"บิ๊กตู่" โวตัวเองเป็นคนใช้ได้ ไม่เอื้อใคร ไม่มี "คดีทุจริต" แต่ถ้านโยบายผิดรับผิดชอบ ไม่หนี!

19 ก.พ. 2563 เวลา 10:53 น.

"บิ๊กตู่" ลั่นรัฐบาลไม่เอื้อประโยชน์ใคร ชี้ "ค่าโง่" แก้หมด เผย ต้องให้ความเป็นธรรม "BEM" โว วิธีทำงานถูก ขอให้เชื่อมั่น ไม่มีคดีทุจริต แต่ถ้านโยบายผิด รับผิดชอบ ไม่หนี ยกตัวเป็นคนใช้ได้ ถาม "ซักฟอก" เชื่อผมหรือเขา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ติดตามความคืบหน้างานติดตั้งระบบเดินรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ และการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายใต้แนวคิดสวนสาธารณะลดฝุ่นละออง PM2.5

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า มีความยินดีที่โครงการนี้สำเร็จ ซึ่งมีแผนจะทำที่อื่นด้วยในการปลูกต้นไม้ รวมทั้งการปลูกพืชคลุมดินที่มีดอกสวยงาม ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวคนรอบๆ พื้นรวมทั้งม.เกษตรศาสตร์จะได้รับประโยชน์ โดยจะมีการก่อสร้างให้เสร็จโดยเร็ว ตนจะมาเปิดอยู่แล้ว ส่วนการแก้ปัญหา PM 2.5 มีทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว ไม่ใช่การเผาอย่างเดียวมีเรื่องการจราจรด้วย ถ้าเราช่วยกันแก้แบบนี้วันหน้าดีขึ้น โดยรัฐบาลแก้ปัญหลายอย่างที่เป็นปัญหาซับซ้อนทับถมมานาน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ก็กำลังเคลียร์เรื่องสัมปทานทางด่วน BEM ก็ขอให้ฟังว่า รัฐบาลไม่ได้เอื้อประโยชน์ใคร เป็นสิทธิที่ทุกคนต้องดูแลซึ่งกันและกัน บางคนบอกว่าตนทำเส้นทางนี้ เพื่อไปเอื้อประโยชน์ผ่านที่คนนั้นคนนี้ แต่ตนยังไม่รู้เลยว่าเส้นทางผ่านบ้านใครบ้าง ถามว่าโฉนดแปลงนี้ของใคร ตนก็ไม่รู้ แล้วมาหาว่าเอื้อประโยชน์ จะไปเอื้อได้อย่างไร ถ้าตนทำแบบนั้นก็ไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องค่าโง่ทั้งหมดมันเกิดขึ้นสมัยตนหรือไม่ มันเกิดมาตั้งแต่ปี 30 แล้ว แต่ทุกเรื่องต้องมาแก้ทั้งหมด เช่น กรณี BEM ก็ต้องให้ความเป็นธรรมเขา รวมถึงเรื่องคลองด่านตนก็แก้จนไม่ต้องเสียสตางค์ และเรื่องเหมืองอัคราก็ให้ความเป็นธรรมทุกคน เวลาเขาฟ้องมา ถ้าตนไม่แก้อยู่เฉยๆ ก็สบาย

ที่ผ่านมาทำกันแบบนี้ แต่วันนี้ต้องแก้ เมื่อแก้แล้วต้องเจ็บตัวทุกที แต่ก็ต้องแก้ไม่เช่นนั้นก็คาราคาซังวันหน้าก็ไม่แก้อีก ซึ่งการทำงานของรัฐบาลแบบที่เราทำ คิดว่าเป็นวิธีการทำงานที่ถูก เดินไปทีละขั้นให้ความเป็นธรรม โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้

"ขอให้เชื่อมั่นในรัฐบาล เชื่อมั่นในตัวผม ว่าผมไม่ต้องการเงินแม้แต่บาทเดียว หลายคนบอกผมปล่อยปละละเลย มีการทุจริต ผมถามว่าผมมีคดีหรือเปล่า ยังไม่มีนะ แต่คดีในฐานะเป็นนายกฯ 300 กว่าคดี แต่สู้ได้ ไม่มีปัญหา สามารถชี้แจงได้มันก็จบ คดีในฐานะเป็นนายกฯ ต้องรับผิดชอบทุกอัน แต่ในเรื่องของนโยบายถ้ามันผิดก็ต้องรับผิดชอบ แล้วก็ไม่หนีด้วย หนีไม่ได้อยู่แล้ว ผมเกิดที่นี่ผมตายที่นี่ แผ่นดินไทยผมรักษามา 40 ปี วันนี้พวกผมเข้ามาเพื่ออะไร ก็เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินที่ให้ผมเกิด ผมก็จะตายในแผ่นดินผืนนี้ ผมจะทำร้ายเขาทำไม ผมเสี่ยงชีวิตปกป้องชายแดนมากี่ปี รบทัพจับศึกก็ผ่านมาพอสมควร ฉะนั้น ผมต้องรักแผ่นดินผืนนี้ ทิ้งไปไม่ได้ และผมก็ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลังไม่ได้" นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า หลายอย่างถ้าจ้องจะติกันอย่างเดียวมันง่าย เอามารวมๆ กันก็กลายเป็นว่านายกฯ ใช้ไม่ได้ ทั้งที่ตนเป็นคนใช้ได้ ทั้งนี้ในส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ขอให้รอฟังว่าท่านจะเชื่อเขาหรือเชื่อผม ผมทำด้วยใจ เจ็บตัวบ้างอะไรบ้างผมทนได้ ขอให้ทุกคนได้เข้าใจผมและทีมงานทุกคน ถ้าพูดกันไปไม่มีหลักฐานไม่มีเหตุผลก็อย่าไปเชื่อกันมาก ตอนนี้เฟกนิวส์มันก็เยอะ

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายนายกฯได้กล่าวท่อนหนึ่งบทกวนิพนธ์ของนภาลัย ฤกษ์ชนะ(สุวรรณธาดา)ท่อนที่ว่า

“อันศึกนอกศึกในนั้นไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง”ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเดินทางกลับพล.อ.ประยุทธ์ อารมณ์ดีเมื่อเห็นความก้าวหน้าโครงการ และเมื่อเจอกลุ่มผู้สื่อข่าวได้ฮัมเป็นเพลง "ซาโยนาระกู๊ดบาย" พร้อมโบกมือส่งยิ้มให้ผู้สื่อข่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด