ไทย พร้อมแบ่งปันการรักษา ต่อสู้ โควิด-19 กับเมียนมา

05 พ.ย. 2563 เวลา 9:25 น.

ไทยพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 และให้การสนับสนุนตามที่เมียนมาต้องการ

ไทยพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 และให้การสนับสนุนตามที่เมียนมาต้องการ

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2563) เวลา 13.30 น. ณ ห้องโดมทอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้หารือทางโทรศัพท์กับ นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อเป็นโอกาสในการสานต่อ และกระชับความสัมพันธ์ระดับผู้นำไทย และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา 

โดย นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือ ดังนี้ 
นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้หารือกันผ่านทางโทรศัพท์ในวันนี้ เป็นการยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างกันที่แม้จะไม่ได้พบกันแต่ก็สามารถติดต่อกันผ่านช่องทางต่างๆ ได้ ทั้งแบบทวิภาคีในทุกระดับ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยังคงพลวัตการติดต่อกัน และประชุมหารือแบบพหุภาคี ผ่านระบบการประชุมทางไกล เพื่อส่งเสริมต่อยอดผลประโยชน์ร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีชื่นชมพัฒนาการด้านประชาธิปไตยของเมียนมา ชาวเมียนมาในไทยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่เมียนมาในประเทศไทยจำนวนมาก นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่ารัฐบาลเมียนมาจะสามารถจัดการการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 นี้ได้อย่างสันติ ราบรื่น และไทยยืนยันความพร้อมที่จะสานต่อความริเริ่ม ร่วมมือในทุกมิติกับเมียนมาต่อไป 

ที่ปรึกษาแห่งรัฐสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาขอบคุณสำหรับคำอวยพร และขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่จัดการหารือผ่านโทรศัพท์ครั้งนี้ ชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างกันที่มีมาอย่างยาวนานและราบรื่น ไทยและเมียนมาถือเป็นประเทศที่ผูกพัน มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดในทุกระดับ ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความช่วยเหลือด้านการสาธารณสุขกับเมียนมาเพื่อต่อสู้กับวิกฤต COVID–19 ทั้งในรูปของเงินบริจาค ยารักษาโรค อุปกรณ์ทางการแพทย์ และของอุปโภคบริโภค พร้อมกันนี้ เมียนมาขอบคุณรัฐบาลไทยที่ดูแลแรงงานเมียนมาในไทยเป็นอย่างดี และหวังว่าจะได้พบนายกรัฐมนตรีอีกครั้งภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย 

รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในเมียนมาและตามแนวชายแดนด้วยความเป็นห่วง เชื่อมั่นและให้กำลังใจเมียนมาในการรับมือกับความท้าทายครั้งนี้ ทั้งนี้ ไทยพร้อมให้ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในส่วนที่รัฐบาลไทยมีศักยภาพตามที่เมียนมาต้องการ โดยทั้งสองฝ่ายยินดีที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือหารือกันในรายละเอียดต่อไป

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ไทยจะคุ้มครองดูแลแรงงานเมียนมาในประเทศไทยเสมือนที่ดูแลแรงงานไทย ทั้งนี้ ในช่วงที่ยังมีข้อจำกัดการเดินทางระหว่างกัน รัฐบาลไทยได้ออกมาตรการผ่อนผันให้แรงงานเมียนมาที่อยู่ในไทยอยู่แล้วให้สามารถพำนักและทำงานได้ต่อเพื่ออำนวยความสะดวกให้เป็นไปตามความต้องการของแรงงานเมียนมา ผู้ประกอบการไทย และแรงงานเมียนมามีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ในส่วนของศูนย์จัดเก็บข้อมูลแรงงานเมียนมาชั่วคราวนั้น ทั้งสองฝ่ายยินดีร่วมพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป 

ทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะร่วมมือกันฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย นายกรัฐมนตรีเห็นว่ายังมีโอกาสของความร่วมมือระหว่างกันอีกมากตามแนวชายแดนเพื่อพัฒนาการค้าการลงทุนระหว่างกันพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือกันเพื่อขยายความร่วมมือ โดยที่ปรึกษาแห่งรัฐสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประสงค์ให้ดำเนินความร่วมมือระหว่างกันต่อไป เศรษฐกิจจะต้องไม่หยุดชะงักแม้จะประสบกับสถานการณ์โควิด-19

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด