การเมือง

“บิ๊กตู่” ยืนยันไม่เบี้ยวเลือกตั้ง – อย่ามาพูดเอาดี

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 ม.ค. ที่อ.แม่ทะ จ.ลำปาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เดินทางมายังตลาดชุมชนบ้านหลุก เพื่อเป็นสักขีพยานการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และเป็นสักขีพยานมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชนให้แก่ผู้แทนชุมชน และเป็นสักขีพยานมอบสมุดประจำตัวผู้ที่ได้รับการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในลักษณะแปลงรวมให้แก่ผู้แทนชุมชน รวมถึงยังได้พบปะพูดคุยกับประชาชน โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ตนมาพร้อมรองนายกฯ ทุกคน โดยเฉพาะนายวิษณุ เครืองงาม รองนายกฯ ด้านกฎหมาย ซึ่งอยากฝากว่าหากใครมาโม้ว่าจะให้อะไรก็ต้องดูกฎหมายด้วยว่าทำได้หรือไม่ ขณะเดียวกันมีหลายคนบอกว่าข้าราชการทำงานช้า แต่ส่วนตัวเชื่อว่าข้าราชการก็เก่งเหมือนกัน แต่หากทำช้า เร็ว หรือทุจริตก็จะมีปัญหาทั้งสิ้น จึงขึ้นอยู่กับรัฐบาลทุกรัฐบาลไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาก็ต้องนำเรื่องต่างๆ ไปบรรจุในแผนแม่บท ซึ่งย้ำว่ารัฐบาลนี้ได้ทำไปแล้วหลายอย่างให้เกิดขึ้นและนำไปสู่การปฏิบัติ ในห้วงเวลาที่กำหนด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน ซึ่งรวมถึงด้านความมั่นคง ทุกอย่างถือว่าเป็นความมั่นคงทั้งสิ้น จึงต้องอาศัยทหารและตำรวจในการทำงาน ไม่มีทหารก็ไม่มีใครช่วยได้เพราะไม่มีกำลังคน จึงขอให้เข้าใจด้วยว่ามีทหารไว้ทำอะไรมีไว้รับใช้และบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน อีกทั้งที่ไม่มีการสู้รบกันอยู่วันนี้เพราะมีทหารเฝ้าอยู่ถ้าไม่มีทหารและตำรวจเฝ้าชายแดน โจรผู้ร้ายก็จะเข้ามาหมด และที่ผ่านมาเคยมีสงครามโลกเกิดขึ้นแล้ว 2 ครั้ง เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าไม่เกิดขึ้นครั้งที่ 3 ที่ตนพูดไม่ได้บอกให้หวาดกลัวแต่ต้องรู้ไว้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องมีเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันในพื้นที่ภาคใต้ก็ยังไม่เรียบร้อยทุกอย่าง สิ่งเหล่านี้เป็นความมั่นคง รวมถึงปัญหายาเสพติดและการค้ามนุษย์ต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมาก ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่และไม่มีทหารอยู่ก็จะไม่มีคนทำงาน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าวันนี้มีเงินในระบบไม่ต้องกลัวเงินทุนสำรองของไทย สูงอันดับต้นๆของโลกจึงต้องเก็บไว้ดังนั้นอย่าฟังหากใครพูดเดี๋ยวจะให้ๆ มันจะไปไม่ได้ทั้งหมดซึ่งตนไม่สามารถบอกได้ว่าจะให้อะไรโดยไม่คำนวณถึงเงินของรัฐบาลว่ามีอยู่เท่าไร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งถึงนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคว่า เรื่องค่ารักษาพยาบาลเริ่มมาตั้งแต่ 30 บาท แต่วันนี้ 0 บาท ไม่เสียสักบาทเลย แล้วเรื่อง 30 บาทก็นำมาพูดกันอยู่นั้น และตั้งแต่ตนเข้ามา 4 ปี ได้แก้ปัญหา 30 บาท โดยหาเงินกองกลางไปจ่ายค่าหมอพยาบาลที่ค้างไว้เป็นปีๆ ซึ่งบางโรงพยาบาลแทบล้มหมด เพราะงบสะสมหมดถือเป็นการทำงานที่ไม่ครบระบบ ทุกคนอาจรักและชอบ ทุกคนอาจไม่รู้เบื้องหลังว่าเป็นอย่างไร ขอยกตัวอย่างเดียวเท่านั้นขี้เกียจไปทะเลาะกับคน แต่ก็ไปพูดเอาดีเอาเด่นอยู่นั่น แต่สิ่งที่ตนพูด เพราะต้องการให้ทุกคนเข้าใจว่านี่คือภาระที่รัฐบาลนี้เข้ามาแก้ปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขอบอกเลยว่าไม่ใช่นายกฯ บ้าอำนาจ ไม่ได้อยากมีอำนาจ ไม่ได้อยากที่จะต่อท่ออะไรทั้งนั้น แต่อยู่เพื่อทำงานเหล่านี้ให้สำเร็จส่วนการเมืองจะเป็นอย่างไรก็ว่าไป และตนไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกตั้งซึ่งทุกคนคงรู้ว่าต้องเลือกคนอย่างไร จะเลือกอย่างไรจะได้นายกฯอย่างไร ก็ต้องรู้กติกาครั้งนี้ก่อนเพราะกติกาเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ตนพูดอย่างนี้เพราะเป็นรัฐบาล จึงต้องขอให้ศึกษากติกาข้อมูลและรัฐธรรมนูญต่างๆ ให้ดีด้วย ส่วนเรื่อง หาเสียงนั้นตนก็หาเสียงไม่ได้ แต่ต้องการให้ทุกคนเตรียมตัวเองให้เรียบร้อยในการเลือกตั้ง อีกทั้งพิธีสำคัญคือพิธีบรมราชาภิเศก ซึ่งใน 70 ปีที่ผ่านมานั้นเป็นของในหลวงรัชกาลที่9 ดังนั้นในครั้งนี้จะเป็นประวัติศาตร์ของประเทศอีกครั้งหนึ่ง ที่จะเปลี่ยนแปลงจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพิธีต่างๆมากมาย ดังนั้นขอให้พวกเรารักษาความสงบเรียบร้อย

“การเลือกตั้งก็คือการเลือกตั้ง และเมื่อเลือกตั้งแล้วหลังจากนั้นก็มีวิธีการเช่นเรื่องการตั้งรัฐบาลก็มีระยะเวลาที่ต้องดำเนินการต่อไป ดังนั้นถึงอย่างไรก็ให้ทุกคนเลือกตั้ง เพราะรัฐธรรมนูนเขียนไว้แล้วผมจะมาเบี้ยวไม่ได้ หลายคนมาบอกว่าผมจะเดียวไม่ให้เลือกตั้ง แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเลือก เพราะรัฐธรรมนูนเขียนไว้เข้าใจหรือยัง แล้วมีใครปวดหัวปวดท้องกับเรื่องเลือกตั้งหรือไม่ มีผมที่ปวดอยู่ทุกวัน ตื่นเช้ามาก็มีแต่เลือกตั้งๆ เลื่อนเลือกตั้งไม่เลื่อนเลือกตั้งมันอะไรกันนักหนา ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ผมเคารพกติกา แต่เมื่อมีเหตุ มีความจำเป็นก็ไปว่ากันมา ก็ไปแก้กันมาซึ่งไม่ใช่เรื่องของผม”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนลงจากเวทีพลเอกประยุทธ์ได้กล่าว ร่ำลาประชาชน ว่า “ บ๊ายบาย แต่ไม่ใช่ลาก่อน”
ก่อนที่นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดศูนย์แสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลัก และได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางไปยังโรงงานอินทราเซรามิก ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง โดยได้พบกับผู้นำภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และเยี่ยมชมการผลิตเซรามิก การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไม้และครั่ง ของลำปางนครหัตถศิลป์ ถิ่นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

แล้วจึงเดินทางไปยังสะพานรัษฎาภิเศก ต.หัวเวียง อ.เมืองลำปาง เยี่ยมชมสะพานรัษฎาภิเศกและสตรีท อาร์ต ริมแม่น้ำวัง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองและครีเอทีฟทัวร์ริซึ่มของรัฐบาล

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ผู้สื่อข่าว​รายงานว่า​ ที่บ้านหลุกซึ่งเป็นแห่งโอท็อปไม้แกะสลัก​ มีชาวบ้านซึ่งเป็นเอฟซีของนายกฯ​ ชื่อ​ พ่อสล่าตื่น​ แก้วเตียม​ วัย​ 77​ ปี​ ซึ่งเป็นช่างแกะสลักไม้​รุ่นบุกเบิกของบ้านหลุก ได้มอบของที่ระลึกเป็นไม้สัก​แกะสลัก​เป็นภาพนายกฯให้กับนายกฯเพื่อเป็นของที่ระลึกด้วย​ และนายกฯได้ร่วมตีกลองสะบัดชัยเพื่อเป็นเกียรติในการมาเยี่ยม​หมู่บ้านแห่งนี้ด้วย