การเมือง

อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ยกระเบียบกรมบัญชีกลาง แก้ปมบ้านพักข้าราชการ

ธวัชชัย ไทยเขียว อดีตรองปลัดยธ. ยกระเบียบกรมบัญชีกลาง คลายปมบ้านพักข้าราชการกรณีบ้านพักไม่พอ-คนอยู่เดิมไม่ยอมย้ายออก ต้นสังกัดต้องให้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านภายใน 7 วัน

เมื่อวันที่ 14 ก.พ.63 นายธวัชชัย ไทยเขียว อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ติดแฮทแท็ก #ทุกส่วนราชการต้องปฏิบัติตามนี้ครับ..!! โดยอ้างถึงหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0408.6/ว147 ลงวันที่ 5 กันยายน 2560 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ. 2560

(10) กรณีที่พักของทางราชการ มีไม่เพียงพอสำหรับผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการหรือกรณีที่ข้าราชการที่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ ซึ่งย้ายมาใหม่ไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยในที่พักของทางราชการได้ เนื่องจากผู้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการได้เข้าพักอาศัยอยู่ก่อนแล้วตาม (9) ทำให้ไม่สามารถจัดให้ผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการเข้าอยู่อาศัยได้

กรณีดังกล่าว ผู้มีอำนาจจัดที่พักต้องดำเนินการจัดให้ผู้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการออกจากที่พักของทางราชการและจัดให้ผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการเข้าอยู่อาศัยในที่พักของทางราชการแทนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่รายงานตัวเพื่อเข้ารับหน้าที่ แต่ในระหว่างที่ผู้มีอำนาจจัดที่พักยังไม่ดำเนินการดังกล่าว หากผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านราชการจำเป็นต้องเช่าบ้าน หรือเช่าซื้อหรือผ่อนชำระงินกู้เพื่อชำระราคาบ้าน และได้อาศัยอยู่จริงก็ย่อมมีสิทธินำหลักฐานมาเบิกค่าเช่าบ้านจากทางราชการได้ในช่วงระยะเวลาที่ไม่สามารถข้าที่พักของทางราชการ โดยไม่ได้รับประโยชน์ตามข้อ 4 (4)

นายธวัชชัย ระบุด้วยว่า ถ้าไม่ดำเนินการตามนี้ ก็ถือเข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เช่น บ้านพักหัวหน้าส่วนราชการ แต่ละส่วนมีได้ 1 หลังเท่านั้น หรือจัดให้ข้าราชการไม่ว่าระดับใดๆ แต่ไม่สามารถจัดให้ข้าราชการที่มีสิทธิเข้าที่พักได้ และข้าราชการที่มีสิทธิดังกล่าวไปเบิกค่าเช่าบ้าน หรือเช่าซื้อ หรือผ่อนชำระเงินกู้ เพื่อชำระราคาบ้านจากทางราชการด้วยนั้น ถือว่า หัวหน้าส่วนจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย เนื่องจากรู้สำนึกถึงผลหรือความเสียหายจากการกระทำของตน อันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจหรือไม่มีสิทธิหรือโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

การกระทำดังกล่าวจะโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง กรณีนี้เจ้าหน้าที่หรือหัวหน้าส่วนที่กระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ รัฐมีสิทธิไล่เบี้ยหรือเรียกให้เจ้าหน้าที่นั้นชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้เฉพาะกรณีที่การกระทำละเมิดดังกล่าวคืนตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539