กลัวถูกประหาร ยอมสารภาพทุกขั้นตอน

ทีมสืบสวนคดีพิเศษจเรตำรวจแห่งชาติ เปิดข้อมูลสาเหตุเสี่ยอ้วนยอมเปิดปากสารภาพทุกขั้นตอน

แหล่งข่าวจากทีมสืบสวนคดีพิเศษจเรตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าวสปริงนิวส์ว่า ตลอดระยะเวลาที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน บางลา เจ้าของสถานบันเทิงชื่อดังย่านป่าตอง จ.ภูเก็ต ผู้ต้องหาฆ่านางสาวปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ สปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ ฟอส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2561 เวลาประมาณ 16.05 น. บริเวณลานจอดรถหน้าเขาชีจรรย์ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พบว่านายปัญญาให้ความร่วมมือกับตำรวจเป็นอย่างดี โดยยินยอมที่จะตอบข้อชักถามของพล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ที่เดินทางไปสอบปากคำนายปัญญา ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายปัญญายอมรับกับทีมสืบสวนคดีพิเศษจเรตำรวจแห่งชาติ ว่าหลังทราบว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้ส่งทีมสืบสวนคดีพิเศษ ออกติดตามตัว ประกอบกับได้เห็นคลิปวีดีโอคำให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ที่ระบุว่าตัวเขามีทางเลือกเพียงแค่สองทางคือ “ทางตัน และ ทางตาย ” นายปัญญา กลัวว่าจะถูกวิสามัญฆาตกรรมเป็นผีเฝ้าป่าอยู่ในกัมพูชา จึงพยายามจะหาช่องทางหลบหนีให้ไกลที่สุด แต่เมื่อหนีไม่รอดจึงยอมเปิดปากรับสารภาพทุกขั้นตอน รวมถึงคดีเก่าที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ตลอดการสอบสวนนายปัญญา อ้างว่าตัวเขาหลงรักนางสาวปวีณา และตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่คบหากัน ยอมทุ่มเงินให้กับนางสาวปวีณาไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท แต่เมื่อทราบข่าวว่านางสาวปวีณามีสามีอยู่แล้ว ก่อนจะมาคบกับตน จึงเกิดความแค้นและออกตามหาตัวนางสาวปวีณา เพื่อมาเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเห็นนางสาวปวีณา อยู่กับนายอนันตชัย จึงเกิดความโมโหใช้ปืนยิง เปิดฉากโดยไม่ทราบว่าจุดที่ยิงคือหน้าพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์

ขณะที่ทางด้านคดีค้างเก่าของนายปัญญา คือคดียิงพ่อค้าไอศกครีม ที่ จ.ภูเก็ตนั้น รายงานข่าวอ้างว่า นายปัญญา ได้ให้กล่าวกับชุดสืบสวนโดยอ้างว่าได้จ่ายเงิน 3 ล้านบาท ใหกับผู้รู้ด้านกฎหมาย ชื่อ จ. เป็นคนจัดการวิ่งเต้นเรื่องคดีทั้งหมด จนในที่สุดอัยการสั่งไม่ฟ้องคดี พร้อมส่งเรื่องกลับมาให้ตำรวจพิจารณา แต่สุดท้ายตำรวจภูธรภาค 8 ก็ไม่มีความเห็นใดๆ จึงทำให้ตัวเขาหลุดคดี ซึ่งประเด็นนี้ทางทีมสืบสวนจเรตำรวจแห่ง่ชาติ ที่นำโดย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ กำลังขออนุมัติ ผบ.ตร.เพื่อขอสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

นอกจากนี้นายปัญญา ยังฝากตำรวจให้ประสานญาติและคนใกล้ชิดให้ช่วยดูแลกิจการและทรัพย์สินซึ่งเป็นบ้านพักขนาดใหญ่ 6 หลัง และทรัพย์สินซึ้่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องเสียงมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กว่า 2 พันลัง ที่อยู่ในสถานบันเทิงภายในซ.บางลา ป่าตอง จ.ภูเก็ต ที่ถูกตำรวจสั่งปิดกิจการเนื่องจากไม่มีใบอนุญาต รวมถึงที่ดินอีกว่า 2 พันไร่ ในกรุงพนมเปญประเทศกัมพูชา ที่นายปัญญาไปร่วมลงทุนกับญาติและนักธุรกิจชาวกัมพูชา โดยท้ายที่สุดนายปัญญา บอกกับตำรวจว่าตัวเขาจะรับสารภาพทุกขั้นตอน เพื่อขอความเมตตาต่อศาลให้ละเว้นโทษประหาร