ทีมแพทย์ ขอรอยยิ้มกำลังใจสู้ไวรัสโคโรน่า วอนอย่าตำหนิ พวกเราเหนื่อยมาก

02 ก.พ. 2563 เวลา 7:59 น.

นพ. รุ่งเรือง กิจผาติ โพสต์เฟซบุ๊ก เผยความในใจ ทีมแพทย์สู้ไวรัสโคโรน่า ขอแค่ รอยยิ้มและกำลังใจ อย่ามุ่งแต่ตำหนิ เพราะพวกเราทำงานกันเหนื่อยมาก

1 ก.พ. 63 นพ. รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นพ.ทรงคุณวุฒิและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กถึงชาวเน็ต ระบุความว่า

นพ. รุ่งเรือง กิจผาติ โพสต์เฟซบุ๊ก เผยความในใจ ทีมแพทย์สู้ไวรัสโคโรน่า ขอแค่ รอยยิ้มและกำลังใจ อย่ามุ่งแต่ตำหนิ เพราะพวกเราทำงานกันเหนื่อยมาก

ผมกราบขอร้องพี่น้องประชาชน (เช่น โซเชียลมีเดีย) อย่ามุ่งแต่จะตำหนิพวกเราเลย เราเหนื่อยมาก อดนอน ข้าวไม่ได้กิน เราไม่ได้ขออะไรมาก “ขอรอยยิ้มและกำลังใจ” ครับ/คะ

ผมขอกำลังใจ ...พี่น้องประชาชน สู่ “น้องๆชาวด่านควบคุมโรคฯ “ ผู้ที่เสียสละ ทำงานหนัก เพื่อปกป้อง พี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ผมเคยเป็นผู้อำนวยการฯ ดูแลงานด่านควบคุมโรคฯ (ประะทศไทยมี 69 แห่ง เป็นด่านฯ บก เรือ อากาศ ในปี 2556-2560)

ผมเข้าใจสภาพการทำงาน และความลำบากหนักหนาสาหัสของพี่น้องชาวด่านฯ เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุการณ์กรณีโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เพราะเราผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วอย่างน้อย 5 ครั้ง เช่น เมอร์ส อีโบลา ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

ผมดีใจที่ครั้งนี้ ผู้ใหญ่ให้กำลังใจและยกย่องภารกิจของชาวด่านควบคุมโรคฯดีมาก ต้องเรียนว่า ด้วยหลักวิชาการ การตรวจจับ “ไม่มีทางทำได้ 100 %” เช่น ช่วงเวลาระยะฟักตัว ผมดีใจที่ผู้บริหารเข้าใจและดูแลน้องๆอย่างดี “เราทำดีที่สุด”

ผมกราบขอร้องพี่น้องประชาชน (เช่น โซเชียลมีเดีย) อย่ามุ่งแต่จะตำหนิพวกเราเลยครับ น้องๆเราเหนื่อยมาก อดนอน ข้าวไม่ได้กิน เราไม่ได้ขออะไรมาก “ขอรอยยิ้มและกำลังใจ” ครับ/คะ

ต้องเรียนว่า ท่ามกลางกระแสข่าว เกี่ยวกับมาตรการคัดกรองนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้า-ออกประเทศไทย และจีน ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันยังมีการคัดกรองเที่ยวบินที่มาจากเมืองอื่น ๆ นอกเหนือจาก อู่ฮั่น ที่มีรายงานการระบาดของไวรัสโคโรนา อย่างต่อเนื่อง

ผมเรียนว่า เจ้าหน้าที่ของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และทุกที่ ปฎิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด ตลอด 24 ชั่วโมง

นพ. รุ่งเรือง กิจผาติ โพสต์เฟซบุ๊ก เผยความในใจ ทีมแพทย์สู้ไวรัสโคโรน่า ขอแค่ รอยยิ้มและกำลังใจ อย่ามุ่งแต่ตำหนิ เพราะพวกเราทำงานกันเหนื่อยมาก

น้องๆ บอกว่า “เห็นบางความเห็นก็รู้สึกน้อยใจนิดๆ” อยากเรียนพี่น้องประชาชนว่า “เรามีระบบคัดกรองที่ได้มาตรฐาน บางไฟลต์ไม่ได้คัดกรองหน้า gate แต่เราก็ยังมีกล้องที่คัดกรองก่อนเข้า ตม. เราสามารถเห็นได้ทุกคนในทุกไฟลต์อยู่แล้ว ถ้ามีไข้ จะถูกกักตัวแน่นอน”

เสียงจากน้องๆ “ในฐานะคนทำงานคัดกรองทุกๆวัน ทุกคนเสี่ยงภัยเสี่ยงโรคกันมาก และช่วงนี้ยิ่งมีไวรัสโคโรนาระบาด ทางด่านควบคุมโรคฯ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและทุกด่านฯ ไม่ได้อยู่เฉย

บุคลากรทุกคนทุกหน่วยงานทำงานกันหนักตลอด 24 ชั่วโมง อยากให้ประเทศชาติปลอดภัยให้มากที่สุด บางครั้งเจ้าหน้าที่ก็อยากได้พลังบวกที่ดี เป็นขวัญกำลังใจเพราะทุกคนเหนื่อย ท้อ และหมดกำลังใจ

จากบางคอมเมนต์ที่ไม่สร้างสรรค์ และเข้าใจสารที่ผิดๆ อยากให้มีวิจารณญาณในการเสพข่าว และต้องขอบคุณกำลังใจจากคนรอบข้าง ครอบครัว และตัวเอง ที่ทำให้มีแรงใจในการทำงานทุกๆวัน

“เราไม่เคยกลัวงานหนัก งานเสี่ยงภัยต่างๆ เพราะคิดว่าทุกๆวันเราทำเพื่อครอบครัวและประเทศชาติ ขอฝากให้คนที่ฟังอะไรผิดๆ เพราะผมไม่สามารถอธิบายให้ทุกคนทราบได้ทั้งหมด โปรดเข้าใจเจ้าหน้าที่และกระบวนการทำงานของเรา เราทุกคนจะเสียสละและปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ให้เต็มกำลังความรู้ ความสามารถ ขอบคุณครับ”

ผมให้กำลังใจ นพ.โรม บัวทองและทีมเจ้าหน้าที่ด่านฯ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่ทำงาน 24 ชั่วโมง คัดกรองผู้โดยสาร ป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา เข้าไทย รวมถึงพี่น้องทุกคน ทุกด่านฯ ที่อาจไม่มีคนเห็นหรือไม่เป็นช่าว “เราปิดทองหลังพระด้วยความภูมิใจ” ครับ

ขอเรียนว่า ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.63 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เริ่มตั้งจุดคัดกรองพิเศษ ผู้โดยสารที่เดินทางจากเมืองอุ่ฮั่น ประเทศจีน เพื่อตรวจหาผู้ที่มีไข้สูง ป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งขณะนั้นรู้แต่เพียงโรคปอดอักเสบปริศนา จนกระทั่งในวันที่ 8 มกราคม 2563 ได้พบผู้ป่วยรายงานที่ต้องสงสัย มีอาการเข้านิยาม คือมีไข้ 38 องศาเซลเซียส และมีโรคทางเดินหายใจ จึงแจ้งเคสพิเศษให้ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ รพ.จุฬาลงกรณ์ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบ พบเป็นเชื้อไวรัสโคโรนา จนไทยสามารถรายงานผลได้เป็นประเทศแรกนอกประเทศจีน

พวกเราได้เข้าประจำการตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.63 ถึงวันนี้ เป็นเวลา 28 วันแล้ว ที่ต้องทำงาน 24 ชั่วโมง ขณะนี้ได้กำลังเสริม จาก แพทย์ทหาร ตำรวจ เข้ามาช่วยเรา

“เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ถือเป็นปราการด่านแรก” ที่ทำงานเสี่ยงติดเชื้อมากที่สุด เพราะต้องเจอกับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นคนแรก การทำงานจึงต้องมีอุปกรณ์ป้องกัน ทั้งหน้ากากอนามัย หมวกคลุมผม และชุดป้องกันโรค โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูมิที่หู จะต้องใกล้ชิดร่างกายของกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด

“ทุกคนล้าครับ แต่ยังมีกำลังใจ หนักกายไม่เท่าไหร่ ไม่อยากให้หนักใจ ทุกคนทำงาน 24 ชั่วโมง ทำงานเต็มเวลาทุกวัน”

ในนามพี่น้องชาวด่านฯ ผมขอขอบคุณ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และทุกท่าน ที่เข้าใจ และให้กำลังใจ ช่วยเหลือพวกเราตลอดเวลา ขอบคุณ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ที่ท่านส่งเสริม พัฒนา ให้ความสำคัญภารกิจด่านควบคุมโรคฯ รวมถึงการตั้ง “กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ” สิ่งเหล่านี้เป็นพลังสำคัญให้เรามีกำลังใจสู้ ครับ

เราขอเพียง”รอยยิ้มและกำลังใจ” จากพี่น้องประชาชนครับ

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด