ชวนหาคำตอบ ก๊าซธรรมชาติ ขุมทรัพย์ที่มีในอ่าวไทย แต่ทำไมไทยต้องนำเข้า? ท่ามกลางวิกฤตพลังงานเราจะรับมือกับความผันผวนนี้อย่างไร
เวลาพูดถึง ‘ก๊าซธรรมชาติ’ หลายคนนึกถึงก๊าซที่เอาเข้าโรงไฟฟ้าเพื่อผลิตไฟให้เราใช้ แต่ความจริงแล้ว มันทำประโยชน์ได้มากกว่านั้นเยอะมาก และที่สำคัญ เรามีขุมทรัพย์นี้อยู่ใต้ทะเลอ่าวไทยของเราเองด้วย
แต่น่าคิดว่า ในเมื่อเรามีขุมทรัพย์นี้อยู่ในบ้าน ทำไมทุกวันนี้ไทยยังต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG จากต่างประเทศ? แล้วในวันที่โลกกำลังก้าวไปสู่พลังงานสะอาด ก๊าซธรรมชาติของไทยจะถูกบริหารจัดการอย่างไรให้ยั่งยืนและมั่นคง มาร่วมหาคำตอบกัน
ก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นใต้พื้นโลก แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ ‘ก๊าซแห้ง’ (Dry Gas) ซึ่งมีก๊าซมีเทนเป็นส่วนใหญ่ ใช้เป็นเชื้อเพลิงความร้อน ผลิตไฟฟ้า หรือเติมรถ NGV กับอีกประเภทคือ ‘ก๊าซเปียก’ (Wet Gas) ที่มีก๊าซหลายชนิดผสมอยู่ เช่น มีเทน อีเทน โพรเพน และบิวเทน ทำให้ก๊าซเปียกนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายกว่ามาก ก๊าซที่เราส่งผ่านท่อมาจากเมียนมา หรือนำเข้าก๊าซ LNG จากฝั่งตะวันออกกลาง ส่วนใหญ่จะเป็นก๊าซแห้ง หน้าที่หลักคือส่งตรงไปเผาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้เราใช้ในครัวเรือน
แต่ก๊าซที่ขุดได้ในอ่าวไทยของเราคือ ‘ก๊าซเปียก’ ที่มีสารไฮโดรคาร์บอนผสมอยู่เยอะ พอส่งเข้าโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายโรงสีข้าว ก๊าซจะถูกแยกออกเป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เอาไปผลิตเม็ดพลาสติก อุปกรณ์ทางการแพทย์ และชิ้นส่วนรถยนต์
ส่วนก๊าซโพรเพนและบิวเทนที่แยกออกมาได้ จะนำมาผสมกันกลายเป็นก๊าซหุงต้ม LPG ที่เราใช้ในครัว หรือใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์และโรงงานอุตสาหกรรมนั่นเอง
การนำก๊าซจากอ่าวไทยมาผ่านกระบวนการแยกและแปรรูปแบบนี้ แทนที่จะเอาไปเผาผลิตไฟอย่างเดียว สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจประเทศได้สูงถึง 10-25 เท่า
คำถามคือ ในเมื่อเรามีก๊าซอ่าวไทยที่สร้างมูลค่าได้มหาศาล แต่ทำไมเรายังต้องนำเข้า? คำตอบคือ ปริมาณก๊าซในอ่าวไทยมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้พลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจึงจำเป็นต้องนำเข้า LNG เข้ามาเสริม เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไม่ให้ไฟตกไฟดับ
ในสถานการณ์ที่พลังงานมีความผันผวน ปตท. ในฐานะผู้บริหารจัดการพลังงานของประเทศ ได้เดินหน้ามาตรการเร่งด่วนเพื่อเสริมความมั่นคง เริ่มจากการจัดหาและบริหารปริมาณ LNG ให้เหมาะสม ควบคู่ไปกับการเร่งนำก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยเข้ามาจ่ายให้โรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น พร้อมเลื่อนแผนซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซออกไป เพื่อให้โรงแยกก๊าซทำงานได้เต็มกำลัง ผลิตทั้งไฟฟ้าและก๊าซหุงต้มได้อย่างต่อเนื่องนั่นเอง
นอกจากนี้ ปตท. ยังเข้ามาบริหารจัดการก๊าซ LPG เพื่อให้เพียงพอต่อภาคครัวเรือนและภาคปิโตรเคมี เพื่อลดการนำเข้าเม็ดพลาสติกจากต่างประเทศ รวมถึงดูแลเสถียรภาพระบบขนส่งและคลังก๊าซ NGV เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้รถอย่างเต็มที่
ทั้งหมดนี้คือการบริหารจัดการต้นทุนก๊าซในภาพรวม เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และทำให้ไทยก้าวผ่านวิกฤตพลังงานไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน