การเมือง

รองโฆษก พปชร. ชี้ พรรคก้าวไกล เข้าข่ายผิด กม. เสี่ยงยุบพรรค

รองโฆษก พปชร. ชี้ พรรคก้าวไกล เข้าข่ายผิด กม. เสี่ยงยุบพรรค ร่วมกิจกรรมยุยงปลุกปั่น ฉะคณะก้าวหน้าเลิกหมกหมุ่นอดีตให้สมชื่อ ขออย่าสร้างความแตกแยกบอบช้ำรอบใหม่ วอนช่วยคิดแบบก้าวหน้า นำพาประชาชนอยู่ดีกินดีในภาวะวิกฤต

ก้าวไกล วันนี้ (12 พ.ค. 63) – น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงกรณีที่มี กรรมการบริหารพรรค รวมถึงส.ส. พรรคก้าวไกลจำนวนหนึ่งมีการเคลื่อนไหวกิจกรรมภายใต้แฮชแทก ตามหาความจริง ที่เป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับการชุมนุมเดือนพฤษภาคม 2553 ในสื่อโซเชียลมีเดียและทางทวิตเตอร์ ว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ควรออกมาชี้แจงว่า พรรคก้าวไกลยินยอมให้ น.ส. พรรณิการ์และคณะก้าวหน้า ควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมทางการเมืองดังกล่าวหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่เป็นการระทำของกรรมการบริหารพรรคและส.ส. พรรคก้าวไกลทั้งสิ้น ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยมีโทษถูกยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ประชาชนทั่วไปมองเห็นว่ากิจกรรมภายใต้หัวข้อแฮชแทกตามหาความจริงที่นำโดยคณะก้าวหน้าที่โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์และแฟนเพจเฟซบุ๊กพร้อมคลิปวีดีโอและแฮชแทกตามหาความจริงในค่ำของวันที่ 11 พ.ค. เพื่อเชิญชวนให้ติดตามข้อมูลภายใต้แฮชแทกตามหาความจริงระหว่างวันที่ 12-20 พ.ค. และต่อมาในเวลาไล่เลี่ยกัน น.ส. พรรณิการ์ ก็ได้โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ประกาศว่าการฉายภาพกลางกรุงพร้อมข้อความว่าตามหาความจริงเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นพร้อมทั้งเชิญชวนให้ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่แฟนเพจเฟซบุ๊กคณะก้าวหน้าระหว่างวันที่ 12-20 พ.ค. 63 ซึ่งประชาชนเห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจนสอดรับกันเป็นกระบวนการกับความเคลื่อนไหวของ ส.ส. พรรคก้าวไกล เพราะทั้งลำดับเวลาในการโพสต์ข้อความและแฮชแทกตามล่าหาความจริงที่ริเริ่มนำโดยน.ส. พรรณิการ์ วานิช ตั้งแต่เวลา 9.23 น. ของวันที่ 1 พ.ค. และ คณะก้าวหน้า และต่อมาทีมโฆษกพรรค ทีมรองเลขาธิการพรรค ทีมกรรมการบริหารพรรค และ ส.ส. พรรคก้าวไกลได้เผยแพร่ข้อความและกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องขยายออกไป ดังนั้นจึงเกิดการตั้งคำถามว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของพรรคก้าวไกล ที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พรป. พรรคการเมือง 2550 มาตรา 28 ที่พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมือง ซึ่งมีโทษถูกยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคตามมาตรา 92

“คณะก้าวหน้าควรเลิกหมกหมุ่นกับอดีตให้สมกับชื่อกลุ่มที่ต้องการเดินหน้า แสวงหาอนาคตอันศิวิไลซ์มิใช่หรือ ควรตระหนักและเสนอความคิดอันมีประโยชน์ ที่จะนำพาให้ประชาชนที่เคยลงคะแนนเสียงให้อยู่ดีกินดี ไม่ใช่ย้อนเวลาหาอดีต ที่มีแต่จะสร้างความเกลียดชังขึ้นในสังคม และนำไปสู่ความขัดแย้งที่มีแต่จะพาประเทศดำดิ่งไปสู่ความยากจน ความทุกข์ เพียงเพราะจะเอาชนะทางการเมืองเท่านั้นหรือ” น.ส.ทิพานัน กล่าว

นอกจากนี้สังคมก็มีคำถามว่าการนำเหตุการณ์ในอดีตมาแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวเพื่อคณะก้าวหน้าเองโดยอาศัยเหตุการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงตกเป็นจำเลยของสังคมมาเผยแพร่ซ้ำ เป็นการโจมตีกลุ่มเสื้อแดงทางอ้อมหรือไม่ โดยคณะก้าวหน้าไม่เสียประโยชน์อะไรเลยใช่หรือไม่ อีกทั้งอาจแอบแฝงเจตนายุยงปลุกปั่นให้เกิดข้อขัดแย้งระหว่างเสื้อสีต่างๆ ปะทุซ้ำขึ้นมาใหม่เพื่อฉกฉวยประโยชน์ทำนองทำตัวเป็นตาอยู่ ยั่วยุให้ขัดแย้งกันอีกครั้ง หลังจากที่พรรคอนาคตใหม่อาจเคยฉวยโอกาสจับปลาในบ่อเพื่อนมาแล้ว และมาครั้งนี้ในฐานะคณะก้าวหน้าก็ยังจะไม่ลงทุนลงแรงจับปลาเอง จะฉวยโอกาสให้คนอื่นจับปลาให้แล้วยุให้ทะเลาะกัน เพื่อคณะก้าวหน้าจะแย่งปลาไปง่ายๆ อีกหรือไม่ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าว