การเมือง

‘พลังประชารัฐ’ เดินหน้าลงพื้นที่กำแพงเพชร เวที “ประชาธิปไตยไทยอิ่ม”

พปชร. ลุยพูดคุยกับชาวบ้านแบบเข้าถึงได้ ใน “เวทีประชาธิปไตยไทยอิ่ม ไม่ต้องแก้กินได้เลย” เวทีที่2 จ.กำแพงเพชร พร้อมเดินหน้าโครงการ “ประชารัฐสร้างไทย” มั่นใจ ประชาชนต้องอยู่ดีกินดี

วันนี้ (12 ต.ค.) เวลา 10.00 ที่วัดเกาะรากเสียด อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่กระทรวงการคลัง พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.จังหวัดกำแพงเพชร น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย ตัวแทนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.และตัวแทนชุมชน เปิดเวทีประชาธิไตยไทยอิ่ม ไม่ต้องแก้ก็กินได้” เป็นเวทีที่2 ต่อจากเวทีแรกที่จ.นครราชสีมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากชาวบ้านเป็นอย่างดี เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังเรื่องราวและประสบการณ์ของชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง

นายชาญกฤช กล่าวว่า นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยได้มีการขยายมาตรการช่วยเหลือให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่ออีก1 ปี ทั้งค่าน้ำ 100 บ./เดือน , ค่าไฟ 230 บ./เดือน และลดภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือ2%สำหรับการใช้จ่ายผ่านบัตร เริ่ม 1 พ.ย.นี้เป็นต้นไป รวมถึงการส่งเสริมให้ประชาชนมีอาชีพ โดยเฉพาะการพัฒนา smart farmer ที่รัฐบาลจะจัดหาโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีและเงินทุนมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีโครงการ “ประชารัฐสร้างไทย” ที่จะมีรูปแบบชัดเจนในเร็วๆนี้

ด้านตัวแทนจากธกส. ชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านว่า เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ได้มีโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ไร่ละ 500 บาท และในวันที่ 15 ต.ค. เกษตรกรที่ลงทะเบียนโครงการประกันรายได้จะได้รับเงินชดเชยอีกก้อนแน่นอน โดยจ.กำแพงเพชร มีเกษตรกรที่จะได้รับเงินชดเชยรวม 794 ล้านบาท มากที่สุดอยู่ที่อ.เมือง และอ.ไทรงาม และเตรียมเพิ่มเงินค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงข้าวอีก 1,000 บาท ซึ่งรอรัฐบาลอนุมัติ ก็จะสามารถจ่ายช่วยเหลือให้ประชาชนได้ทันที

นอกจากนี้ธกส.ยังได้นำตัวอย่างเกษตรกรเข้มแข็งนำโดยนายชินวัตร สุกใส ที่รวมตัวคนในชุมชนเป็นกลุ่มวิสาหกิจคนรักแม่ไทรงาม มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การทำเกษตรแปลงใหญ่ ผลิตข้าวไรซ์เบอรี่เพื่อสุขภาพ เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตชุมชน ซึ่งถ้าเกษตรกรมีการรวมกลุ่ม ภาครัฐจะให้การสนับสนุนส่งเสริมทั้งเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยา และองค์ความรู้ต่างๆ พัฒนาไปสู่การเกษตรแบบยั่งยืน

ขณะที่ชาวบ้านอยากให้รัฐบาลสานต่อโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีเพิ่มเติม หลังจากที่จ.กำแพงเพชรเคยได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลประยุทธ์1 มาแล้ว 38 โครงการๆละกว่า 2 แสนบาท ช่วยให้ชุมชนได้พัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวตลาดวิถีชุมชน มีรายได้เพิ่มมากขึ้น

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

น.ส.วทันยา ได้ตอบข้อเสนอของชาวบ้าน ยืนยัน รัฐบาลให้ความสำคัญ และเดินหน้าต่อตามโครงการ “ประชารัฐสร้างไทย” ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงท่องเที่ยว และหน่วยงานต่างๆ ในการรับฟังแนวทาง เพื่อทำให้ดีขึ้น ยกระดับประชาชนทุกพื้นที่ กินดีอยู่ดี