รวม 10 ข่าวดังโซเชียล แห่งปี 2562 แชร์ถล่ม คอมเมนต์กระจาย! (ชมคลิป)

31 ธ.ค. 2562 เวลา 3:04 น.

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

เรียกได้ว่าในปัจจุบัน โลกออนไลน์ นั้นมีอิทธิพลอย่างมาก ต่อสังคมไทย เพราะเป็นอีกหนึ่งเครือข่ายในสังคม ที่ขยายออกไปอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ทั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้น แต่นั่นหมายถึง คนทั่วโลกซึ่ง โซเชียลมีเดีย ยังกลายมาเป็นหนึ่งช่องทางหลักที่ผู้คนนิยมใช้ในการ ติดต่อสื่อสาร รวมไปถึง ใช้ค้นหาและรับข้อมูลต่างๆ ด้วย และในรอบปี 2562 ที่ผ่านมานั้น ได้มี ปรากฎการณ์ข่าว และ กระแสเทรนด์ฮิต เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย และวันนี้ทาง สปริงนิวส์ (Spirngnews) ได้รวบรวม 10 เรื่องแห่งปี ไว้ดังนี้

1.แก๊งโจ๋รุมทำร้าย ครู -รปภ. นักเรียน โรงเรียนวัดสิงห์

จากกรณีที่เกิดเป็นกระแสถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้ หลังมีกลุ่มวัยรุ่นนับสิบคนบุกเข้าไปในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ ก่อนจะทำร้ายครู รปภ. และนักเรียนชายได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากไม่พอใจที่ครูเข้าไปห้ามเปิดเพลงในงานบวช เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเวลาเดียวกับมีการสอบ GAT-PAT อยู่นั้น ซึ่งในเวลาต่อมา ศาลได้สืบพยานโจทก์ทั้งหมด 33 ปาก สืบพยานจำเลยรวม 18 ปาก และสืบพยานผู้ร้อง 4 ปาก โดยมีจำเลย 6 คน ได้รับสารภาพบางข้อกล่าวหาในการทำร้ายร่างกาย และทรัพย์สินจริง ส่วนจำเลยอีก 10 คน รับสารภาพเพียงในข้อหาบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

แต่ศาลพิจารณาพฤติการณ์แวดล้อมประกอบแล้ว จำเลยทั้ง 16 คน อยู่ภายในงานบวชด้วยกัน แต่งกายลักษณะเดียวกัน เดินไปที่เกิดเหตุพร้อมกันและในเวลาใกล้ชิดกัน ต่างกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน และกลับออกจากที่เกิดเหตุในเวลาใกล้ชิดกัน จึงฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 16 คน เป็นตัวการร่วมกัน ดังนี้ เมื่อตัวการคนใดคนหนึ่งไปกระทำความผิด ตัวการอื่นแม้ไม่ได้ลงมือกระทำด้วยก็จำต้องรับผลของการกระทำนั้นด้วย

ทั้งนี้จำเลยแต่ละรายได้รับโทษจำคุกไล่เรี่ยกันตั้งแต่ 2เดือน – 19 ปี โดยจำเลยที่ 17 ได้รับโทษมากที่สุด จำคุก 19 ปี 3 เดือน โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี พร้อมทั้งให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายกว่า 1.8 แสนบาท ให้แก่ผู้เสียหาย

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

2. เสี่ยทุเรียนประกาศหาลูกเขย สินสอดไม่เอา แถมเงิน 10 ล้าน รถ 10 คัน บ้าน 1 หลัง

เป็นที่ฮือฮาอย่างมากในช่วงนั้น หลังมีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์ภาพเงินทองและข้อความประกาศหาลูกเขยให้กับลูกสาว โดยขอแค่ซื้อทุเรียนได้ คัดทุเรียนเป็น ก็เชิญมารับลูกสาวของตนไปได้เลย สินสอดไม่เอาซักบาท แถมเงินสดให้ 10,000,000 รถยนต์ 10 คัน บ้าน 1 หลัง จนทำให้หนุ่ม พากันเข้ามาเสนอตัวกันอย่างมากมาย

ทั้งนี้ หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ แต่ส่วนใหญ่จะสนใจในตัวคุณพ่อมากกว่าคุณลูกสาว เพราะชอบในความเด็ดเดี่ยวและมีอารมณ์ขัน

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

3. ชายบุกขึ้นเวทีล็อกคอ เดอะทอยส์ จนเจ้าตัวเดินลงยุติคอนเสิร์ต

นักร้องหนุ่มชื่อดัง เดอะทอยส์ The Toys เกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายระหว่างทำการแสดงคอนเสิร์ตที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้มีชายคนหนึ่งเดินขึ้นไปบนเวทีเข้าไปล็อคคอ และพยายามบังคับให้ดื่มเหล้า ทางทีมงานจึงได้เข้ามาห้ามชายคนดังกล่าวแต่สุดท้าย เดอะทอยส์ ได้ปากีต้าร์ลงกับพื้นพร้อมกับเดินลงเวทีและยุติการแสดง

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งเวลาต่อมาได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเข้ามาตอบโต้ว่า ชายคนดังกล่าวเป็นเพื่อนพ่อเลี้ยง ซึ่งมีอาการมึนเมา และพ่อเลี้ยงเป็นคนสั่งให้เอาเหล้าขึ้นไปให้ เดอะทอยส์ ก่อนก่อเหตุดังกล่าว

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

4.วินมอเตอร์ไซค์ ยกพวกตีกันกลางถนนสุขุมวิท 

ในเดือน มิถุนายน ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ออกมาเผยโพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะวินมอเตอร์ไซค์ 2 ฝั่ง ยกพวกตีกันกลางถนน บริเวณตลาดอุดมสุข สุขุมวิท 103 พร้อมระบุข้อความว่า “ตีกันแล้ว โว้ย ปืนก็มีจ้า”

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ นายวีรวัฒน์ พึ่งครุฑ อายุ 20 ปี พนักงานขนส่งสินค้าของเคอรี่ และขี่รถจยย.วินอุดมสุขรุ่งเรือง ฝั่งซอยอุดมสุข 2 เสียชีวิต สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดสีส้ม สกรีนลาย KERRY นุ่งกางเกงขายาวสีเทา ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลถูกยิงบริเวณเหนือคิ้วขวาทะลุซ้าย 1 นัด นอกจากนี้พบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. กับ 11 มม. ตกอยู่หลายปลอก ตำรวจจึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ขณะเดียวกันยังพบผู้บาดเจ็บถูกส่ง รพ.ศิครินทร์ อีก 4 ราย แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย คือนายวัชรินทร์ งาเฉลา อายุ 33 ปี เป็นผู้ขี่ จยย.รับจ้างวินอุดมสุข 1 ถูกยิงเข้าศีรษะ 1 นัด ลำตัว 2 นัด

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

5.ขยะฆ่า "มาเรียม" ลูกพยูนขวัญใจชาวไทย

พะยูนน้อยกำพร้าแม่ แสนน่ารัก มาเรียม ที่เป็นขวัญใจคนไทยได้แค่ช่วงสั้นๆ ไม่กี่เดือน แต่ต้องมาตายด้วย ถุงพลาสติก ไม่ได้นำมาซึ่งความโศกเศร้าของคนไทยเท่านั้น แต่ยังได้รับความสนใจไปทั่วโลก ทั้งนี้สาเหตุการเสียชีวิตของมาเรียม พบว่ามาจากชิ้นส่วนพลาสติกอุดตันในลำไส้จนทำให้ลำไส้อักเสบ นำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือด กระทั่งช็อคและจากไปในที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นกับมาเรียมสะท้อนถึงปัญหาขยะว่ากำลังเป็นภัยคุกคามสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

6.13 สุนัขเกรทเดนกับชีวิตหลังความตาย พร้อมได้รับพระราชทานตั้งชื่อให้ใหม่

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าช่วยเหลือสุนัขพันธุ์เกรทเดนที่ถูกปล่อยทิ้งให้อดอยาก ทั้งหมด 13 ตัว ที่อยู่ในสภาพอิดโรยและผอมโซ เนื่องจากไม่ได้รับการสารอาหารเพียงพอ ซึ่งในเวลาต่อมาพระบาทสมเด็จพระอยู่หัวฯ ทรงรับสุนัขพันธ์เกรทเดนทั้งหมดอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ อีกทั้งยังได้ทรงโปรดให้มารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และทรงพระราชทานชื่อให้แก่สุนัขในพระบรมราชานุเคราะห์ทุกตัว โดยเป็นชื่อกลุ่มดอกไม้ที่มีอยู่ในประเทศไทย

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

7.เสี่ยท็อป เจ้าของฉายา เสี่ยกำมะลอ

จากกรณีที่เป็นข่าวฮือฮา พริตตี้สาว ชาวบุรีรัมย์ ได้ถูกเสี่ยท็อปหลอกแต่งงาน หลังจากคบหากันไม่นาน ก่อนที่เสี่ยท็อปจะจากไปพร้อมทิ้งหนี้เอาไว้หลายล้าน ซึ่งต่อมาได้มีคนออกมาแฉเสี่ยท็อปกันอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้พริตตี้สาว ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกเสี่ยท็อป อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน แต่งงาน จดทะเบียนสมรส โดยมีการจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ แต่สุดท้ายฝ่ายชายทิ้งหนี้ไว้ให้ 3.5 ล้านบาท

และในเวลาต่อมา ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายที่ให้การช่วยเหลือพริตตี้สาว หรือ อดีตภรรยาของเสี่ยท็อป หลังได้รับการร้องขอความช่วยเหลือ ได้มีการออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงคดีดังกล่าว ระบุว่า ตนเองและกลุ่มทนายความในเครือข่ายฯ ขอยุติให้ความช่วยเหลือทุก ๆ ด้าน เกี่ยวกับเรื่องนี้

ส่วนนคดีสั่งจ่ายเช็กเด้ง ได้ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปส่งยังศาลแขวงพระนครเหนือตามหมายจับ หลังเดินทางกลับจากประเทศฮ่องกง และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป  ทั้งนี้ปัญหาระหว่างพริตตี้สาวยังไม่มีความคืบหน้า

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

8.แก๊งชายฉกรรจ์บุก รพ.ซ้อมผู้ป่วย ที่แท้เป็น อส.โมโหเด็กแว้นชนเพื่อน

จากกรณีที่ปรากฏคลิป กลุ่มคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนล้อมชายคนหนึ่งที่อยู่บนเตียงคนไข้ภายในโรงพยาบาลก่อนที่จะรูดม่านปิด และมีการทำท่าคล้ายต่อยไปที่คนไข้ จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

ซึ่งต่อมา รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ชายที่ปรากฏในคลิปไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เป็นอาสาสมัครฝ่ายปกครองที่ร่วมปฏิบัติงานกับตำรวจ ซึ่งก่อนจะเกิดเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตั้งด่านตรวจจับหาสิ่งผิดกฎหมายอยู่บริเวณถนนข้าวหลาม แต่ระหว่างนั้นพบว่าชายที่ถูกทำร้ายได้ขับรถมายังด่านและพยายามจะขับหลบหนี ทำให้ชนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้รับบาดเจ็บ และรถได้ล้มลง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวทั้ง 2 ส่งโรงพยาบาล แต่ระหว่างอยู่ในโรงพยาบาล เพื่อนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ถูกชนได้เดินมาที่เตียงคนไข้ และด้วยความโมโหจึงทำร้ายตามที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

9.ลูกสาวผู้การโพสต์อวด เกณฑ์พลทหารทำงานรับใช้ บ่นอุบ “มีแต่หน้าลาบๆ”

กลายเป็นดราม่าสนั่นโซเชียล หลังลูกสาวนายทหารใหญ่ ได้ออกมาโพสต์สุดภูมิใจเรียกใช้ทหารเกณฑ์ล้างรถ เก็บกวาดบ้าน แถมมีข้อความอวดเบ่ง และเหยียดหน้าตาว่า “มีแต่หน้าลาบๆ” ซึ่งในเวลาต่อมา ก็ได้ปิดเฟซบุ๊กหนีหลังเจอชาวเน็ตแห่คอมเมนต์จวกยับ

ซึ่งหลังจากการตรวจสอบตรวจสอบพบว่าภาพที่มีการโพสต์และเป็นกระแสร้อนแรงในโซเชียล ขณะนั้นเป็นภาพเก่าและเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2561 ซึ่งนายทหารดังกล่าวเคยรับราชการอยู่ที่กองทัพภาคที่ 2 แต่ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งสุดท้ายที่กองทัพไทย กรุงเทพฯ ก่อนเกษียณอายุราชการเมื่อปีที่แล้ว แต่ภาพที่ถูกโพสต์นั้นเป็นในภาพบ้านพักที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีการจัดงานศพที่บ้าน และนายทหารคนนี้มีลูกน้องที่เป็นนายสิบสนิทคุ้นเคยกันจึงไปช่วยงานและอาจพาพลทหาร หรือทหารเกณฑ์ ไปช่วยงานด้วยจึงมีภาพออกมาลักษณะเช่นนั้น

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

10.อาม่าตบเด็ก ทวิตเตอร์เดือด!

จากกรณีคลิปฉาวกลางโรงเรียนดัง “อาม่าคุยโทรศัพท์เสียงดัง” เจอเตือนด่ากราด ก่อนปะทะคารมเด็กชายจนใช้มือตบหน้าดังพั๊วะ! เด็กไม่ยอมตบกลับ กระชากผม จนลงไปนอนที่พื้น ซึ่งต่อมากลายกระแสบนทวิตเตอร์ แฮชแท็กมาแรง #อาม่าตบเด็ก ขึ้นอันดับ 1 ทั้งนี้เด็กคนชายคนดังกล่าว ไม่ได้ถูกทางโรงเรียนต้นสังกัดดำเนินการลงโทษแต่อย่างไร

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

https://youtu.be/uqxvg2XyrYk