การเมือง

“บิ๊กตู่”แย้มขยาย“ชิมช้อปใช้ เฟส 2” พร้อมให้คิดมาตรการใหม่ปรับปรุงให้สะดวก

วันนี้ (4 ต.ค. 62) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ช่วงเช้า โดยไม่มีวาระงานหรือประชุมทางการแต่อย่างใด และได้บันทึกเทปรายการ Government weekly ep.8 ช่วงPM Talk จากนั้นเวลา 15.25 น. เพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าได้นำมาเผยแพร่ โดยระบุตอนหนึ่งถึงมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ “ชิม ช้อป ใช้” จะมีการขยายมาตรการออกไปอีกหรือไม่ว่า ที่ผ่านมามีการลงทะเบียนกำหนดวันละ 1 ล้านคน รู้สึกว่าบางวัน ลงทะเบียนแล้วมีคนที่ไม่ผ่านประมาณ 2 แสนคน วันนี้เราใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการตรวจสอบ บางครั้งการสแกนหน้าไม่ตรงกับบัตรประชาชนหรือไม่เหมือนบ้าง ก็มีการเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ ในส่วนนี้ก็คงต้องไปปรับปรุงกันต่อไป ตอนนี้ก็เปิดให้ลงทะเบียนใหม่ได้

ส่วนในระยะที่ 2 ก็คงต้องปรับมาตรการเหล่านี้ให้สะดวกรวดเร็วขึ้น ประเด็นสำคัญ คือ วัตถุประสงค์ในการทำมาตรการชิมช้อปใช้ คือการใช้เงินจำนวนหนึ่ง เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบขึ้นมา เพราะมีคนผลิต คนทำ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของร้านค้าประชารัฐ ร้านค้าที่ลงทะเบียน โรงแรม ห้องอาหาร รวมถึงโฮมสเตย์ ร้านโอทอป ครอบคลุมทุกพื้นที่ ไม่ใช้เพื่อเอื้อประโยชน์ใคร แต่เพื่อทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบ เมื่อมีการใช้ ก็มีการผลิต มีการนำวัตถุดิบมาใช้ ทำให้เกิดการหมุนเวียนหลายรอบ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เงิน 1,000 บาทที่ให้ไป ประชาชนใช้อะไรได้ไม่มาก สิ่งสำคัญเพื่อต้องการกระตุ้นประชาชน หรือสร้างแรงจูงใจให้เท่านั้น เพื่อให้เกิดการใช้จ่าย เพราะฉะนั้น บางคนบอกว่ามีการลงทะเบียนในกรุงเทพฯ จำนวนมาก แต่ก็ต้องไม่ลืมว่ามีคนที่มาทำงานในกรุงเทพฯ เป็นคนต่างจังหวัดก็เยอะ เมื่อมีการลงทะเบียนก็มาใช้ในกรุงเทพฯ แต่ต้องเป็นร้านค้าที่ลงทะเบียนกับเรา ไม่ใช่ว่าซื้อร้านไหนก็ได้ หรือไปซื้อในร้านหรูๆ ก็ไม่ใช่มั้ง บางทีก็ต้องการให้รายละเอียด อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่เคยทดลองใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (G-Wallet ) เพราะไม่ได้ลงทะเบียน ตนไม่ได้ไปไหน ไม่เคยได้ไปไหนซักที ซึ่งเวลาตนจะใช้เงินก็ให้ลูกน้องจัดการ อาหารก็ให้ลูกน้องซื้อแล้วก็มาเบิกเงินไป ซึ่งลูกน้องตนคงไม่มีใครไปลงทะเบียนในโครงการดังกล่าว นายกฯ ไม่ไปไหน พวกเขาก็ไม่ไปไหน เพราะอยู่กับตนตลอด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามสัปดาห์หน้าจะมีข่าวดีเรื่องการขยายมาตรการหรือไม่นั้น จากการวิเคราะห์หรือการสรุปการปฏิบัติที่ผ่านมา ก็เห็นว่ามีความก้าวหน้า มีการใช้จ่ายในระบบมากขึ้น และมีผลดีโดยการตรวจสอบจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องนี้คิดว่ากระทรวงการคลังคงชี้แจงได้อยู่แล้ว ขณะนี้เห็นว่ากำลังคิดมาตรการใหม่ขึ้นมา ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดการหมุนเงินเหล่านี้ในวงจร ซึ่งงบประมาณที่ใส่ไปในโครงการนี้จะทำให้เงินหมุนเวียนมากขึ้น 2-3 เท่า ถ้าดีอาจจะถึง 5 เท่า เพราะประชาชนไม่ได้ใช้เฉพาะเงินตรงนี้ แต่ใช้เงินของเขาด้วย เพราะเงิน 1,000 บาท บางครั้งมันไม่พอ แต่สามารถทำให้ร้านค้าขนาดเล็กเดินต่อไปได้ ถ้าหยุดกันหมดมันก็แย่ จึงต้องพึ่งการหมุนเวียนในระบบในประเทศให้มากขึ้น ขณะที่การส่งออกก็มีปัญหาอยู่พอสมควร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ล็อตใหม่! ชิมช้อปใช้ลงทะเบียน รับเพิ่ม 2 แสนสิทธิ เริ่มคืนนี้ 5 ต.ค. 62