นายกฯ รับ "อีลอน มัสก์" เป็นเพื่อนและให้ถือประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่ 2

10 ก.ค. 2561 เวลา 10:15 น.

พล.อ.ประยุทธ์ หวังช่วยชีวิตทีมหมูป่าสำเร็จวันนี้ เผยพบ " อีลอน มัสก์" รับเป็นเพื่อนและให้ถือประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่ 2 พร้อมกับทำหนังสือขอบคุณทุกประเทศผ่าน และประกาศนียบัตรให้รายบุคคล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวถึงการถอดบทเรียนจากนักดำน้ำต่างประเทศกับนักดำน้ำไทย ในการช่วยเหลือเด็กและโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมี ทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ว่า ความจริงแล้วนักดำน้ำของไทยและต่างชาติได้มีการเรียนรู้ซึ่งกันและกันมาโดยตลอดระหว่างปฏิบัติภารกิจ เนื่องจากมีการประชุมร่วมกัน ซึ่งเขาก็ชื่นชมนักดำน้ำของไทยว่ามีฝีมือ และเราก็เรียนรู้เรื่องเทคนิคของน้ำดำน้ำต่างชาติ ที่สำคัญต่างชาติก็ศึกษาถ้ำหลวงไปในตัว เพราะถ้ำนี้มีความแตกต่างจากทุกถ้ำที่ต่างชาติเคยศึกษามา เนื่องจากถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอนเป็นถ้ำขนาดใหญ่มีความลึกลับซับซ้อน และยังเป็นทางน้ำไหล เมื่อฝนตกก็มีน้ำไหลเข้าไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทุกฝ่ายต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่านักดำน้ำต่างชาติพบเด็กทีมหมูป่าก่อนนั้น ขอเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำงานร่วมกัน และการพบเด็กและโค้ชทั้ง 13 คนถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จร่วมกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการฟื้นฟูถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอนว่า อนาคตจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง จึงต้องปรับเรื่องความปลอดภัย และหามาตรการการป้องกันทางเข้าออก โดยเฉพาะฤดูที่เป็นหน้าน้ำก็ไม่ครวรเข้าไป และฤดูที่ไม่เข้าหน้าน้ำก็สามารถไปเข้าดูได้ แต่สิ่งสำคัญต้องมีระบบไฟฟ้าและไฟเตือน รวมถึงป้ายบอกทาง และป้ายเตือนห้ามเข้า ซึ่งตนย้ำเตือนกับหน่วยงานที่พื้นที่ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยต้องออกมาตรการอย่างเหมาะสม และต้องปลอดภัยก่อนจึงเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ยืนยันว่า ยังห้ามบุคคลภายนอกเข้าในพื้นที่ เพื่อรักษาความปลอดภัยและให้พื้นที่เกิดความเรียบร้อยทั้งทางเข้าและทางออกในอนาคต ซึ่งถ้ำนี้แปลกกว่าถ้ำทั้งอื่นๆ และต้องให้เจ้าหน้าอยู่ประจำ โดยเฉพาะถ้ำที่อันตราย เพราะมีอยู่ป้ายเดียวเอาไม่อยู่ เพราะคนไทยหันป้ายกลับก็มองไม่เห็นแล้ว ดังนั้นต้องให้ป้ายหมุนไม่ได้ และมีทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ให้มากขึ้น รวมถึงการเข้าถ้ำต้องบอกเจ้าหน้าที่ก่อนโดยเฉพาะพื้นที่อันตราย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการพูดคุยกับนายอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ประธานบริษัทเทสลาสเปซ เอ็กซ์ ที่สนามบินเชียงรายเมื่อคืนนี้ที่ผ่านมา (9 ก.ค.) ว่า ตนได้ชื่นชมเพราะเขาเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือ และชื่นชนไทยในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ โดยตนพูดกับนายอีลอน มัสก์ว่า ไทยกำลังทำอะไรอยู่บ้าง ซึ่งเขาก็ยอมว่าไม่เคยเห็นสถานการณ์ลักษณะนี้ เขาจึงพร้อมประดิษฐ์เทคโนโลยีช่วยเหลือ และปรับปรุงเครือมืออื่นๆ เพราะอาจเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ดังนั้นเครื่องมือที่นำไม่ได้ใช้ แต่อนาคตเชื่อว่าจะมีประโยชน์ และเขาเข้าใจตนทุกอย่าง พร้อมทั้งยังได้เดินทางไปดูสถานที่จริงด้วย จึงเชื่อว่าจะเกิดแนวคิดอีกมากมายในการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ

ขณะเดียวกัน ตนได้บอกว่าให้ช่วยคิดและประดิษฐ์อุปกรณ์กู้ภัยที่สามารถนำมาช่วยประเทศไทยได้ รวมถึงช่วยในระดับอาเซียนได้ เพราะมีลักษณะภูมิประเทศคล้ายกัน ซึ่งเขาก็รับปาก ขณะที่ไทยก็พร้อมหากเขาลงทุนกับเรา โดยเฉพาะพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ซึ่งเขาก็รับปากว่าจะเดินทางไปจีน จะเดินทางกลับมายังไทย และยังได้มอบแคปซูลให้ไทยไว้ศึกษา เพราะสามารถดัดแปลงใช้ได้ในอนาคต

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อเขามีความต้องการช่วยเหลือไทย และได้นับถือนายอีลอน มัสก์ เป็นเพื่อน และขอให้ถือประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่ 2 ในอนาคต อะไรช่วยเหลือได้ก็ดูแล ทั้งนี้ ไทยกำลังสร้างดาวเทียมเอง และเขาก็ทำธุรกิจกับดาวเทียมอยู่ด้วยเราก็สานสัมพันธ์ไว้ ทั้งนี้ ตนคาดหวังให้วันนี้ภารกิจนำทีมหมูป่าและหน่วยชีล 9 คนออกมาให้ประสบความสำเร็จ ส่วนที่ะจะใช้เวลานานแค่ไหนก็กะเวลาไม่ได้ เพราะต้องดูว่าฝนตกลงมาเพิ่มเติมหรือไม่ และที่ผ่านมาก็โชคดีว่าน้ำลด จึงทำให้ภารกิจลุล่วงไปได้ด้วยดี พร้อมทั้งให้กำลังใจนักดำน้ำ ที่มาช่วยภารกิจ ทั้งหมด 47 คน จากหลายประเทศว่าได้ทำหนังสือขอบคุณในนามนายกรัฐมนตรี ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ และทำประกาศนียบัตร มอบให้เป็นรายบุคคล และเมื่อภารกิจแล้วเสร็จ ให้กระทรวงท่องเที่ยว พานักดำน้ำไปท่องเที่ยวในสถานที่ ที่อยากไป และภารกิจครั้งนี้ ต่างชาติทุกประเทศทั่วโลก ชื่นชมความสำเร็จถือเป็นความภาคภูมิใจ ในการแก้ปัญหาในแบบบูรณาการ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยไม่ต้องไปสั่งการในพื้นที่ สามารถสั่งการพื้นที่ ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการได้ภายใต้ศูนย์อำนวยการร่วม และภารกิจครั้งนี้ ยังทำให้ต่างชาติเรียนรู้ เพราะถ้ำมีความแตกต่างจากต่างประเทศ ที่มีขนาดใหญ่เป็นทางระบายจากภูเขาด้านบน ซึ่งต่างฝ่ายต่างเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และผู้ปฏิบัติงานยังชื่นชมนักดำน้ำไทยที่มีประสิทธิ์ภาพและชีลที่เข้มแข็ง เป็นการทำงานร่วมกัน ขออย่าให้ใครพบเด็กก่อน เพราะเป็นภารกิจร่วมกัน ไม่มีใครเก่งกว่าใคร และต่างชาติก็ยอมรับได้

เมื่อถามว่าหลังเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผบกระทบกับจิตใจของคนไทยทุกคน ทั้งเรื่องเรือล่มที่ภูเก็ต ทีมหมูป่าอะเคเดมีติดถ้ำและเฮลิคอปเตอร์ตก รัฐบาลมีแนวคิดทำบุญประเทศหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราก็ทำบุญกันอยู่แล้วโดยเฉพาะการสวดมนต์ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานให้จัดการสวดมนต์ทุกเดือน ซึ่งเป็นการสวดที่ครอบคลุมทุกมิติ 30 กว่าบท ส่วนการทำบุญทุกหน่วยก็ได้ดำเนินการอยู่แล้ว และช่วงเวลาอันใกล้นี้จะมีการทำบุญตักบาตรต่างๆ และตนก็ได้ทำบุญส่วนตัวด้วย ส่วนตนเองนั้น วานนี้(9 ก.ค.) ก็ได้ขึ้นไปกราบขอพรพระพรหมบนตึกไทย และกราบขอพรทุกวันขอให้สำเร็จวันนี้ๆ ท่านก็คงให้มา อีกทั้งยังให้ไปบูชาศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว และพระสยามเทวาธิราช ซึ่งคนไทยล้วนเคารพนับถือ และหากใครมีเวลาก็ขอให้ไปกราบไหว้กัน อีกทั้งที่สำคัญด้วยพระบารมีปกเกล้าของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงติดตามมาตลอด และได้ทรงพระราชทานกำลังใจให้กับทุกคน อย่างไรก็ตามเรื่องเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อจิตใตคนไทย ตนก็เป็นคนไทยก็ร้อนใจมากที่สุด เพราะเป็นคนรับผิดชอบในการแก้ปัญหาเหล่านี้ แต่จะพยายามทำเต็มที่

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ระหว่างที่พาเด็กทีมหมูป่าดำน้ำออกจากถ้ำแพทย์ได้ให้น้องกินยาผ่อนคลายเพื่อไม่ให้เกิดอาการตื่นตระหนกหรือเครียด ยืนยันว่าไม่ใช่วางยานอนหลับ หากเป็นยานอนหลับจะดำน้ำออกมาได้อย่างไร ขณะเดียวกัน ตนก็กินยาคลายเครียด เพราะตนเองยิงปืนก็กินยาคลายเครียด ใครเขาก็กินกัน ตนก็กินทุกคืน ซึ่งเด็กก็มีสติทั้งหมด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด