วิโรจน์ ซัดอนุทิน จากกรณี จะให้คนทำผิด รักษาโควิดเอง

10 ม.ค. 2564 เวลา 8:22 น.

ส.ส.ก้าวไกล สวนอนุทิน จากกรณีแสดงความคิดเห็นว่า จะเลิกรักษาฟรีให้ผู้ติดเชื้อ ที่ลอบเข้าเมือง และลักลอบเล่นการพนัน ชี้ หากมุ่งเอาผิด แล้วจะควบคุมการระบาดได้อย่างไร

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก ไม่เห็นด้วยกับนายอนุทิน อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่แสดงทัศนะว่า จะเลิกรักษาฟรีให้คนทำผิดติดเชื้อลอบเข้าเมือง และลักลอบเล่นการพนัน โดยมีเนื้อหาทั้งหมดดังนี้

“ถ้ามองผิวเผิน ก็อาจเชื่อว่าเป็นเรื่องดี แต่ถ้ามองโดยเอาวัตถุประสงค์ ในการการควบคุมการระบาดของโรคเป็นสำคัญ การตัดสินใจในลักษณะนี้ ถือว่าสุ่มเสี่ยง และอาจก่อปัญหา การระบาดของโรคในวงกว้างได้

“การเปิดโอกาสให้คนที่ติดเชื้อเข้ารับการรักษา โดยที่ไม่ต้องกลัวความผิด โดยรัฐจะเป็นผู้ดูแลให้ นั้นมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ การกักกันโรคและควบคุมไม่ให้ผู้ติดเชื้อ ไปใช้ชีวิตปะปนกับประชาชนทั่วไปจนเกิดการระบาดไปในวงกว้างได้

“หากรัฐส่งสัญญาณที่จะเอาผิดกับผู้ติดเชื้อ ไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขใด รวมทั้งพิจารณาที่จะผลักภาระการรักษาให้กับผู้ติดเชื้อ สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ การมีผู้ติดเชื้อจำนวนไม่น้อย จะพยายามปกปิดข้อมูล และไม่ยอมมาทำการรักษา ที่สำคัญเขาเหล่านั้น จะยังคงใช้ชีวิตปะปนกับประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ

“อย่าลืมนะครับว่า โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 จุดที่อันตรายที่สุดก็คือ การระบาดที่เกิดขึ้นได้ง่าย ผู้ติดเชื้อส่วนหนึ่งไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่หนักมากถ้าเขารู้ว่าเขาอาจจะต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย หรือต้องรับภาระที่รัฐกำลังจะผลักดันให้เขาเป็นไปไม่ได้เลยครับ ที่เขาจะออกมารายงานตัวแก่หน่วยงานของรัฐ เพื่อกักกันตนเอง และเข้ารับการรักษา แต่คนที่ไม่มีอาการ หนือมีอาการไม่มากเหล่านี้ เขาสามารถแพร่เชื้อไปให้คนอื่นได้นะครับ

ส.ส.ก้าวไกล สวนอนุทิน จากกรณีแสดงความคิดเห็นว่า จะเลิกรักษาฟรีให้ผู้ติดเชื้อ ที่ลอบเข้าเมือง และลักลอบเล่นการพนัน ชี้ หากมุ่งเอาผิด แล้วจะควบคุมการระบาดได้อย่างไร

“การมีทรรศนะเช่นนี้ ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สะท้อนว่าไม่ได้มองเป้าหมายของการควบคุมการระบาดของโรคเป็นสำคัญเลย ซึ่งถือเป็นการจัดลำดับความสำคัญที่ผิด และเป็นอันตรายต่อสาธารณะมากๆ

“นอกจากนี้การโทษทุกสิ่ง และผลักภาระทุกอย่างไปให้แก่ผู้ลักลอบเข้าเมือง และผู้ที่ลักลอบเล่นการพนัน โดยที่รัฐยังไม่ได้มีมาตรการจริงจังในการจัดการกับกลุ่มอิทธิพลที่ลักลอบค้ามนุษย์ ลักลอบนำเข้าแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย กลุ่มมาเฟียที่เปิดบ่อน เลย

“บ่อนพระราม 3 ก็ยังไม่มีความคืบหน้า บ่อนระยอง ก็ยังจับหัวหน้าขบวนการไม่ได้ การลักลอบนำเข้าแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์เองว่า อาจมีเจ้าหน้าที่ และข้าราชการ เข้าไปพัวพันเรื่องผลประโยชน์ด้วย และมีการมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เข้าไปจัดการปราบปรามในเรื่องนี้ จนปัจจุบัน ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนและยังไม่มีการเอาผิดกับข้าราชการคนใด และยังไม่สามารถจับกุมหัวหน้าขบวนการ การค้ามนุษย์ และลักลอบนำเข้าแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายได้ แม้แต่คนเดียว

ส.ส.ก้าวไกล สวนอนุทิน จากกรณีแสดงความคิดเห็นว่า จะเลิกรักษาฟรีให้ผู้ติดเชื้อ ที่ลอบเข้าเมือง และลักลอบเล่นการพนัน ชี้ หากมุ่งเอาผิด แล้วจะควบคุมการระบาดได้อย่างไร

“คนที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย คนที่ลักลอบเล่นการพนัน จริงอยู่เขาเหล่านั้นเป็นผู้กระทำความผิด แต่ถ้าจะจัดการ กับผู้กระทำความผิดแค่ระดับนี้โดยปล่อยปละละเลย กลุ่มอิทธิพลที่เป็นหัวขบวนการเถื่อน การทำในลักษณะนี้ ก็ไม่แตกต่างกับการปราบปรามยาบ้า ที่เน้นแต่การจับกุมผู้ขน และผู้ค้ารายย่อย แต่ไม่มีความพยายามที่จะปราบปราม และกวาดล้างหัวหน้าขบวนการ และผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง จับกุมอย่างไร ก็เป็นเพียงปาหี่จับโชว์ แต่ยาบ้าก็ยังเต็มบ้านเต็มเมือง มาตรา 44 ของ คสช. ที่มีอิทธิฤทธิ์มากมาย ก็ทำอะไรกับขบวนการค้ายาเสพติดไม่ได้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่รักสามารถใช้อำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จๆไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญา หรือแม้กระทั่งวินัย มาเฟียเหล่านี้ก็ไม่เคยเกรงกลัว

“คนที่เป็นระดับรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี ต้องมองปัญหาสังคมให้รอบด้าน มองปัญหาในเชิงโครงสร้าง ก่อนที่จะตัดสินใจ หรือพูดอะไร เพราะคำพูดของรัฐมนตรี นั้นคือ "นโยบาย" ดังนั้น จะพูดซี้ซั้ว พูดแล้วมากลับลำร้องไห้ ไม่ได้ ก่อนจะพูด จะตัดสินใจอะไร ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นให้รอบด้าน ถ้าไม่รู้ ก็ต้องถามผู้รู้ และมุ่งที่จะแก้ปัญหาที่ต้นตอ ไม่ใช่คิดตื้นๆ แก้ปัญหาเฉพาะแบบลูบหน้าปะจมูกไปเรื่อยๆ เอาแต่จะผลักภาระความรับผิด ให้กับผู้กระทำความผิด ที่เป็นเพียงคนตัวเล็กตัวน้อย โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบเชิงลบ ที่อาจะเกิดขึ้นกับ สังคมในวงกว้าง

“ผมยืนยันครับว่า การเปิดโอกาสให้ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ให้เข้ามารับการรักษาอย่างเปิดกว้าง ไม่คิดที่จะขู่ลงโทษใคร เป็นทางออกที่ดีที่สุด เราต้องไม่มองว่า "การรักษา เป็นเพียงแค่การรักษา" แต่การรักษา เป็นกลไกสำคัญในการควบคุมการระบาดของโรค ไม่ให้คนที่ติดเชื้อ แพร่เชื้อไปสู่บุคคลอื่น ซึ่งนี่เป็นวัตถุประสงค์สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ ที่คนระดับรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกกระทรวงสาธารณสุข ควรจะต้องตระหนักได้เอง ไม่ต้องรอให้ใครมาสอน”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด