การเมือง

ครม. ดันแผนแก้ “ฝุ่นพิษ” วาระชาติ กำหนด 3 มาตรการจัดการ

ครม. อนุมัติแผนแก้ปัญหาฝุ่นละอองวาระแห่งชาติ กำหนด 3 มาตรการ “จัดการพื้นที่-ลดฝุ่นต้นทาง-เพิ่มประสิทธิภาพ” คพ.เผย “ลมพัด-ฝนเพิ่ม” ช่วง 1-6 ต.ค.ช่วยบรรเทา คาดเดือน ธ.ค.-ม.ค.เจออีกระลอก นายกฯยันอนาคตใช้มาตรฐานไอเสียยูโร 6

หลังจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม​​ 2.5​ ปกคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑล เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย จนติดอันดับโลก ล่าสุด คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาโดยให้ความสำคัญ เป็นวาระแห่งชาติ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. ว่า ได้หารือและนำแผนปฏิบัติการของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)เข้าสู่การพิจารณาใน ครม. และมาตรการเสริมเรื่องการจราจร ยานพาหนะ เรื่องการเผาต่างๆ ก็เข้มงวดขึ้น และเมื่อเกิดวิกฤติแล้วค่าฝุ่นเกิน 100 มคก.(ไมโครกรัม) ถ้าเกินไปขนาดนั้นต้องมีการประชุมคณะกรรมการร่วมกัน และรัฐบาลต้องหามาตรการที่เข้มงวด สั่งการในระดับประเทศลงไป ซึ่งเราเคยทำมาแล้วบางพื้นที่ ในช่วงที่ผ่านมา

วันนี้ กระทรวงสาธารณสุขแจ้งไปแล้ว ใครเป็นกลุ่มเสี่ยง ต้องหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ถ้าจำเป็นต้องออกนอกบ้านสวมหน้ากากอนามัย และเตรียมไปแจกจ่ายในกลุ่มจังหวัด หากไม่พอให้ขอมาที่ส่วนกลาง ขณะที่กระทรวงคมนาคม ตำรวจ กรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในพื้นที่โล่งทุกชนิด

นอกจากนี้ เรื่องการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ทดแทนการใช้รถส่วนบุคคล ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน ทั้งเครื่องยนต์ ท่อไอเสีย รถควันดำต่างๆ ต้องเข้มงวด และขอแจ้งเตือนผู้ประกอบการทุกส่วนด้วย ในส่วนของกระทรวงคมนาคม จัดจุดตรวจทุกพื้นที่มีการเข้มงวดรถควันดำ ต้องหยุดใช้งาน จนกว่าจะปรับปรุงใหม่

กระทรวงอุตสาหกรรมขอความร่วมมือสถานที่ก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรม ควบคุมและลดการระบายฝุ่นมลพิษทางอากาศ ในส่วนของ กทม. หรือพื้นที่ก่อสร้างปริมณฑล ต้องขอความร่วมมือลดฝุ่นละอองให้ได้ ต้องฉีดพ่นน้ำในช่วงที่มี พีเอ็ม 2.5 สูงขึ้น และวันนี้กระทรวงมหาดไทย จัดเตรียมเครื่องพ่นละอองไอน้ำในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงขึ้น

“ในช่วงนี้กรมอุตุฯ พิจารณาแล้วว่า อากาศที่ปิดเป็นเหมือนโดมครอบกรุงเทพฯ และประเทศไทยอยู่ เนื่องจากอากาศเย็นสูง ซึ่งอากาศจากจีนนิ่ง ทำให้ไม่มีลมมาทางเอเชียของเรา ต่างคนต่างครอบไว้ทั้งนั้น และอากาศหนาวก็เข้ามาเร็ว เป็นอากาศหนาวระยะสั้น ก็เกิดโดมขึ้นมาครอบอากาศหนัก ฝุ่นละอองก็เลยไม่กระจายไปในพื้นที่กว้าง ขอให้ประชาชนระมัดระวังตัวเองด้วย รัฐบาลจะพยายามทำอย่างเต็มที่ และกรมฝนหลวงก็พร้อมจะปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่น” นายกฯ กล่าว

ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล แถลงรายละเอียดว่า ครม.เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามที่กรมควบคุมมลพิษเสนอ ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ได้ปฏิบัติตามแผนนี้มาเป็นระยะ และขณะนี้ยังอยู่ในระยะ ก่อนเกิดวิกฤติ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่หน่วยงานต่างๆ จะต้องเตรียมความพร้อมที่รัฐบาลได้ถอดบทเรียนการแก้ปัญหามาจากปี 2560 และ 2561

โดยแผน แบ่งเป็น 3 มาตรการ คือ 1.การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ ซึ่งเป็นการควบคุมมลพิษในช่วงวิกฤติสถานการณ์ฝุ่นละออง เป็นระยะเร่งด่วน เพื่อควบคุมพื้นที่ที่มีปัญหาฝุ่นละออง ได้แก่ 9 จังหวัดภาคเหนือ กทม.และปริมณฑล พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง (ประสบปัญหาหมอกควัน) พื้นที่หน้าพระลาน จ.สระบุรี และพื้นที่เสี่ยงปัญหาฝุ่นละอองอื่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเผาในที่โล่ง เช่น ขอนแก่น กาญจนบุรี

โดยแนวทางการดำเนินงานประกอบด้วยการทบทวน ประเมินผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และถอดบทเรียน เพื่อปรับปรุง แผนเผชิญเหตุและแผนตอบโต้สถานการณ์ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในช่วงเกิดวิกฤติสถานการณ์ โดยใช้กลไกการจัดการแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งมีกลไกการสั่งการตามปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

ทั้งนี้ หากมีค่า 76-100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร(มคก./ลบ.ม.)ให้ผู้ว่าฯบัญชาการเหตุการณ์ และหากระดับที่ 4 PM2.5 มีค่ามากกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เสนอให้จัดการประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอมาตรการต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการ

2.มาตรการการป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกำเนิด) มีแนวทางการดำเนินงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งควบคุมจากยานพาหนะ โดยใช้มาตรการจูงใจ ควบคุมและลดมลพิษจากการเผาในที่โล่ง/ภาคการเกษตร ควบคุมและลดมลพิษจากการก่อสร้างและผังเมือง โดยกำหนดกฎระเบียบ มาตรการและเกณฑ์ปฏิบัติในการควบคุมฝุ่นจากการก่อสร้าง กำหนดให้การจัดทำผังเมือง และการก่อสร้างต้องคำนึงถึงการแพร่กระจายของมลพิษ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง

3.ระยะยาว (พ.ศ. 2565 – 2567) ให้ควบคุมและลดมลพิษจากยานพาหนะ โดยบังคับใช้มาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ Euro 6 ภายในปี 2565 บังคับใช้มาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงมีกำมะถันไม่เกิน 10 ppm ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2567 ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ปรับปรุงแก้ไขการเก็บภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถยนต์ใช้งาน

รวมทั้งห้ามนำเข้าเครื่องยนต์ใช้แล้วทุกประเภท ควบคุมการระบายฝุ่นจากการขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือและจากเรือสู่เรือ ควบคุมการระบายมลพิษทางอากาศจาก Non-road Engine ควบคุมและลดมลพิษจากการเผาในที่โล่ง โดยให้มีการใช้ประโยชน์เศษวัสดุการเกษตรเพื่อไม่ให้มีการเผา ห้ามไม่ให้มีการเผาในที่โล่งโดยเด็ดขาด ป้องกันการเกิดไฟป่าและจัดการไฟป่า ส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชหรือไม้ยืนต้นอื่นทดแทนพืชเชิงเดี่ยวหรือพืชที่มีการเผา

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ส่วนกลไกการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ให้มีการจัดตั้งศูนย์ดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในระดับจังหวัด โดยใช้กลไกการจัดการแบบเบ็ดเสร็จ (Single Command) มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการในช่วงเกิดวิกฤตสถานการณ์ฝุ่นละออง และใช้กลไกของหน่วยงานที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย ออกกฎระเบียบ/แนวทาง/ข้อบังคับในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง