Breaking News : "บิ๊กตู่" ได้ไปต่อ รอดคดีบ้านพักทหาร

02 ธ.ค. 2563 เวลา 8:31 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่มีความผิดกรณีใช้บ้านพักทหารหลังเกษียณราชการ เนื่องจากเป็นผู้มีสิทธิเข้าพักบ้านพักรับรองกองทัพบก ตามระเบียบ ปี 2548 แม้จะเกษียณอายุตั้งแต่ 30 ก.ย 2557 แต่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อ ก็ยังคงมีสิทธิพักอาศัย

 

 คดีพักบ้านหลวงดังกล่าว เริ่มต้นเมื่อวันที่ 25-27 ก.พ. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ได้เปิดประเด็นกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในระหว่างการอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ ว่าไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 ว่าด้วยการขัดกันของผลประโยชน์ เนื่องจากยังพักในบ้านพักทหารโดยไม่จ่ายค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ทั้งที่เกษียณอายุราชการจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ไปตั้งแต่ 1 ต.ค. 2557 ถือเป็นการรับประโยชน์จากหน่วยงานของรัฐ และไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์ในลักษณะที่ร้ายแรง

สุขุม มั่นใจ “บิ๊กตู่” รอดคดีบ้านพักทหาร

 กระทั่งต่อมา เมื่อวันที่ 9 มี.ค. สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จนกระทั่ง ศาลรัฐธรรมนูญทำหนังสือแจ้งคู่ความว่ามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาล ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญ รับไต่สวนแล้ว เห็นว่าคดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวน และกำหนดอ่านวินิจฉัยในวันนี้ ( 2 ธ.ค.63 )

 

 โดยเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขึ้นบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคดีดังกล่าว จากข้อกล่าวหาของ ส.ส.ฝ่ายค้าน (ผู้ร้อง) คือ พล.อ.ประยุทธ์ (ผู้ถูกร้อง) อาศัยอยู่ในบ้านพักทหาร ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งค่าน้ำค่าไฟ เป็นการ "รับประโยชน์ใดๆ" จากหน่วยราชการ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 (3) และยังมีพฤติการณ์ขัดประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรง ศาลฯ พิจารณาประเด็นวินิจฉัย  ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ นับแต่เมื่อใด โดยวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ เข้าดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. เมื่อปี 2553 พักอาศัยบ้านเลขที่ 253/54 กรมทหารราบที่ 1 ซึ่งต่อมา บ้านหลังนี้มีการปรับเปลี่ยนเป็นบ้านรับรองของกองทัพบก ในปี 2555

 ตามระเบียบการเข้าพักในบ้านพักทหาร เปิดให้อดีตผู้บังคับบัญชาที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ และอดีต ผบ.ทบ.เข้าพักได้  บ้านพักรับรองของกองทัพบก มีระเบียบว่า ถ้าย้ายออกจากกองทัพ เกษียณอายุราชการ หรือกองทัพบกไม่อนุญาต ก็ไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้ แต่ระเบียบก็เปิดให้พิจารณาอนุญาตเป็นกรณีพิเศษได้

 กรณีนี้ ผู้บัญชาการทหารบกชี้แจงว่า พล.อ.ประยุทธ์ เข้าพักที่บ้านพักรับรองได้ เพราะเป็น ผบ.ทบ. เมื่อเกษียณแล้วในปี 2557 ยังดำรงตำแแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงยังมีสิทธิ์พักอาศัย เพราะถือเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูง อดีต ผบ.ทบ. เคยทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ไม่ใช่การเข้าพักในสถานะนายกรัฐมนตรีเพียงสถานะเดียว ซึ่งถ้าไม่ได้เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาของกองทัพ แม้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เข้าพักไม่ได้

"นายกฯ" ไม่ท้อ กำลังใจและกาย ยังดี ชี้ ปมบ้านพักทหาร ให้ศาลชี้ขาด

 

 

 ส่วนการเปลี่ยนแปลงบ้านพักทหาร เป็นบ้านพักรับรองในภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ เข้าพักแล้ว เป็นเรื่องที่กระทำได้  การสนับสนุนค่าน้ำค่าไฟ เป็นไปตามระเยียบ และเป็นการให้สิทธิ์แก่บุคคลที่เข้าเงื่อนไขและมีคุณสมบัติเข้าพัก ไม่ใช่สนับสนุนเป็นกรณีพิเศษสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น

 ระเบียบทั้งหมด มีมาก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ. และก่อนเป็นนายกรัฐมนตรี การจัดบ้านพักรับรองที่ปลอดภัยให้กับผู้นำประเทศและครอบครัว ถือเป็นประโยชน์ส่วนรว่ม ขณะที่บ้านพิษณุโลก อยู่ระหว่างบำรุงรักษา ยังไม่พร้อมใช้  รัฐพึงจัดให้นายกรัฐมนตรีมีที่พักอย่างสมเกียรติ ฉะนั้นการให้กองทัพบกจัดที่พักให้ พร้อมสนับสนุนค่าน้ำค่าไฟ จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสม และกระทำได้ รวมทั้งกระทำมาก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกรัฐมนตรี

 จึงถือว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ประโยชน์ใดๆ จากหน่วยราชการเป็นกรณีพิเศษแตกต่างจากบุคคลอื่น ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว การกระทำของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ถือเป็นกรณีการถือประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ของประเทศ ไม่เป็นการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยประการที่จะกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ และไม่เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว

"บิ๊กตู่" แจงใช้บ้านพักทหาร เพราะเรื่องรักษาความปลอดภัย แต่ก็เตรียมย้ายบ้านส่วนตัว