"ชูวิทย์" วิเคราะห์ อนาคตใหม่ วางแผนตั้งพรรคสำรอง

13 ธ.ค. 2562 เวลา 8:48 น.

"ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" วิเคราะห์ อนาคตใหม่ วางแผนตั้งพรรคสำรอง หากถูกยุบพรรค เปรียบ "ธนาธร" สะดุดขาตัวเองเหมือน "ปารีณา" แต่ต่างกันตรงที่ ฝั่งหนึ่งอยู่ฝ่ายค้าน ส่วนอีกฝั่งอยู่ฝ่ายรัฐบาล

วันที่ 13 ธ.ค.2562 เพจเฟซบุ๊ก "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" ของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความระบุถึง แผนสำรองของพรรคอนาคตใหม่ ว่า

ป่านนี้กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ คงใจ ตุ้มๆ ต่อมๆ ว่าจะถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคหรือไม่?

ทางที่ดีจึงควรมีแผนสำรอง แทนที่จะไปโต้เถียงว่า โดนกลั่นแกล้ง เพราะเอาเข้าจริง ต้องยอมรับว่าทั้งเรื่องหุ้นสื่อ และเงินกู้พรรค ล้วนเป็นเรื่องที่คุณธนาธรสะดุดขาตัวเองแท้ๆ แบบเดียวกับคุณปารีณา

 ต่างกันตรงที่ "คุณธนาธรอยู่ฝ่ายค้าน" แต่ "คุณปารีณาอยู่ฝ่ายรัฐบาล"

การวางแผนสำรองของคุณธนาธรจึงหนักหนาสาหัสกว่าที่จะร้องเพลง “let it be ช่างแม่มัน" อย่างคุณปารีณามาก

ดุลอำนาจการเมืองจะเปลี่ยนไปทันทีที่ศาลสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ คุณธนาธร อาจารย์ปิยบุตร รวมถึงกรรมการบริหารพรรคทุกคน ก็คงหมดอนาคตไปด้วยทันทีที่ไม่ได้อยู่ในสภา และเวลาก็เหลือไม่มาก

ผลลัพธ์จะสั่นสะเทือนถึงคะแนนที่ “ปริ่มน้ำ” อยู่ในขณะนี้ ให้กลายเป็นคะแนนที่ “เด็ดขาด”

“นายกฯตู่” จะขาไม่ลอยน้ำ จนต้องไปทำท่าทีคอยเอาอกเอาใจ เลี้ยงหูฉลาม กอดรัดฟัดเหวี่ยง รักพรรคร่วมรัฐบาล หรือพวกตีสองหน้าให้เสียศักดิ์ศรีแบบทุกวันนี้

ตอนนี้พรรคอนาคตใหม่คงวางแผนตั้งพรรคสำรองหากถูกหวยยุบพรรค เพื่อให้ ส.ส. ที่เหลือ ที่ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรคย้ายไปสังกัด โดยชูสโลแกนสืบสานอุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ จะชื่อ "พรรคอุดมการณ์ใหม่" หรือไปเปลี่ยนชื่อพรรคทีหลังก็ได้

ส่วนคุณธนาธร และอาจารย์ปิยบุตร คงได้ส่งโพยติว ส.ส. ให้ขึ้นมาเป็นตัวแทน แล้วตัวเองก็ไปต่อสู้นอกสภาเข้าทำนอง "นอมินี" คนสั่งการตัวจริงอยู่เบื้องหลัง อย่างพรรคที่ถูกยุบมาก่อนเขาทำกันเกร่อ

ปัญหาคือ “บารมีพรรษาการเมือง” ยังไม่แก่กล้าเท่า

การควบคุม ส.ส. จะลำบาก อีกทั้งเป็น ส.ส. สมัยแรก พอรู้ว่าทั้งสองไม่มีโอกาสเข้าสภาอีกแล้วอย่างน้อย 5 ปี คงแหกคอกหนัก เทไปทางฝั่งรัฐบาลที่มีขนมหวานล่อ

ครั้นจะหาหัวหน้าพรรคที่เชื่อฟัง คงฟังแค่ตอนต้น สักพักก็คงว่าความตามใจ ของแบบนี้มีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนัก

แผนสำรองนี้จึงไม่ใช่โมเดลทางธุรกิจแบบที่คุณธนาธรเคยทำ ป่านนี้หากทำธุรกิจอยู่ คงไม่ต้องปวดหัวแบบนี้

บรรดาเจ้าสัวธุรกิจเมืองไทยถึงได้สั่งลูกหลานไว้นักหนาว่า "อย่าไปเล่นการเมือง"

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด