ทำไมปลูกป่ากี่ครั้งก็ตาย จริง ๆ เราอาจดูแลผิดวิธีก็ได้ แล้วการปลูกป่าให้รอดต้องทำไง?

Keep The World ลุยชุมชนบ้านแม่ฮะ จ.เชียงใหม่ ที่สามารถเปลี่ยนป่าชุมชนให้ยั่งยืน จากอดีตที่โดนไฟป่าซ้ำ ๆ จนช้ำ สู่ป่าสมบูรณ์ที่มีความหลากหลายของพันธุ์ไม้ สร้างรายได้ให้ชุมชน

ทุกคนเคยสงสัยไหม…. ทำไมเวลาเราไปร่วมทริปปลูกป่า หรือปลูกต้นไม้ ผ่านไปไม่กี่เดือน หันกลับมาดูอีกที น้องๆกลายเป็นต้นไม้เหี่ยวแห้งไปหมดแล้ว?

จริงๆ แล้วการปลูกป่าให้รอดอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่การเอาต้นไม้ไปปักลงดินแล้วรดน้ำนะคะ แต่มันต้องเริ่มจากการ ‘เข้าใจพื้นที่’ เป็นอันดับแรก

อย่างที่ ชุมชนบ้านแม่ฮะ ต.บ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ที่นี่เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาไฟป่าอยู่บ่อยครั้ง จนผืนป่าเสื่อมโทรมอยู่หลายปีเลย

แต่เนื่องจากป่าแห่งนี้เป็น ‘ป่าต้นน้ำ’ ที่มีความสำคัญมาก ซึ่งถ้าเราทำให้ป่าตรงนี้ฟื้นกลับมาสมบูรณ์ได้ มันไม่ใช่แค่เรื่องต้นไม้เขียวขึ้น แต่มันคือการคืนฟองน้ำธรรมชาติที่ช่วยอุ้มน้ำ คืนชีวิตให้ระบบนิเวศ แล้วส่งน้ำสะอาดจากบนเขาลงไปให้คนปลายน้ำได้ใช้อีกมหาศาลเลย

ดังนั้น ปัจจัยสำคัญแรกในการฟื้นฟูป่าที่นี่ คือเราต้องดูสภาพพื้นที่และสภาพดิน เพื่อเลือกพรรณไม้ท้องถิ่นที่เหมาะสมกับประเภทป่านั้นๆ และที่สำคัญ ต้องคำนึงถึงชุมชนรอบป่าด้วยว่า ต้นไม้ที่เราปลูก ชุมชนสามารถเข้ามาพึ่งพา หาพืชผักป่าไปกิน ไปสร้างรายได้ และใช้ประโยชน์ร่วมกันได้จริงไหม

นอกจากปัจจัยหลักในการเข้าใจพื้นที่แล้ว ที่นี่ยังมี ‘ตัวช่วยสำคัญ’ ที่มาเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของต้นไม้ให้สูงยิ่งขึ้นด้วย

เค้าไม่ปลูกต้นไม้ลงดินเปล่า ๆ เหมือนที่เราเคยทำ แต่เติมตัวช่วยอย่าง ‘ไบโอชา’ หรือ ‘ถ่านชีวภาพ’ ลงไปแทน ซึ่งเจ้าถ่านนี้มีหน้าที่เหมือนฟองน้ำความจุสูง เมื่อใส่ลงหลุมไปแบบนี้ มันจะช่วยอุ้มน้ำ กักเก็บธาตุอาหาร และเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ดี แถมยังทำให้ต้นไม้แข็งแรงขึ้น

และตัวช่วยอย่างที่สอง คือการเติมสิ่งมีชีวิตใต้ดินอย่าง ‘เชื้อไมคอร์ไรซา’ ลงไปด้วย เจ้าราชนิดนี้จะไปอาศัยอยู่ตามรากต้นไม้ ทำหน้าที่เหมือน ‘สายอินเทอร์เน็ตใต้ดิน’ ที่ช่วยขยายขอบเขตหาอาหาร ดูดซึมน้ำและแร่ธาตุส่งตรงสู่ราก และพอความชื้นสมบูรณ์ มันก็จะเจริญเติบโตไปเป็น ‘เห็ดป่า’ ให้ชาวบ้านได้เก็บกินและสร้างรายได้

จะเห็นได้เลยว่า การฟื้นฟูป่าที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การเกณฑ์คนมาปลูกป่าให้เยอะ ๆ แต่คือการเข้าใจธรรมชาติว่าเค้าต้องการอะไร

ซึ่งความรู้ดี ๆ ทั้งหมดนี้ ต้องยกเครดิตให้กับความตั้งใจลงพื้นที่อย่างจริงจังต่อเนื่องถึง 5 ปี ของ สิงห์อาสา ในโครงการ ‘ไม้ยืนต้น ป่ายั่งยืน’ ที่ร่วมมือกับเครือข่ายวิชาการและชุมชนในพื้นที่ ใช้หลักวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย จนทำให้ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา อัตราการรอดชีวิตของต้นไม้ที่นี่พุ่งสูงถึง 85% แถมช่วยลดจุดความร้อนและป้องกันไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และนี่คือผลลัพธ์ของการฟื้นฟูป่าแบบเข้าถึงธรรมชาติจริงๆ ที่ทำให้เกิดพื้นที่แห่งความผูกพัน 'ป่าพึ่งคน คนพึ่งป่า' ชุมชนมีอาหาร มีรายได้ สัตว์น้อยใหญ่มีบ้านที่ปลอดภัย และคนในพื้นที่ก็พร้อมใจกลับมาดูแลป่า เกิดเป็นความยั่งยืนที่ส่งต่อได้ไม่รู้จบนั่นเอง

related