตสินค้าใหม่ รวมถึงการทำ Experiental Marketing จะช่วยให้แบรนด์สร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคในระยะยาว และเป็นอีกแรงสำคัญกระตุ้นยอดขายท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน” คุณวรัญญา กล่าว
ด้านคุณบัญชา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ไทยเทพรสมองว่าอาหารไทยเป็นหนึ่งใน soft power สำคัญของประเทศและซอสปรุงรสเป็นหัวใจหลักต่อยอดรสชาติอาหารไทยสู่เวทีโลกได้ ซึ่งในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 นับเป็นโอกาสเชื่อมโยงแบรนด์กับพาร์ทเนอร์ธุรกิจอาหารทั้งในและต่างประเทศ การเปิดตัวสินค้าใหม่ถึง 16 รายการ เป็นการตอกย้ำศักยภาพความเป็นผู้นำกว่า 70 ปีที่ไทยเทพรสมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจร้านอาหารและอยู่คู่ทุกครัวไทยเสมอมา”
คุณบัญชา กล่าวอีกว่า สำหรับความพิเศษของบูธไทยเทพรสในปีนี้ ได้จำลองบรรยากาศถนนทรงวาด ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมหลากหลายเชื้อชาติมาผสานกับสีสันและความสนุกสไตล์ยุค1980s เพื่อสื่อถึงการเชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรมอาหารไว้ในทุกผลิตภัณฑ์ โดยซอสภูเขาทองนำเสนอเสน่ห์อาหารไทยต้นตำรับ ขณะที่ซอสพริกศรีราชาพานิชสะท้อนรสชาติและอัตลักษณ์อาหารนานาชาติสไตล์ฟิวชั่นได้อย่างโดดเด่น
นอกจากนี้ ไทยเทพรส ยังจัดกิจกรรมโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพผู้บริโภค ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 อาทิ โปรโมชั่นซื้อ1 แถม1 (ตลอดวัน) สำหรับผลิตภัณฑ์ซอสลุงหนวด ซอสพริกเหลืองศรีราชาพานิช ซอสบาร์บีคิว ตราอีซี่ ตามด้วย โปรโมชั่น ซื้อ1 แถม1 (ตามช่วงเวลา) ได้แก่ ซอสพริกเผ็ดน้อย ตราภูเขาทอง ขนาด 680 กรัม และสำหรับสายแซ่บพบกับ ”โปรคู่แซ่บนัว” (ตลอดวัน) น้ำปลาร้าปรุงสุก ตราภูเขาทอง ขนาด 350 กรัม จับคู่กับน้ำมะนาว ตราภูเขาทอง ขนาด 710 มล. ในราคาเพียง 50 บาท รวมถึงจัดกิจกรรมสินค้านาทีทอง และสินค้าราคาพิเศษเริ่มต้น 10 บาท นอกจากนี้ ลูกค้าที่ซื้อสินค้าภายในบูธครบ 100 บาท รับฟรี! จานหรือชาม1 ใบ หรือทิชชูเปียก 1 ห่อ (จนกว่าสินค้าจะหมด)
เราคาดหวังว่างานปีนี้เป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร รวมถึงคนรุ่นใหม่มาร่วมสร้างสรรค์การทำอาหารให้เป็นเรื่องง่าย สนุก และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์แบรนด์ในการเชื่อมโยงผู้คนผ่านวัฒนธรรมอาหารและไลฟ์สไตล์ชีวิตอย่างแท้จริง คุณบัญชา กล่าวทิ้งท้าย
ตามมาด้วย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ผู้นำในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารระดับโลก เสริมศักยภาพประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งภูมิภาค ในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2026 ภายใต้ธีมหลักคือ “Food Innovation for Wellness” พร้อมนำนวัตกรรมอาหารที่ผ่านการวิจัย พัฒนา เพื่อให้มีคุณค่าทางโภชนาการ รสชาติที่ดี และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์อาหารคุณภาพสูงและยั่งยืนให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร CPF กล่าวว่า ผู้บริโภคทั่วโลกในปัจจุบันมองหาอาหารที่ไม่ได้มีเพียงความอร่อยและปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังต้องสะดวก มีคุณค่าทางโภชนาการ และผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ CPF มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและนำนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์ในทุกๆ ขั้นตอนการผลิตของเราอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น สนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดี และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอทั่วโลก
นวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค
ในงานนี้มีการนำผลิตภัณฑ์เด่นๆ ที่วางจำหน่าย และได้รับรางวัลทั้งในและต่างประเทศมาจัดแสดง ในด้านนวัตกรรม CPF ยังคงตอกย้ำความสำเร็จจากพันธกิจยกระดับ “ไก่ไทย” ให้ผ่าน “มาตรฐานความปลอดภัยระดับอวกาศ (Space Food Safety Standard)” เป็นการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในฐานะ ครัวของโลก ชูผลิตภัณฑ์เด่น ไก่เบญจา และหมูชีวา ที่มีการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้เพื่อให้ไก่และหมูมีสุขภาพที่ดีจากภายใน เลี้ยงด้วยแฟลกซ์ซีดและโพรไบโอติกส์ โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยงดู ทำให้เนื้อไก่และหมูมีความนุ่มโดยธรรมชาติ พร้อมกับมีสารอาหารเช่น โอเมก้า 3 จากธรรมชาติมากกว่าปกติถึง 2.5 เท่า
ด้านนวัตกรรมสินค้า ซีพีเอฟ ยังคว้ารางวัล THAIFEX-Anuga taste Innovation Show อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยปีนี้นำเสนอ “ไส้กรอกข้าวกะเพราไก่” โดยนำเอกลักษณ์ของสตรีทฟู้ดอันดับ 1 ของไทย ทั้งกลิ่นหอมของใบกะเพรา ความเผ็ดร้อนแบบไทย และข้าวสวยเต็มเมล็ด มาพัฒนาเป็นไส้กรอกไก่ที่อร่อย สะดวก และรับประทานได้ทุกที่
ภายในงานยังมีผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายเฉพาะในต่างประเทศ อาทิ Authentic Asia และ Kitchen Joy ที่นำอาหารไทยและเอเชียต้นตำรับ ไม่ว่าจะเป็น แกงเขียวหวานไก่ พะแนงไก่ ต้มยำไก่ เกี๊ยวกุ้งหม่าล่า และเกี๊ยวกุ้งลักซา มาอยู่ในรูปแบบอาหารพร้อมทานที่สะดวกต่อการบริโภค วางจำหน่ายแล้วกว่า 18 ประเทศในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จาก CP Nippon แบรนด์ใหม่ล่าสุดที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง CPF และ NH Foods ประเทศญี่ปุ่น นำแฮมเบิร์กและเกี๊ยวซ่าชีสมาจัดแสดงและให้ชิมอีกด้วย
ด้วยวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” ซีพีเอฟ พร้อมใช้เวที THAIFEX-Anuga Asia 2026 นำเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งอาหารพร้อมปรุง อาหารพร้อมทาน โปรตีนสูงเพื่อสุขภาพ และเมนูรสชาติเอเชียที่พัฒนาสู่ตลาดโลก เพื่อเสริมความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ และเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารในอนาคต