เลขานุการ “ชวน” ฟาด “สิระ” เป็นคนไม่มีสัมมาคารวะ

04 พ.ย. 2563 เวลา 7:17 น.

เลขานุการ “ชวน” ฟาด “สิระ” อย่าเพียงริดแค่ได้ออกสื่อ แล้วกลายเป็นคนไม่มีสัมมาคารวะ เพราะไม่เหมาะกับพฤติกรรมของสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ยืนยันการตั้ง คกก.สมานฉันท์เป็นขอเสนอของรัฐสภา

เลขานุการ “ชวน” ฟาด “สิระ” อย่าเพียงริดแค่ได้ออกสื่อ แล้วกลายเป็นคนไม่มีสัมมาคารวะ เพราะไม่เหมาะกับพฤติกรรมของสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ยืนยันการตั้ง คกก.สมานฉันท์เป็นขอเสนอของรัฐสภา

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวตอบโต้นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ จากกรณีที่ให้สัมภาษณ์ว่านายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาใช้อำนาจอะไรในการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ ว่า การตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เป็นข้อเสนอของรัฐสภา จากการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเมื่อวันที่ 26-27 ตุลาคม 2563 เพื่อขอรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับทางออกของประเทศ ซึ่งในการประชุมครั้งนั้น นายสิระก็เป็นสมาชิกรัฐสภา คงจะอยู่ในห้องประชุมและรับทราบ ซึ่งมีหลายทางออกสำหรับการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง และมีสมาชิกหลายคนได้เสนอทางออกให้มีการตั้งคณะกรรมการฯ นายสิระก็คงจะได้ยิน ยกเว้นไม่อยู่ในห้องประชุม หรือฟังไม่เข้าใจ หรือไม่ได้ฟัง 

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ประธานสภาฯได้ให้ความสนใจ และตั้งใจทำงานเพื่อบ้านเมือง และไม่มีวาระซ่อนเร้นใด โดยในส่วนองค์ความรู้ในการตั้ง คณะกรรมการฯก็ได้ปรึกษาหารือกับสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งเป็นสถาบันของรัฐสภา และมีองค์ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตย และเมื่อได้รับรูปแบบจากสถาบันพระปกเกล้าก็ได้ใช้วิธีทางประชาธิปไตย โดยการเชิญผู้แทนจากผู้หลักผู้ใหญ่ของสภามาร่วมหารือ ทั้งประธานวุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร ประธานวิปฝ่ายค้าน ประธานวิปรัฐบาล ร่วมหารือถึงรูปแบบและองค์ประกอบของคณะกรรมการฯ และขณะนี้แนวโน้มการตั้งคณะกรรมการฯก็ดีขึ้น อีกทั้งยังได้มีการติดต่อประสานงาน อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานรัฐสภา อดีตผู้นำฝ่ายค้าน และผู้ทรงคุณวุฒิ และอีกหลายฝ่ายที่ประธานรัฐสภามีดำริที่ต้องการรับฟังความคิดเห็นเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด แต่ไม่คิดว่าแค่เริ่มอยู่ในช่วงของการประสานงาน อยู่ในช่วงหารือ และยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการแม้แต่ชุดเดียว กลับถูกหาและใส่ร้าย ทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีหลายคนที่ประธานสภาฯได้ติดต่อประสานงาน โดยตำหนิว่าอายุ 80 ปี 90 ปีควรเอาไปดองเค็มมากกว่า 

“ผมจึงขอเรียนถึงคุณสิระ การที่คุณต้องการที่ปกป้องรัฐบาล หรือปกป้องบุคคล หรือปกป้องผู้ใด ในลักษณะที่ไปตำหนิผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองแบบไม่มีสัมมาคารวะ เป็นการยากครับ ที่จะทำให้บ้านเมืองของเราสงบและก็เกิดการปรองดองขึ้นได้ มีแต่จะเป็นการซ้ำเติมบ้านเมือง ต่อไปผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายก็ไม่อยากเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง เพราะแค่ติดต่อประสานงานก็กลายเป็นถูกใส่น้าย ถูกกล่าวหา บิดเบือนจนเสียหาย อย่าเพียงแค่คิดว่าได้ออกสื่อ แล้วก็กลายเป็นคนที่ไม่มีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ เพราะว่าการไม่เคารพเคารพต่อผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีสำหรับเยาวชน และก็ไม่เหมาะกับพฤติกรรมของสมาชิกผู้ทรงเกียรติ” นายสมบูรณ์ กล่าว 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด