การเมือง

ประยุทธ์เชิญคนการเมือง ถกปรองดองสัปดาห์นี้   ย้ำ”ยุทธศาสตร์ 20 ปี  ไม่ได้วางเเผนส่งเดช “

ประยุทธ์เชิญคนการเมือง ถกปรองดองสัปดาห์นี้  ย้ำ"ยุทธศาสตร์ 20 ปี ไม่ได้วางเเผนส่งเดช "
  
-31ม.ค.60-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม.ถึงการดำเนินงานของป.ย.ป. จะเห็นผลภายใน 1 ปีอย่างไรบ้างว่า การทำยุทธศาสตร์ชาติ รัฐบาลได้ดำเนินการมาตลอด วันนี้จะนำสิ่งที่ยังติดขัดในการแก้ปัญหามาดำเนินการ เช่น การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างยั่งยืน ถนนและเส้นทางรถไฟ หากปัญหาไหนที่ต้องใช้กฎหมาย ต้องไปเร่งประสานให้สนช. พิจารณากฎหมายออกมาจึงจะสามารถเดินงานได้
   
โดยการทำงานจะต้องทำเชิงบูรณาการและนำมาสู่การขับเคลื่อนในระยะที่ 2 สิ่งใดที่ทำแล้วก็ต้องรวบรวมมา แต่สิ่งไหนที่ยังติดและจะทำให้ยั่งยืน ต้องมาเริ่มต้นใน 1 ปีนี้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะค้างและเดินไปไม่ได้สักอย่าง เมื่อรัฐบาลหน้าเข้ามาก็ทำไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องคำนึงถึงอนาคตด้วย อย่างไรก็ตามตนได้สั่งการไปชัดเจนแล้ว โดยเริ่มต้นทำงานกันตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา
ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้เดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติมาแล้ว 6 เรื่อง ดังนั้นจะส่งต่อไปอีก 4 ปีข้างหน้าอย่างไร  รัฐบาลชุดหน้าต้องทำสานงานต่อตามที่ยุทธศาสตร์ได้วางเอาไว้

"ยุทธศาสตร์ชาติที่วางไป 20 ปี ไม่ได้วางส่งเดช เมื่อผ่านไปทุก 5 ปี สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์โลก เช่น วันนี้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐอเมริกา เราก็ต้องมาปรับเอา ไม่ได้เขียนว่าต้องทำตามทั้งหมด เราจะไปบังคับการบริหารของพวกเขาได้อย่างไร อยู่ที่ประชาชนจะเลือกคนบริหารที่ดีเข้ามาก็แล้วกัน ซึ่งผมได้วางพื้นฐานไว้ให้แล้ว การบริหารราชการทั้งโลกเป็นแบบนี้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
   
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ส่วนคณะกรรมการปรองดอง คงคุยกันครั้งเดียวไม่จบ แต่จะคุยจนกว่าจะจบหรือจนกว่าจะได้เรื่อง อย่าไปบังคับมากนัก อย่างไรเสียก็มีกรอบเวลาอยู่แล้ว เลือกตั้งมาแล้วไม่จบก็คือไม่จบ ก็เลือกตั้งไป ซึ่งเป็นเรื่องของทุกคน อยากได้อย่างไรก็ทำไป ถ้าคุยกันไม่ได้ก็ทำไม่ได้   จะให้ตนไปบังคับได้อย่างไร   การปรองดองทำได้หลายอย่าง  ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองหรือคดีความ แต่ต้องปรองดองในสิ่งที่พูดและทำมาทั้งหมด เช่น  ยุทธศาสตร์ชาติ การบริหารงานเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งหมดมันติดกัน แต่ส่วนหนึ่งที่คณะกรรมการปรองดองต้องทำ คือ เรื่องความขัดแย้งในการบริหารราชการแผ่นดิน ตรงนี้ต้องนำไปพิจารณาด้วย ในฐานะที่เป็นประธานทุกคณะตนได้มอบนโยบายและแนวทางการทำงาน รวมถึงโครงสร้างต่าง ๆ ไปแล้ว
 
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากนี้ไปต้องไปขับเคลื่อนข้างล่าง นำนโยบายที่ตนพูดไปดำเนินการ   ซึ่งจะสอดคล้องกับการทำงานของรัฐบาลที่มีการประชุมครม.ในงานฟังก์ชั่น งานบูรณาการทั้งระบบ และในวันนี้จะเป็นการนำเรื่องที่ติดปัญหามาขับเคลื่อนให้เร็วขึ้น เป็นการคิดแบบเชิงบริหาร 

"ผมคิดแบบทหาร โดยฝ่ายพลเรือนจะไปแปลงออกเป็นระเบียบคำสั่ง กฎกระทรวง หากติดกฎหมายก็นำเข้าสนช. เรื่องนี้ที่ผ่านมาไม่มี ในระยะแรกจึงอาจจะเข้าใจยาก แต่ในวันนี้ก็เริ่มทำงานกันได้แล้ว  ส่วนการบรรจุคนข้างนอกเข้ามาเป็นกรรมการ ก็เอาเท่าที่มาได้ก่อน เพราะไม่ได้คุยครั้งเดียว ต้องมีหัวมีหาง  มีคนทำงาน มีคนบันทึก เพราะยังไม่สรุป ยังมีอีกหลายคณะที่ต้องคุยกัน ฟังแล้วก็บันทึก เพื่อนำทุกอย่างมารวบรวม ถ้าตรงกันก็ไปได้   ถ้าไม่ตรงกันก็คุยต่อ การทำงานแบบนี้คือปรองดอง ไม่ใช่แต่สั่งให้ปรองดอง จะไปสั่งได้อย่างไร จะสั่งด้วยสื่อหรือสังคม ไปสั่งพวกเขาเอง ผมไม่สั่ง ทุกคนต้องยินยอมพร้อมใจ"


" ส่วนการเชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาร่วมหารือ   ก็คงเริ่มในสัปดาห์นี้ พวกเขาพร้อมเมื่อไรก็จะมีการเชิญ  ส่วนรายละเอียดต้องไปถามกระทรวงกลาโหม เพราะพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง   ทำได้เมื่อไรก็ทำ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
   
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนอยากให้สื่อมวลชนนำคำถามที่สอบถามตนในวันนี้ ไปสอบถามรัฐบาลในวันหน้าดูว่าพวกเขาจะตอบได้หรือไม่ ถ้าพวกเขาตอบได้  ตนก็มั่นใจว่ามันจะเดินไปได้ แต่ถ้าพวกเขาตอบไม่ได้อย่างที่ตนตอบ มันไปไม่ได้หรอกเชื่อสิ 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

"ผมไม่ได้ดูถูกพวกเขา เพราะพวกเขากำลังพัฒนาตัวเองอยู่ และจะมาเสนอในคณะกรรมการปรองดอง ซึ่งเราจะถามว่าจะร่วมมือกันอย่างไรในเรื่องต่าง ๆ ไม่ใช่เอาเฉพาะคดีอย่างเดียว เรื่องเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ มีหรือไม่ จะเห็นด้วยหรือไม่ เพื่อให้สังคมได้รับรู้โดยทั่วกันว่า พวกเขาคิดอย่างไร วันหน้าประชาชนจะได้เลือกคนได้ถูก เมื่อผมพูดไปแบบนี้เดี๋ยวกลายเป็นไม่หมดเลย ซึ่งมันไม่ใช้ต้องพูดกันหลายเรื่อง คณะที่ตั้งขึ้นมามีทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และฝ่ายกฎหมาย รวมถึงนักวิชาการก็คุยได้หมด"