การเมือง

ล่าชื่อค้านสลาก 12 นักษัตร “ศรีสุวรรณ” โวยมอมเมา บ่งชี้รัฐบาลถังแตก

เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ล่ารายชื่อประชาชนคัดค้านออกสลาก 12 นักษัตร เสนอทบทวน เชื่อรัฐบาลถังแตก หวังดึงเงิน ไม่สนใจมอมเมา หากไม่หยุดเตรียมฟ้องศาลปกครอง

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ตั้งโต๊ะให้ประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านการออกสลากรูปแบบใหม่ เป็นรูปภาพ 12 นักษัตร โดยมองว่า เป็นการมอมเมาประชาชน ขัดหลักจริยธรรมและคุณธรรมที่รัฐบาลรวมทั้งคนไทยได้ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะหากปล่อยให้สำนักงานสลากดำเนินการไปตามขั้นตอนที่สำนักงานสลากได้นำเสนอ ตนคิดว่าสักวันหนึ่งนี้สังคมไทยจะเต็มไปด้วยอบายมุข การพนัน ซึ่งเป็นสิ่งมอมเมา

นายศรีสุวรรณ มองว่า การออกสลากครั้งนี้ เป็นเครื่องชี้บ่งว่ารัฐบาลขณะนี้กำลังจะถังแตก หาวิธีการได้มาซึ่งเงินจากกระเป๋าของประชาชน ซึ่งอาจจะเป็นคนยากคนจน ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าว นอกจากจะไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาลอตเตอรี่ขายเกินราคาแล้ว ยังไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของการปราบปรามหวยใต้ดิน ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่ผิดพลาดล้มเหลวมาจากภาคประชาชน หรือ เจ้ามือหรือผู้ประกอบการ แต่ตนคิดว่าเป็นความผิดพลาดล้มเหลว หรือการละเว้นหรือการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานภาครัฐทั้งๆที่เรามีพ.ร.บ.สำนักงานสลากปี 2562 ออกมาบังคับใช้เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2562 กำหนดไว้ชัดเจนเลยว่าถ้าขายสลากเกินราคามีโทษปรับถึง 10,000 บาท ซึ่งมีอำนาจเต็มที่หน่วยงานรัฐจะจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายตามที่หน่วยงานภาครัฐและผู้บังคับใช้กฎหมายปล่อยปละละเลยจนกระทั่งทำให้มีกลุ่มนายทุนมาทำหวยใต้ดินขายกับประชาชน สะท้อนให้เห็นว่า หน่วยงานภาครัฐหรือแม้แต่สำนักงานสลากไม่ได้จริงจังและจริงใจในการที่จะแก้ไขปัญหาขายสลากเกินราคาใน 4-5 ปีที่รัฐบาล คสช. มีอำนาจ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

และต้องตำหนิสมาชิกสนช. ที่ออกกฎหมายเพื่อประโยชน์ให้กับสำนักงานสลากออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อมอมเมาประชาชนได้อย่างไร จะมาอ้างว่าเพราะว่างานสลากรัฐบาลเสนอมาอย่างนี้ก็จะพิจารณาเป็นอย่างนั้น จริงๆแล้วมีอำนาจพิจารณาที่จะตัดออกไปได้ แต่อ้างเหตุผลต่างๆนาๆเป็นการแก้ตัวน้ำขุ่นๆ โดยเตรียมนำรายชื่อผู้คัดค้านไปยื่นต่อ ครม. และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่ถ้าหากยังดึงดันจนก็จะเดินหน้าฟ้องศาลปกครองต่อไป