
พริมา มารีน เดินหน้าขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องกับโครงการ ‘พริมาอาสา ปี 6’ ปีนี้คณะผู้บริหารและพนักงาน แท็กทีมกันลงพื้นที่ ณ พื้นที่การเรียนรู้ด้านระบบนิเวศป่าชายเลน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อร่วมกันเพาะฝักโกงกางและตั้งเป้าปลูกป่าชายเลนถึง 2,000 ต้น ช่วยชะลอการกัดเซาะชายฝั่งและฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งอย่างยั่งยืน นอกจากเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้ว พริมา มารีน ยังคงส่งต่อ DNA แห่งการให้ ด้วยการมอบทุนการศึกษาพร้อมกิจกรรมแนะแนวให้กับน้องๆ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี เพื่อสร้างโอกาสและเติมเต็มอนาคตให้เยาวชนไทยเติบโตไปพร้อมกับความยั่งยืน
ตะลุยชายฝั่งบางขุนเทียนกับ ‘พริมา อาสา ปีที่ 6’ ภารกิจฟื้นฟูป่าชายเลน ส่งต่อโอกาสสู่อนาคตคนพาณิชย์นาวี
หากพูดถึง "บางขุนเทียน" หลายคนอาจนึกถึงเมนูซีฟู้ดสดๆ หรือเส้นทางปั่นจักรยานรับลมทะเลใกล้กรุงเทพฯ แต่รู้ไหมว่า เบื้องหลังทิวทัศน์อันสวยงามนี้ ชายฝั่งบางขุนเทียนกำลังเผชิญกับวิกฤตการกัดเซาะชายฝั่งและน้ำทะเลหนุนสูงอย่างรุนแรง ผืนดินค่อยๆ หายไปจากภาวะโลกร้อนและการขาดแคลนตะกอนดิน
แม้วันนี้ระบบนิเวศจะยังคงความสมบูรณ์และถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แต่การเร่งฟื้นฟูเพื่อหาจุดสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการพัฒนาที่ยั่งยืนคือเรื่องที่ต้องทำ "ทันที"
และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทีมงาน พริมา มารีน จัดทริปหัวใจเขียว นำคณะผู้บริหาร พนักงาน และน้องๆ นักเรียนพาณิชย์นาวี ลงพื้นที่ พื้นที่การเรียนรู้ด้านระบบนิเวศป่าชายเลน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางขุนเทียน) ในกิจกรรม "พริมา อาสา ปีที่ 6" กิจกรรมที่ทำต่อเนื่องมาตลอด 6 ปี ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างคุณค่าที่เป็นรูปธรรมให้กับสังคม สิ่งแวดล้อมทางทะเล และชุมชนโดยรอบ
1. ลุยเลน เพาะฝักโกงกาง 2,000 ต้น & ชั่วโหม้ง Eco-Upcycling สุดว้าว!
ทริปอนุรักษ์ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่การเดินชมธรรมชาติ แต่ทุกคนได้สวม boots ลงลุยโคลนเพาะฝักโกงกางและปลูกป่าชายเลนรวมกว่า 2,000 ต้น! เพื่อสร้างปราการธรรมชาติป้องกันคลื่นลมกัดเซาะชายฝั่ง และคืนบ้านอันอบอุ่นให้กับสัตว์น้ำชายเลน
ไฮไลต์เด็ดของปีนี้ที่สะท้อนแนวคิด Circular Economy ได้อย่างเห็นภาพ คือการนำ "เชือกเรือ" ที่หมดอายุการใช้งานจากการผูกเรือขนส่ง มา Reuse ใช้ประโยชน์ในการยึดแปลงปลูกป่าชายเลน ลดขยะจากการดำเนินงาน และนำทรัพยากรกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างมีคุณค่าที่สุด
คุณสุธาสินี หมื่นละม้าย (รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการลงทุน) ได้เล่าถึงบรรยากาศและความผูกพันในกิจกรรมนี้ว่า
"การที่พวกเราชาวพริมาได้มาร่วมกิจกรรมอาสาอย่างต่อเนื่องทุกปี เป็นมากกว่าการทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์และความผูกพันของคนในองค์กร ได้มาร่วมแรงร่วมใจกัน ได้ทำงานเป็นทีม และเห็นคุณค่าของการทำสิ่งดีๆ ร่วมกัน สิ่งเหล่านี้สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นการมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และทำให้เรารู้สึกว่า พวกเราไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน แต่เป็นคนพริมาที่มีเป้าหมายและความภาคภูมิใจเดียวกัน
ไฮไลต์ปีนี้เราตั้งเป้าปลูกต้นโกงกาง 2,000 ต้น นำเชือกเรือหมดอายุมา Reuse ในพื้นที่ และที่พิเศษมากคือ น้องๆ จากศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวีกลับมาร่วมกิจกรรมกับเราเป็นปีที่ 2 ได้เห็นทั้งรอยยิ้ม ความตั้งใจ และพลังของคนรุ่นใหม่ที่มาร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม
2. จากต้นโกงกาง สู่การส่งต่อพลังงานบวก เติมฝันนักเรียนพาณิชย์นาวี
DNA ของพริมา อาสา ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คือ การให้โอกาสทางการศึกษา กิจกรรมในภาคบ่ายจึงเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งแรงบันดาลใจ ผ่านการมอบทุนการศึกษา และกิจกรรมแนะแนวอาชีพสุดเข้มข้นในหัวข้อ "จากนักเรียนพาณิชย์นาวี สู่เส้นทางอาชีพนายเรือและกัปตันเรือบรรทุกน้ำมัน"
งานนี้ คุณบวรศักดิ์ สมจิตต์สกุล (กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.ไอ.เอ็ม. ชิพ แมนเนจเมนท์ จำกัด) ได้ร่วมพูดคุยและตอบทุกข้อสงสัย เพื่อเตรียมความพร้อมให้น้องๆ ก้าวข้ามจาก ความฝัน สู่ ความจริง ในโลกของอาชีพพาณิชย์นาวี
เสียงสะท้อนจากหัวใจคนทำอาสา
ความประทับใจตลอดทั้งวัน ถูกบันทึกผ่านรอยยิ้มและคำพูดของทั้งพี่ๆ พนักงาน และน้องๆ นักเรียนพาณิชย์นาวีที่ได้รับทุนการศึกษา:
ก้าวต่อไปบนเส้นทางความยั่งยืน
ก่อนเดินทางกลับ ทิ้งท้ายด้วยข้อความแห่งความภาคภูมิใจจาก คุณสุธาสินี หมื่นละม้ายว่า "อยากขอบคุณพี่น้องชาวพริมา มารีนทุกคน รวมถึงทุกส่วนงานที่ร่วมแรงร่วมใจกันอยู่เบื้องหลัง ทำให้กิจกรรมในวันนี้สำเร็จได้เป็นอย่างดี อยากให้ทุกคนภูมิใจว่า สิ่งที่เราทำในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมวันเดียวจบ แต่เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสิ่งแวดล้อมและสังคม พริมา มารีน จะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสู่เป้าหมายความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าหากเราทุกคนร่วมมือกัน เราจะสามารถสร้างอนาคตที่ดีและยั่งยืนให้กับองค์กร ชุมชน และสิ่งแวดล้อมของเราได้อย่างแน่นอน"
'พริมา อาสา ปีที่ 6' จึงไม่ใช่แค่กิจกรรม CSR ประจำปี... แต่นี่คือ DNA ของชาวพริมา มารีน ที่พร้อมจะลงมือทำจริง รักษ์โลกจริง และส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป