การเมือง ข่าว

2 นักวิชาการดัง วิเคราะห์ “ภูมิทัศน์การเมือง” จะเปลี่ยนไป? หลัง ทษช.ถูกยุบพรรค

นักวิชาการ มีความเห็นว่าคะแนนของพรรคไทยรักษาชาติ จะไหลไปพรรคอื่นหรือไม่ ภายหลังถูกยุบ ขณะที่มีข่าวสะพัด ! นายทักษิณ ชินวัตร อาจจะให้ถ่ายคะแนนไปที่พรรคอนาคตใหม่แทน เพราะกระแสกำลังมาแรง

** กาบัตรเลือก ทษช. เป็น”บัตรเสีย”

รศ.เจษฎ์ โทณวณิก อดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามวิเคราะห์ทิศทางการเมืองไทย หลังศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสิน ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ด้วยคะแนนเอกฉันท์ 9 ต่อ ทำให้ผู้สมัครส.ส.ไทยรักษาชาติ ระบบเขตเลือกตั้ง 174 เขตและ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 108 คน กลายเป็นโมฆะ ในวันเลือกตั้ง 24 มีนาคม หากมีผู้กาบัตรเลือก ทษช. จะเป็นบัตรเสีย

รศ.เจษฎ์ กล่าวในส่วนของการหาเสียงว่า นับจากนี้ก็ห้ามเอ่ยชื่อเรียก บอกพรรคไทยรักษาชาติ ในกลุ่มพรรคพันธมิตร เพื่อหวังดึงคะแนน จะเสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ ถ้าจะดึงคะแนนส่วนของ ทษช.โดยการโน้มน้าว จูงใจ ก็จำต้องหาคำเรียกชื่ออื่นใช้แทน

** เลือกตั้งซ่อม อดีตคนทษช.ลงแข่งได้

คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ระบุว่า ผู้ไปใช้สิทธิจะกาบัตรเลือกตั้ง จะเป็นบัตรเสีย แต่สามารถเลือกโหวตโน หากไม่ต้องการเลือกพรรคอื่น ซึ่งไม่ประสงค์จะเลือกใคร โดยในพื้นที่ใดหากโหวตโนชนะ คะแนนสูงกว่าพรรคอื่น พื้นที่นั้นคงต้องจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ หรือเลือกตั้งซ่อม ผู้สมัครที่เคยอยู่พรรค ทษช. ในเวลานั้นอาจไปอยู่ในพรรคอื่น ก็สามารถลงสมัครส.ส. เป็นสิ่งที่ทำได้

“ถ้ามีการเทคะแนนให้กับพรรคพันธมิตร ยุทธการที่บอกว่าแตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย เพื่อไทย เแป็นแบงก์ 500 ทษช.เป็นแบงก์ร้อย 2 ใบ อาจกลับไปเลือกเพื่อไทย  คนเลือกอาจเลือกพรรคอื่น แต่ถ้าเลือกเพื ่อไทย คะแนนจะโดดเข้าพท. กรณีในการลงเขตชนกัน แต่ถ้าไม่ชน ก็ต้องเลือกให้พรรคอื่น ผู้สมัครร ทษช. 286 คนทั้งบัญชีรายชื่อ และบัญชีเขต  พรรคตระกูลเพื่อ..คงมียุทธศาสตร์ร่วมกันในกลุ่มพรรคพันธมิตร คงคิดแล้วว่า ใครจะเป็นคนรับคะแนนจาก ทษช.ดึงมาให้ได้ ซึ่งก็ต้องชี้ให้เห็นว่าเป็นพรรคฝ่ายเดียวกัน”

เมื่อถามว่า กรรมการพรรคและผู้สมัคร ทษช.สามารถช่วยพรรคการเมืองอื่นหาเสียงได้หรือไม่  รศ.เจษฎ์ บอกว่า สามารถไปช่วยพรรคการเมืองอื่นหาเสียงได้ แต่ให้ระวังเพราะกฎหมายใหม่ ระบุจำนวนผู้ช่วยพรรคการเมือง ที่ต้องแจ้งให้กกต.ทราบด้วย

 

**คาดคะแนน ทษช.ไหลเข้า 3 กลุ่ม

ด้านรศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  วิเคราะห์ว่า  ผลทางกฎหมาย ผู้สมัครแต่ละเขต ทษช. ประชาชนที่ลงคะแนนจะทำให้เป็นการกาบัตรเสีย หรือจะเป็นทิศทางลงคะแนนให้พันธมิตร อยู่ที่กลยุทธพรรคและนักการเมืองจะคุยกัน ที่มองกันว่าการเทคะแนนให้พรรคขั้วอุดมการณ์เดียวกัน น่าจะมีมากกว่า แต่หากจะเลือกโหวตโน คิดว่าทำให้เสียงกระจัดกระจาย  อย่างไรก็ตาม คะแนนจาก ทษช. ที่อาจแบ่งไปยังพรรคการเมืองจัดเป็น 3 กลุ่มอุดมการณ์ ส่วนของประชาธิปไตยสากล กลุ่มหนึ่ง ปชต.แบบไทยๆ และ ปชต.ไม่ชัดเจน ทั้งนี้ คะแนนคงไม่มีทางข้ามกลุ่มกันได้ง่ายๆ การจะเปลี่ยนต้องมีจุดเปลี่ยน ยิ่งเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ จะสวิงโหวต โอกาสไม่ถึง 20% คงเป็นลักษณะปล่อยไปตามทิศทางมากกว่า

เมื่อถามว่า คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญนี้ จะเป็นบรรทัดฐานการตัดสินคดีอื่นๆ หรือไม่ รศ.ยุทธพร ตอบว่า คงไม่เป็นบรรทัดฐานให้คดีอื่นในศาลรธน. เพราะการตีความแต่ละคดีเนื้อหาไม่เหมือนกัน

รศ.ยุทธพร ตอบคำถามกรณีจะเกิดเหตุรุนแรงทางการเมืองได้หรือไม่ว่า อาจจะมีโอกาสแต่น้อยมาก คิดว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อสู้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นรอบ 8 ปีที่มีผู้สมัคร 1.4 หมื่นคนจำนวนสูงที่สุด ย่อมทำให้การแข่งขันมากขึ้นเป็นธรรมดา ดังนั้น การต่อสู้โดยใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง อาจเป็นชนวนเหตุนำไปสู่ความขัดแย้งเป็นปกติ อย่างไร เหลืออีก 10 กว่าวัน คงให้เวทีเป็นตัวตัดสิน ส่วนหลังเลือกตั้งคงต้องดูบริบทประกอบกันต่อไป

“กรณีแกนนำทษช.จะไปช่วยลงพื้นที่ให้พรรคหรือผู้สมัครอื่น คงไม่ง่าย มีกฎหมายกำหนดให้มีผู้ช้วย 20 คน ถ้าไม่มีชื่อ แล้วให้คนไม่เกี่ยวข้องกับพรรคมายุ่ง คงอาจถูกยุบพรรคตามไปด้วย คิดว่าพรรคการเมืองต่างๆ คงต้องระมัดระวังมากขึ้น  กฎระเบียบเลือกตั้งฉบับใหม่นี้เข้มงวดมาก แต่คลุมเครือไปด้วย ถ้าอุดมการณ์เดียวกัน คะแนนคงไหลไปในธรรมชาติ ชี้ให้เห็นว่า การเลือกบุคคลมากกว่าเลือกพรรค”

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน