ป.ป.ช. ลงดาบ “ปารีณา” แจ้ง 2 ข้อหา “ยื่นทรัพย์ฯเท็จ – ผิดจริยธรรมร้ายแรง”

07 ก.ย. 2563 เวลา 7:47 น.

ป.ป.ช. ฟัน 2 ข้อหา ส.ส. คนดัง ปารีณา ไกรคุปต์ ยื่นทรัพย์ฯเท็จ – ผิดจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งหากไต่สวนแล้วพบความผิดจะส่งเรื่องต่อยังศาลฏีกาฯ เป็นผู้ตัดสินชี้ขาดความผิด

วันนี้มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ถึงกรณีความคืบหน้าในการไต่สวนบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเชิงลึกแก่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ถึงกรณีความจงใจยื่นทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จว่า จนถึงขณะนี้คดีเดินหน้าแล้วกว่า 90% และได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อ น.ส.ปารีณา เรียบร้อยแล้วโดยให้ น.ส.ปารีณา มาชี้แจงตามขั้นตอน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561

รายงานข่าวระบุอีกว่า ส่วนกรณีบุกรุกที่ดินของ น.ส.ปารีณา ป.ป.ช. แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ กรณีกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ส่งเรื่องมาให้ ป.ป.ช. ดำเนินการเนื่องจากเห็นว่า เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบุกรุกที่ดิน แต่ ป.ป.ช. เห็นว่าเรื่องนี้เป็นการกระทำผิดส่วนตัว และไม่ชัดเจนว่าทำในสถานะ ส.ส. จึงส่งเรื่องคืนให้ บก.ปทส. ไปดำเนินการเอง

อีกประเด็นคือ ในแง่จริยธรรมที่ ป.ป.ช. พบว่า อาจมีการจงใจที่จะกระทำความผิดทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช.ฉบับใหม่ มีอำนาจไต่สวนจริยธรรมของนักการเมืองด้วย ดังนั้น ป.ป.ช. จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ น.ส.ปารีณา ด้วย หากไต่สวนว่ามีมูลความผิด จะส่งเรื่องให้อัยการเพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

ทั้งนี้ยังมีรายละเอียดเพิ่มด้วยว่า พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 87 วรรคสอง ประกอบมาตรา 81 บัญญัติว่า หากคณะกรรมการป.ป.ช.ไต่สวนและมีความเห็นว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้คณะกรรมการป.ป.ช.เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย

และหากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับฟ้อง ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลฎีกาฯ จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีที่ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ให้ผู้ต้องคำพิพากษานั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลาไม่เกิน 10 ปีด้วยหรือไม่ก็ได้หากผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไม่ว่ากรณีใด ผู้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด