ไม่เชื่ออย่าลบหลู่! ฝรั่งขอขมา "พระธาตุลำปาง" หลังร่อนพารามอเตอร์วนรอบฉัตร

06 พ.ค. 2561 เวลา 8:39 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

วันนี้( 6 พ.ค.) เพจเฟซบุ๊ก  หนังสือพิมพ์ใต้สันติสุข ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า จากกรณีนักท่องเที่ยวชาวสเปนนำเครื่องร่อนพารามอเตอร์ขึ้นบินวนรอบฉัตรองค์พระธาตุลำปางหลวง อายุกว่า 1,300 ปี อ.เกาะคา จ.ลำปาง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านออกมาตะโกนตำหนิและโบกมือให้ลงมา เพราะถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ที่มาบินเหนือวัดเก่าแก่ เป็นที่เคารพและสักการะของชาวบ้าน รวมถึงเกรงจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น หากร่มบินของพารามอเตอร์ไปเกี่ยวกับยอดฉัตรขององค์พระธาตุลำปางหลวง

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

สำหรับความคืบหน้า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ส.ต.นพดล เครือนพรัตน์ อดีตประธานชมรมร่มบินลำปาง ที่ได้รับการประสานจากประธานชมรมร่มบินเชียงใหม่ ได้พานายวิคเตอร์ รอค ดิเกรซ อายุ 33 ปี พร้อมเพื่อนชาวสเปน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากสเปน ซึ่งเป็นผู้ขับเครื่องพารามอเตอร์ขึ้นบินดังกล่าว มาขอขมาต่อองค์พระธาตุลำปางหลวงและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยนักท่องเที่ยวทั้ง 2 คนได้นำดอกไม้และธูปเทียนมาขอขมาด้วย ก่อนที่นายสมจิตร ทิพย์แก้ว อายุ 56 ปี อาจารย์ล้านนาประจำหมู่บ้านลำปางหลวง จะเป็นผู้นำทั้งสองคนขอขมา ซึ่งทั้งสองคนก็ทำอย่างตั้งใจ ด้วยการพนมมือแล้วกราบลงกับพื้น เพื่อเป็นการขอขมา ก่อนเดินรอบองค์พระธาตุลำปางหลวง 3 รอบ เพื่อเป็นการขอขมาและถวายเป็นพุทธบูชา

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

นายวิคเตอร์ กล่าวว่า ตนขอโทษด้วยความจริงใจ ทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เสียใจมากต่อการกระทำในครั้งนี้ เพราะทราบว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม จนเป็นข่าวโด่งดังออกไป จึงรู้สึกเสียใจและมีความตั้งใจที่จะกลับมาขอโทษและขอขมาต่อสิ่งที่ได้ล่วงเกิน และกระทำไปต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยอยากจะบอกว่าหลังจากที่กลับออกไปจากจ.ลำปาง เมื่อวานนี้ก็จะไปขึ้นบินที่จ.เชียงใหม่ แต่ปรากฏว่าเจอเรื่องที่แปลกคือ เครื่องพารามอเตอร์ที่ใช้บินนั้นสตาร์ทไม่ติด เช้าวันนี้ก็มาสตาร์ทอีกก็ไม่ติด จึงตั้งใจที่จะมายังจ.ลำปาง อีกครั้งในวันนี้ เพื่อขอขมาในสิ่งที่กระทำและล่วงเกินไป

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์ใต้สันติสุข

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด