การเมือง

“ลุงธง แจ่มศรี” อดีตเลขาฯ พคท.คนสุดท้าย ทางเดินหายใจติดเชื้อ เสียชีวิตวัย 98 ปี

ลุงธง แจ่มศรี เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยคนสุดท้าย เสียชีวิตแล้วในวัย 98 ปี ด้วยโรคทางเดินหายใจ ขณะที่ภรรยาหมอเหวง โพสต์สดุดียืนหยัดหลักการชาวคอมมิวนิสต์จนลมหายใจสุดท้าย

นายธง แจ่มศรี หรือ สหายประชา ธัญญไพบูลย์ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เสียชีวิตลงแล้วเมื่อเวลา 02.30 น.ของคืนวันที่ 10 กรกฎาคม ด้วยวัย 98 ปี ด้วยโรคทางเดินหายใจติดเชื้อ ที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งครอบครัวจะนำร่างไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดพระประโทณเจดีย์วรวิหาร จ.นครปฐม ก่อนจะมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 14 ก.ค.

ด้าน นางธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึง นายธง แจ่มศรี ว่า “ลุงธงดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการคณะกรรมการบริหารกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย จากผลการประชุมสมัชชา 4/1 ตั้งแต่ปี 2525 เป็นลำดับมาจนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยยกเลิกกองกำลังอาวุธในเวลานั้น ลดบทบาทของพรรคมาเป็นลำดับ เมื่อเกิดความขัดแย้งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ลุงธงมีจุดยืนอยู่กับฝ่ายประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยและความยุติธรรมมาตลอดไม่เปลี่ยนแปลง และยืนหยัดหลักการของชาวคอมมิวนิสต์จนลมหายใจสุดท้าย

สำหรับนายธง แจ่มศรี หรือสหายประชา ธัญญไพบูลย์ เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย คนสุดท้าย ซึ่งได้รับตำแหน่งเมื่อปี พ.ศ. 2525 แม้ว่าในปัจจุบันพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้ยุติการดำเนินงานไปแล้ว แต่นายธงยังคงมีความเคลื่อนไหวในการออกแถลงการณ์ของพรรค เมื่อปี พ.ศ. 2551 ในโอกาสครบรอบ 66 ปีของพรรค

นายธง เกิดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2464 ที่ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร เป็นบุตรของนายเสา กับ นางยอ แจ่มศรี เป็นชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม มีพี่น้อง 3 คน เข้ารับการศึกษาชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนบ้านหนองบัว จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล จังหวัดอุดรธานี และเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนหัวเฉียว ยศเส

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ขณะที่ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนหัวเฉียว ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคคอมมิวนิสต์ โดยการเป็นเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน ต่อมาถูกจับในข้อหาเป็นคอมมิวนิสต์ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2479 ภายหลังศาลตัดสินให้ทำทัณฑ์บนแล้วปล่อยตัว เนื่องจากอายุยังน้อย แต่ไม่มีผู้ปกครองมารับตัวก็ต้องติดคุกเป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน ในระหว่างนั้นก็ได้ดำเนินการขออุทธรณ์สู้คดีด้วยตัวเอง กระทั่งได้รับการลดโทษกึ่งหนึ่ง แต่เนื่องจากถูกคุมขังมาแล้ว 1 ปี 8 เดือน ศาลจึงสั่งให้ปล่อยตัวทันที จากนั้นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย จึงได้มีมติรับเข้าเป็นสมาชิกพรรค ในขณะที่มีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น