
SHORT CUT
สรุปมหากาพย์ดราม่า สส.ไอเดียร์ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ถูก รังสิมันต์ โรม แฉปมสามีเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ ปะทะขุมทรัพย์ 1.97 พันล้าน สู่การแจ้งจับหมิ่นประมาท โต้เดือดสะเทือนทั่วสภา
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในการประชุมสภา เมื่อนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดไปยัง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีสินบน 40 ล้านบาท และการจับกุมเครือข่ายสแกมเมอร์ 52 ราย มูลค่าทรัพย์สินกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท แต่จุดที่ทำให้เวทีสภาฯ ลุกเป็นไฟ คือการที่นายรังสิมันต์เปิดประเด็นเรียกร้องให้ตรวจสอบ สส.หญิง จังหวัดชัยภูมิ โดยอ้างว่าสามีอาจมีความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเมื่อกวาดสายตาดู สส.ชัยภูมิ ทั้งหมด จะพบว่ามี สส.หญิง เพียงคนเดียวในจังหวัด นั่นคือ สส.ไอเดียร์ สุชาดา จากค่ายภูมิใจไทย
สำหรับ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ 'ไอเดียร์' (ชื่อเดิม ธันลดา) ปัจจุบันอายุ 33 ปี เป็น สส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคภูมิใจไทย เธอคือลูกสาวของ นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ หลายสมัย ฉายา 'มิสเตอร์เกษตร' ผู้กว้างขวางแห่งตระกูลบ้านใหญ่เมืองชัยภูมิ โปรไฟล์การศึกษาไม่ธรรมดา จบปริญญาตรีจากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ปริญญาโทด้านอสังหาริมทรัพย์และการเงินจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกำลังศึกษาระดับปริญญาเอกด้านอาชญาวิทยาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ในอดีตเธอเคยเป็นนักแสดงและเด็กปั้นของเอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร ก่อนจะก้าวเข้าสู่สนามการเมืองผ่านกลุ่ม New Dem ของพรรคประชาธิปัตย์ จากนั้นย้ายมาทำงานเบื้องหลังฝ่ายบริหาร ทั้งตำแหน่งโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ช่วยเลขาฯ รมว.ศึกษาธิการ เลขาฯ รมว.อว. และก้าวขึ้นสู่การเป็น สส.สมัยแรกในนามพรรคภูมิใจไทย
ความฮือฮายิ่งทวีคูณเมื่อสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหลัง สส.ไอเดียร์ เข้ารับตำแหน่ง พบว่ามีทรัพย์สินรวมของตนเอง คู่สมรส และบุตร สูงถึง 1,974,908,877 บาท (เกือบ 2 พันล้านบาท) โดยแบ่งเป็นของตัว สส.ไอเดียร์ เองประมาณ 130 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งเงินฝาก หุ้น InnovestX ที่ดิน รถหรู และของสะสมไฮเอนด์ เช่น นาฬิกา Patek Philippe, Rolex, กระเป๋า Hermes Birkin/Kelly และเครื่องเพชร แต่ทรัพย์สินส่วนใหญ่กว่า 1,845 ล้านบาท ตกเป็นของสามี ที่น่าจับตาคือมีรายการ เงินให้กู้ยืมสูงถึง 1,440 ล้านบาท แก่บริษัท ทรี แอดไวเซอรี่ ลิมิเต็ด จนนำไปสู่การตั้งข้อสังเกตจากนักการเมืองฝ่ายค้านและนายศิริโชค โสภา อดีต สส. ปชป. เรื่องการปล่อยกู้ให้บริษัทที่ถูกระบุว่าล้มละลาย
หลังจากถูกอภิปรายพาดพิง สส.ไอเดียร์ ไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบ วันที่ 2 ต.ค. 2569 เธอเดินทางไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายรังสิมันต์ โรม ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา พร้อมแถลงยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองและครอบครัว ย้ำชัดว่าสามีไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ แต่เป็นนักธุรกิจด้านการลงทุนที่มีความสามารถหลากหลาย แม้เพื่อนของสามีในอดีตจะเคยถูกดำเนินคดี แต่สามีของเธอไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย
ส่วนบัญชีทรัพย์สินก็ยื่น ป.ป.ช. ถูกต้องโปร่งใสทุกประการ หากเอกสารที่ผู้อื่นนำมาเปิดเผยไม่ถูกต้องก็จะฟ้องกลับ ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ให้กำลังใจว่าหากไม่ได้ทำผิดก็ไม่ต้องกลัวอะไร
ศึกนี้ลามไปสู่ระดับพรรคอย่างรวดเร็ว เมื่อ นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย และกรรมาธิการการกฎหมายฯ ออกมาแถลงข่าวตอบโต้ดุเดือด พร้อมยื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ เพื่อคัดค้านการทำงานของนายรังสิมันต์ โดยนายศุภชัยชี้ว่า การบรรจุวาระเรื่อง สส.ไอเดียร์ เกิดขึ้นโดยพลการ ปราศจากมติของคณะกรรมาธิการ อีกทั้ง กมธ.การกฎหมายฯ ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องนี้ และการทำงานยังไปซ้ำซ้อนกับ กมธ. ชุดอื่นอีกหลายคณะ พร้อมประกาศวลีเด็ดหน้าสื่อว่า 'คนเดียวก็เอาอยู่' เพื่อหยุดยั้งการใช้อำนาจที่ตนมองว่าขัดต่อข้อบังคับ
วันที่ 7 ต.ค. 2569 ในการประชุม กมธ.การกฎหมายฯ ที่มีวาระพิจารณาเรื่องนี้และส่งหนังสือเชิญ สส.ไอเดียร์ พร้อมสามีเข้าชี้แจง ปรากฏว่า สส.ไอเดียร์ ไม่ได้เดินทางมา โดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจเป็นประธานการประชุม กมธ. อีกชุดหนึ่งที่มีการนัดหมายล่วงหน้าไว้แล้ว แต่ยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและพร้อมจะออกมาชี้แจงข้อมูลทั้งหมดในคราวเดียว
ขณะที่ในห้องประชุมเกิดวิวาทะเดือดระหว่างนายรังสิมันต์และนายศุภชัยนานเกือบ 30 นาที จนถึงขั้นมีการสั่งปิดไมโครโฟนชั่วคราว ด้านนายรังสิมันต์ยืนยันต่อสื่อมวลชนว่า แม้ สส.ไอเดียร์ จะมาหรือไม่ ทาง กมธ. ก็จะเดินหน้าตามเรื่องนี้จนถึงที่สุด และเรียกร้องให้รัฐบาลอย่าเพิ่งรีบ 'ฟอกขาว' หรือรีบการันตีความบริสุทธิ์ให้คนฝั่งตนเอง
วิวาทะครั้งนี้สะท้อนภาพการขับเคี่ยวทางการเมืองระหว่าง พรรคประชาชน ที่เดินหน้าตรวจสอบเชิงรุก กับพรรคภูมิใจไทย ที่ตั้งป้อมสู้ด้วยข้อกฎหมาย ฝั่งพ่ออย่างนายสัมฤทธิ์ได้สอนลูกสาวให้มีจิตใจหนักแน่นและพร้อมเคลียร์ตัวเองต่อสังคม
ขณะที่แกนนำภูมิใจไทยอย่างนายไชยชนก ชิดชอบ ก็มองว่าเรื่องเงินกู้ หรือของสะสมเป็นเรื่องส่วนตัวที่เจ้าตัวต้องชี้แจงเองและต้องรอหลักฐานที่ชัดเจน ส่วนหัวหน้าพรรคประชาชนอย่าง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ก็แสดงความเชื่อมั่นในพยานหลักฐานของนายรังสิมันต์ ปลายทางของเรื่องนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องกรรมาธิการ แต่กำลังมุ่งหน้าสู่การพิสูจน์พยานหลักฐานทั้งในชั้นศาลและสายตาของประชาชนทั่วประเทศ