การเมือง

สภาสับกันเละปมแต่งตัว “ปารีณา” บอกเป็นจิตสำนึก รากเหง้าคน

ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ตำหนิพรรคอนาคตใหม่กลางสภา กรณีแต่งกายไม่เหมาะสม โดยอ้างเรื่องดังกล่าวเกิดจากรากเหง้าและจิตสำนึกของคน ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ยืนยัน สส.จะแต่งชุดบอลมาก็ได้ แต่หากถูกสังคมด่า ก็ต้องรับผิดชอบเอง

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญยกร่างเรียบร้อยเสร็จแล้ว โดยได้มีการอภิปรายเกี่ยวกับการแต่งกายในสภา เนื่องจากก่อนหน้านี้มีประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์ ส.ส.หญิงพรรคอนาคตใหม่สวมชุดผ้าไทยซึ่งเป็นชุดพื้นเมืองเข้าสภา ทำให้มีข้อถกเถียงกัน จึงต้องการให้มีการออกระเบียบการแต่งกายไว้ในข้อบังคับ

น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า การแต่งกายที่แตกต่างเกิดจากความคิดที่หลากหลายของสมาชิก เกิดจากสำนึกถูกผิด เกิดจากรากเหง้า ต่างครอบครัว ต่างการอบรมสั่งสอนจากที่บ้าน ตนไม่ขัดที่สมาชิกจะแต่งกายผ้าไทยมาทำงาน เพราะส่งเสริมวัฒนธรรมไทย เช่น ส.ส.เพื่อไทยหญิงคนหนึ่งใช้ผ้าไทยตัดเป็นสูทสากล การแต่งกายเหล่านี้ควรถูกที่และเคารพสถานที่ ถูกกาลเทศะ เพราะสภาไม่ใช่ที่มาเล่นๆ จึงขออยากให้ประธานสภาฯ ให้ความรู้

ขณะที่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคอนาคตใหม่เห็นแย้ง อภิปรายว่า เกียรติยศเกียรติภูมิของสภาอยู่ที่ไหนกันแน่ อยู่ที่เครื่องแต่งกายหรือการตั้งใจทำงาน ซึ่งสภาต้องก้าวข้ามเรื่องภายนอกอย่างการแต่งตัว

ทั้งนี้ หลังจากอภิปรายกันพอสมควร นายชวนกล่าวว่า เรื่องการแต่งกายของสภาผ่านมา 87 ปี ไม่มีปัญหา ใช้มาตรฐานทั่วไป แต่มีข้อบังคับข้อหนึ่งบอกว่านอกจากชุดสากล ยังอนุญาตให้ประธานสภาฯ กำหนดชุดอื่นได้ แต่ก็ไม่ต้องเคร่งครัดว่าต้องสากลทุกคน สิ่งใดที่เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรม ประธานก็จะอะลุ่มอล่วยให้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ก่อนการประชุมสภา นายชวนให้สัมภาษณ์ว่า การแต่งกายเป็นประเด็นปลีกย่อย คงไม่ต้องบังคับสภาเหมือนเด็กนักเรียน

ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ที่ผ่านมาการแต่งตัวถือเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ดังนั้นควรจะให้สิทธิ ส.ส. ในการตีความเอง โดยไม่ควรไปยึดติดกับรูปแบบหากจะมีสส.คนใดใส่เสื้อยืด กางเกงบอล มาประชุมสภาก็เป็นสิทธิที่จะทำได้ หากถูกด่าก็เป็นเรื่องของคน ๆ นั้น ที่จะต้องรับผิดชอบ และรับผลที่จะตามมา

ในวันเดียวกัน นางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนการใช้ภาษาถิ่นในสภา โดยอ้างสภาบางแห่งของโลกก็ใช้กัน เพราะสภาควรเป็นที่แสดงความหลากหลายทางอัตลักษณ์ของสมาชิก เพราะประเทศไทยมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภาษา เหมือนรัฐสภาอินเดียก็อนุญาตให้มีการอภิปรายในภาษากว่า 20 ภาษา

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

จากนั้น มีการประท้วงการไปมาของผู้ไม่เห็นด้วย โดยส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้ประท้วงประธานเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยในการประชุม โดยอ้างว่าได้ยิน ส.ส.คนหนึ่งจากพรรคที่มีเก้าอี้สีฟ้า และอยู่ทางด้านซ้ายของตนพูดขึ้นขณะที่ ส.ส.อนาคตใหม่กำลังพูด ว่า ถ้าอยากหลายหลายก็ให้ไปอยู่ประเทศอินเดีย ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญแม้ไม่ได้ออกไมโครโฟน ก็ควรจะมีสัมมาคารวะ เพราะสภาแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์