ส.ส.พลังประชารัฐ ย้ำเจ้าหน้าที่ต้องจัดการผู้ชุมนุมเฉียบขาด

17 พ.ย. 2563 เวลา 12:22 น.

ในสภาก็เดือด หลังประธานวิปรัฐบาลขอให้เจ้าหน้าที่จัดการม็อบเข้าเขต 50 เมตรด้วยความเด็ดขาด ทว่าโดยฝ่ายค้านสวนเจ็บ ทำไมเสื้อเหลืองเข้าได้

ในสภาก็เดือด หลังประธานวิปรัฐบาลขอให้เจ้าหน้าที่จัดการม็อบเข้าเขต 50 เมตรด้วยความเด็ดขาด ทว่าโดยฝ่ายค้านสวนเจ็บ ทำไมเสื้อเหลืองเข้าได้

ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนรับหลักการเสร็จสิ้น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ลุกขึ้นหารือว่า ขณะนี้โดยรอบรัฐสภา มีการฉีดน้ำผู้ชุมนุมหลายครั้งแล้ว แล้วยังปรากฏภาพที่เจ้าหน้าบรรจุกระสุนยางแล้ว ทั้งๆที่รัฐสภาเป็นของประชาชน ประชาชนมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่จะมาชุมนุมได้ จึงขอวิงวอนให้ประธานรัฐสภา ช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ไม่ใช่ความรุนแรงกับผู้ชุนนุม และต้องประสานงานเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ได้รับบาดเจ็มด้วย

ด้าน นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานวุฒิสภา ในฐานะผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุม เห็นด้วยกับนายวิโรจน์ โดยสั่งให้ทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้วิธีการละมุนละม่อมกับผู้ชุมนุม อธิบายด้วยความเข้าใจ เพื่อไม่ให้มีความรุนแรงขึ้น

ต่อมา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นหารือว่า แม้การชุมนุมจะเป็นไปสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็ต้องใชสิทธิที่ชอบด้วยกฏหมายด้วย สมาชิกรัฐสภาต้องทำหน้าที่ และอยากทำงานกันอย่างเต็มที่ ตัดสินใจโดยอิสระ ไม่มีแรงกดดันจากผู้ชุมนุมไม่ว่าจะกลุ่มใดก็ตาม อย่ามากดดันการทำงานของพวกเรา จึงขอให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอยภัยของสมาชิกรัฐสภาเพื่อให้เราทำงานกันอย่างเต็มที่

ขณะที่ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ผู้ชุมนุมทุกฝ่ายต้องรักษากฏ โดยต้องอยู่นอกเขต 50 เมตรรอบรัฐสภา หากมีผู้ชุมนุม เข้ามาในเขต 50 เมตรเพื่อกดดันรัฐสภา เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยเฉียบขาด

จากนั้น มี ส.ส.ฝ่ายค้าน หลายคน ลุกขึ้นสวนนายวิรัชทันที อาทิ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่นายวิรัชพูดจะทำให้คนเข้าใจผิด เพราะเหมือนเป็นการให้ใช้ความรุนแรง ถ้าผู้ชุมนุมเข้ามาในเขต 50 เมตร สมาชิกรัฐสภาคือตัวแทนประชาชน พื้นที่นี้เป็นของประชาชนถ้าจะเข้ามาชุมนุมอย่างสงบก็น่าจะอะลุ่มอล่วย

แม้จะมีสมาชิกรัฐสภาเป็นห่วงว่า หากมีผู้ชุมนุมจะเข้ามาโดยรอบแล้วจะมากดดันการทำงานนั้น แต่ตนก็ต้องถามไปยังประธานรัฐสภาว่า เหตุใดการต้อนรับผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายถึงแตกต่างกันทำไมผู้สนับสนุรัฐบาลเข้ามาด้านในเขต 50 เมตรได้ เดินผ่านรัฐสภาได้ ขณะที่อีกกลุ่มเดินเฉียดผ่านเจอรถน้ำฉีดใส่

ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเป็นห่วง โดยเฉพาะมาตรการ 50 เมตรรอบรัฐสภา ที่มีแบริเออร์ มีกองกำลังเป็นพันๆเอารถเมล์ รถน้ำ ทำไมไม่เจรจา ทำไมต้องฉีดน้ำ เตรียมกระสุนยาง ขอให้ใช้มาตรการที่เป็นไปตามกฏมาย การฉีดน้ำเพื่อกั้นไม่ให้คนเข้ามามันอันตราย ขณะนี้ในกมธ.ของรัฐภสาก็สอบสวนกันยังไม่จบ จึงให้เจรจาผ่อนหนักผ่อนเบา ผู้ชุมนุมไม่ได้มาทำร้าย ต้องคุ้มครองทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าเราไม่คุ้มครองทั้ง 2 ฝ่ายรัฐสภาจะไม่มีที่อยู่ ถ้าทำแบบนี้ก็ไม่ควรอยู่ อยากให้ผู้มีอำนาจยุบสภาเลย

จากนั้น นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นเสนอให้ ประธานอนุญาตให้ตัวแทนผู้ชุมนุมเข้าฟังการอภิปรายของที่ประชุมรัฐสภาได้ แต่นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ลุกขึ้นคัดค้านว่า ตามข้อตกลง การชี้แจงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน จะมีแค่ตัวแทนเท่านั้น โดยไม่อนุญาตให้ตัวแทนประชาชนเข้ามา พร้อมเรียกร้องให้เดินหน้าตามระเบียบวาระประชุมเพื่อไม่ให้เสียเวลา

จากนั้นได้มีการโต้เถียงกันตลอด กระทั่งนายพรเพชร ได้ไกล่เกลี่ย โดยระบุว่า การชุมนุม ขออย่าใช้วิธีรุนแรง และอธิบายให้เข้าใจ ผู้สนใจติดตามจากข่าววิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา เป็นเพียงการศึกษายังไม่ลงมติ ส่วนการดูแลพื้นที่ภายนอกรัฐสภาเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้น ได้ตัดบทเพื่อเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมทันที

 

นายกฯ แซวประชุมสภาแก้รัฐธรรมนูญ ขอให้ประชุมปลอดภัย เข้าไปแล้วออกให้ได้

ราษฎร-เสื้อเหลือง ปะทะกันนัวไร้ตำรวจห้าม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด