
กยท. ผนึก วช. ขับเคลื่อนงานวิจัย - นวัตกรรมยางพารา เสริมแกร่งอุตสาหกรรมฯ พร้อมเพิ่มมูลค่ายางพาราไทยสู่ความยั่งยืน
วันที่ 24 มิ.ย. 69 นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. ลงนามใน “ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม และการยางแห่งประเทศไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” โดยมี นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้ร่วมลงนาม พร้อมผนึกกำลังร่วมส่งเสริม - สนับสนุน - ขับเคลื่อนผลงานด้านยางพาราด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสริมความเข้มแข็งทางวิชาการ มุ่งสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมยางของประเทศอย่างยั่งยืน
นายโกศล กล่าวว่า กยท. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมยางพารา พร้อมวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการบริหารยางพาราเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน และมีพันธกิจในการสนับสนุนให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการผลิต การค้า และนวัตกรรมยาง จึงมุ่งสร้างการรับรู้คุณค่าของการใช้ยางธรรมชาติต่อประชาชนและผู้บริโภค รวมถึงมีเป้าหมายที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยาง สร้างความเข้มแข็งให้สถาบันเกษตรกรด้วยการส่งเสริมการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมืออาชีพ ไปจนถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบกิจการยาง
ซึ่งการลงนามครั้งนี้ จะเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง กยท. และ วช. ในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนผลงานด้านยางพาราด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับยางพารา รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการสู่การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมยางทั้งระบบ
โดย กยท. จะให้การสนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยี รวมถึงเครือข่ายบุคลากรด้านยางพาราต้นน้ำ ทั้งนี้ ความร่วมมือจะเป็นประโยชน์ต่อยอดจนถึงการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับยางพาราไทย พัฒนาอุตสาหกรรมยางของประเทศ และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางอย่างยั่งยืน
กยท. เชื่อมั่นในความสามารถและศักยภาพของนักวิจัย งานวิจัยและนวัตกรรมที่มีส่วนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางพาราไทย ซึ่งในปี 2568 สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศ ทั้งผลิตภัณฑ์ยางกลางน้ำ คิดเป็นมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท ผลิตภัณฑ์ยางปลายน้ำ คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.6 แสนล้านบาท เนื่องจากไทยมีผลิตภัณฑ์คุณภาพส่งออกสำคัญหลายประเภท เช่น ล้อยาง
ทั้งนี้ กยท. ยังคงผลักดันงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ เช่น หุ่นฝึกเพื่อนำมาใช้ฝึกปฏิบัติของนักศึกษาแพทย์ ทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ตลอดจน Rolling Barrier ป้องกันอันตราย สามารถลดการลื่นไถลของยานพาหนะซึ่งเป็นผลงานของกรมทางหลวงก็เป็นนวัตกรรมที่นำยางพารามาใช้เช่นกัน
ทั้งนี้ กยท. ดำเนินภารกิจโดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ สนับสนุนให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิต การค้า และนวัตกรรมยางอย่างยั่งยืน จึงผลักดันและส่งเสริมให้มีการพัฒนางานวิจัยนวัตกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำมาโดยตลอด รวมถึงจัดสรรงบประมาณสนับสนุนงานวิจัยด้านยางพาราปีละประมาณ 60 ล้านบาท เพื่อเป็นอีกกำลังหนึ่งในการสนับสนุนนักวิจัยที่มีศักยภาพให้สามารถพัฒนางานวิจัยที่เป็นประโยชน์กับอุตสาหกรรมยางพาราทั้งระบบต่อไปได้
นับเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรที่ดูแลด้านการบริหารจัดการยางพารา และองค์กรด้านการวิจัยของประเทศ ที่จะร่วมมือกันขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมยางไทยให้เข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล เป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจและสังคมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับยางพาราและประเทศโดยรวมต่อไป