การเมือง

สนง.กกต. ปัดเอี่ยวการเมือง ปม “ธนาธร” ฟ้อง 7 กกต. ยันทำตามรธน.

สนง.กกต. ยันไม่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง กรณี “ธนาธร” ฟ้องอาญา 7 กกต. รวบเรื่องถือหุ้นสื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รอไต่สวน แจงดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่า ความเป็น ส.ส. สิ้นสุด

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) ชี้แจง กรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้มอบหมายให้ทนายความ ไปยื่นฟ้อง กกต.7 คน ต่อศาลอาญาคตีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีที่ นายธนาธร ถูกกล่าวหาว่าถือครองหุ้นในธุรกิจสื่อมวลชน โดยที่ กกต. รวบรัดส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รอให้การไต่สวนเรียกพยานเข้าสอบปากคำของคณะอนุกรรมการก่อน

โดย ยืนยันว่า กกต. ได้ชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้ว เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเพื่อให้เกิดความชัดเจน ขอชี้แจงเพิ่มเติมในข้อเท็จจริงเรื่องนี้ว่า

การพิจารณาคุณสมบัติความเป็น ส.ส. เป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง

เมื่อ กกต. เห็นว่า ความเป็น ส.ส. ของคนใดมีเหตุสิ้นสุดลง ก็สามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ทันที ซึ่งกรณี นายธนาธร เป็นกรณีความปรากฏต่อ กกต. ว่า สำเนารายชื่อผู้ถือหุ้นยังมีชื่อนายธนาธร เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกกต. จึงได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ส่วนประเด็นที่ กกต. ดำเนินการไต่สวนอยู่ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวนการไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด นั้น เป็นกรณีการดำเนินการกรณีคดีอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งมาตรา 151 เรื่องที่ผู้ใดรู้อยู่ว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

เนื่องจากขาดคุณสมบัติ แต่ยังฝ่าฝืนลงสมัคร กกต. จึงต้องสืบสวนและไต่สวนต้องแสวงหา และรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเสนอสำนวน กรรมการ กกต. พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาแสดงพยานหลักฐาน

ขณะนี้เป็นสำนวนอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คุณะกรรมการการเลือกตั้งยังมิได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาด ยืนยันว่า การดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเป็นคนละกรณี และ กกต. ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด โดยมิได้มีการเร่งรัดหรือมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองแต่อย่างใด