
SHORT CUT
เรื่องราวของถ้วยฟุตบอลโลก ใบแรก ถ้วย 'จูลส์ ริเมต์' ที่หายสาบสูญ...เพราะมีเรื่องเล่า มี Story บอลโลกมันเลยขลัง - ไม่เสื่อมคลาย
เปิดตำนาน ถ้วยจูลส์ ริเมต์ โทรฟี่ฟุตบอลโลกใบแรกที่ผ่านทั้งสงครามโลก ถูกขโมย และหายสาบสูญไปตลอดกาลแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับสัญลักษณ์แห่งชัยชนะนี้ ? ก่อนที่ฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่มขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้า
ท่ามกลางความเหลื่อมล้ำในยุคต้นศตวรรษที่ 20 "ชูลส์ ริเมต์" ทนายความชาวฝรั่งเศสผู้เชื่อมั่นว่ากีฬาจะช่วยทลายกำแพงชนชั้น ได้ผลักดันให้เกิดการแข่งขันฟุตบอลนานาชาติระดับอาชีพขึ้น แม้ ณ เข็มนาฬิกาเดินตอนนนั้น ตัวเขาจะไม่เคยลงเตะฟุตบอลเลยก็ตาม ความมุ่งมั่นของเขาในฐานะประธานฟีฟ่า (FIFA) นำไปสู่การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกในปี 1930 ที่อุรุกวัย
เพื่อเป็นเกียรติแก่ชาติผู้คว้าชัย ถ้วยรางวัล "จูลส์ ริเมต์" (Jules Rimet Trophy) จึงถูกรังสรรค์ สร้างขึ้นมาอย่างดี ละเมียดละไม โดยประติมากร อาเบล ลาเฟลอร์ ตัวถ้วยเป็นรูปเทพีไนกี้ (Nike) ตามตำนานกรีกโบราณ ทำจากเงินสเตอร์ลิงชุบทองคำ ตั้งตระหง่านเด่น บนฐานหินลาพิส ลาซูลี ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศทางลูกหนังที่ทรงคุณค่าที่สุด
ถ้วยใบนี้ไม่ได้เผชิญแค่สมรภูมิบนผืนหญ้าเท่านั้น แต่ยังต้องรอดพ้นจากไฟสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย เมื่อกองทัพนาซี บุกอิตาลี ออตโตริโน บาราสซี รองประธานฟีฟ่าชาวอิตาลี ตัดสินใจแอบนำถ้วย ซึ่งอยู่ในการครอบครองของอิตาลี ณ เวลานั้น ออกจากธนาคารในกรุงโรม นำไปซ่อนไว้ใน "กล่องรองเท้าใต้เตียงนอน" เพื่อไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของทหารนาซี ถือเป็นการปกป้องมรดกโลกฟุตบอลด้วยความกล้าหาญ และมาเล่าในวันนี้มันดูเหลือเชื่อมากๆ
ความระทึกขวัญยังไม่จบลง เพราะในปี 1966 ก่อนที่ฟุตบอลโลกบนแผ่นดินอังกฤษจะเปิดฉาก ถ้วยจูลส์ ริเมต์ ก็ถูกขโมยไปจากการจัดแสดงกลางวันซะอย่างงั้น โดย ซิดนีย์ คูกัลเลียร์ หัวขโมยที่เพียงแค่อยากเย้ยหยันระบบรักษาความปลอดภัย - ถ้าเป็นสมัยนี้คงต้องเรียกว่า 'ท้าทายระบบ'
อังกฤษ ตกอยู่ในความโกลาหล สับสน หลอนๆ อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ทว่า 1 สัปดาห์ต่อมา จนกระทั่ง สุนัขชื่อ "พิกเคิลส์" (Pickles) ได้กลายเป็นฮีโร่กอบกู้หน้าชาติ เมื่อมันบังเอิญไปดมเจอถ้วยรางวัลที่ถูกห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ซุกอยู่ในพุ่มไม้ พิกเคิลส์ได้รับรางวัลมหาศาลและกลายเป็นสุนัขที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้น
ทั้งนี้ ตามกฎของฟีฟ่า ชาติที่คว้าแชมป์โลก 3 สมัยจะได้ครอบครองถ้วยอย่างถาวร บราซิลทำสำเร็จในปี 1970 (ณ เวลานั้น บราซิลเป็นชาติแรกที่ทำได้) ถ้วยจึงถูกนำไปจัดแสดงที่สำนักงานใหญ่สมาพันธ์ฟุตบอลบราซิลในกรุงริโอเดอจาเนโร ภายใต้ตู้กระจกกันกระสุนอย่างแน่นหนา
แต่สุดท้าย เรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น มันก็เกิดขึ้นจนได้ , ในวันที่ 19 ธันวาคม 1983 หัวขโมยได้งัดตู้โชว์จากด้านหลังที่เป็นเพียงแผ่นไม้ ถ้วยจูลส์ ริเมต์ ถูกขโมยและหายสาบสูญไปตลอดกาล ท่ามกลางความเชื่อว่ามันถูกนำไปหลอมขายเป็นทองคำแท่ง แม้ตัวถ้วยจะเป็นเพียงเงินชุบทองก็ตาม ปัจจุบันเหลือเพียง "ฐานดั้งเดิม" ที่ฟีฟ่าค้นพบในห้องใต้ดินเมื่อปี 2015
แม้รูปลักษณ์ทางกายภาพอาจจะสูญสลายไปแล้ว แต่มูลค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เนื้อทองคำ หากแต่อยู่ที่เจตนารมณ์ของ ชูลส์ ริเมต์ ที่ใช้ลูกฟุตบอลเชื่อมร้อยผู้คนทั้งโลกเข้าด้วยกัน ซึ่งเจตจำนงนั้น... ไม่มีใครสามารถขโมยไปได้อย่างแน่นอน
ส่วนถ้วยปัจจุบัน หรือถ้วยใบใหม่ - ฟีฟ่าได้เปลี่ยนกฎใหม่โดย จะไม่มีชาติใดได้รับถ้วยใบจริงไปครอบครองถาวรอีกต่อไป , โดยถ้วยใบใหม่นั้น ซิลวิโอ กัซซานิกา (Silvio Gazzaniga) ประติมากรชาวอิตาลีจากมิลานได้รับคัดเลือกให้ออกแบบ , แนวคิดการออกแบบ: กัซซานิกาอธิบายว่า เส้นสายที่พุ่งขึ้นมาจากฐานเป็นรูปเกลียวสื่อถึงความยินดีในชัยชนะ และยอดบนสุดเป็นรูป มนุษย์สองคน (นักกีฬา) กำลังชูโลก เอาไว้ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นในขณะที่ชนะการแข่งขัน
ทีมที่ชนะ ฟุตบอลโลกแต่ละครั้ง จะได้รับถ้วยใบจริงไปเชยชมเพียงชั่วคราวในพิธีมอบรางวัล หลังจากนั้นจะได้รับ ถ้วยจำลองที่ทำจากทองผสมหรือชุบทอง กลับไปเก็บรักษาแทน ส่วนถ้วยจริงจะถูกเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ฟุตบอลโลกของฟีฟ่าในเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ที่มา : independent olympics theguardian
ข่าวที่เกี่ยวข้อง