ท่าน ว.วชิรเมธี ชี้ ไวรัสโคโรน่า คือหมัดเด็ดธรรมชาติ ที่ไว้ปรามมนุษย์

07 ก.พ. 2563 เวลา 5:55 น.

พระเมธีวชิโรดม - ว.วชิรเมธี ออก จดหมายเปิดผนึก ชี้ ไวรัสโคโรน่า ยืนยันว่าธรรมชาติมีหมัดเด็ดไว้ปราบมนุษย์ที่อหังการ แต่จงอย่าสิ้นหวัง

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 63 ที่ผ่านมา พระเมธีวชิโรดม หรือ ว.วชิรเมธี พระนักวิชาการ นักคิด นักเขียน และนักบรรยายธรรม ได้ออกมาเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงมวลมนุษยชาติผู้เป็นที่รักท่ามกลางวิกฤตไวรัสโคโรน่า ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 โดยระบุว่า

จดหมายเปิดผนึก ถึงมวลมนุษยชาติผู้เป็นที่รักท่ามกลางวิกฤติไวรัสโคโรน่า

3 กุมภาพันธ์ 2563 “จงอย่าสิ้นหวัง-จงอย่าหมดศรัทธาในชีวิต”

07.09 น. บนที่นั่งหมายเลข 31K ของสายการบินไทยสไมล์ เที่ยวบินที่ WE 020 จากสนามบินสุวรรณภูมิ/กรุงเทพฯ สู่ จังหวัดอุบลราชธานี

ทอดตามองออกไปข้างนอกหน้าต่าง

ในอากาศมีแต่ผงคลีธุลีดินขาวขุ่นอบอวลเป็นมวลหมอกอยู่ทั่วท้องฟ้า

แม้อากาศจะยังคงหนาวเหมือนอยู่ในฤดูหนาวอันแสนโรแมนติก

แต่ไม่อาจทำใจให้รู้สึกสดชื่นรื่นเย็นได้เหมือนกำลังอยู่ในสายลมหนาว

เพราะหมอกสีขาวขุ่นที่เห็นข้างนอกนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่หมอกหรอก

หากแต่แต่เป็นฝุ่น pm2.5 ซึ่งเต็มไปด้วยอันตราย

ทอดตามองไปยังผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยกันในเครื่องลำนี้

ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่ไม่ซ่อนใบหน้าของตัวเองไว้เบื้องหลังหน้ากากสีขาว

แอร์โฮสเตสทุกคนที่กำลังทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง

ต่างก็สวมหน้ากากปิดหน้าครึ่งหนึ่ง

ช่วงเวลานี้ (เวลาที่ไวรัสโคโรนาระบาด)

เป็นนาทีแห่งชีวิต

ไม่มีใครคิดถึงเรื่องความสวยความงามหรือนึกเป็นห่วงภาพลักษณ์

ที่มีหน้ากากปิดหน้าปิดตาอยู่ครึ่งใบหน้า

ทุกคนคิดถึงแต่ความอยู่รอดปลอดภัยแห่งชีวิตเป็นสำคัญ

เราทุกคนในโลก

ต่างกำลังถูกต้อนให้เจริญมรณานุสติโดยพร้อมเพรียงกัน

การมาถึงของไวรัสโคโรนา

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ยืนยันว่า ธรรมชาติยังคงมีหมัดเด็ดไว้ปรามมนุษย์

ที่เต็มไปด้วยความอหังการเสมอ

แต่ท่ามกลางการเผชิญหน้าระหว่างคนกับภัยธรรมชาติ

ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่มนุษยชาติ

ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นสายพันธุ์ชั้นยอดของตน

นั่นคือ การไม่ทอดทิ้งกันในยามวิกฤติ

การมีความรัก มีความเห็นอกเห็นใจให้กัน

อย่างปราศจากการเลือกปฏิบัติ

และการยอมเสียสละแม้กระทั่งชีวิตของตัวเองเพื่อให้ผู้อื่นมีชีวิตรอด

ของแพทย์และอาสาสมัครมากมายนับไม่ถ้วน

ทุกครั้งที่โลกเผชิญกับเรื่องราวเลวร้าย

ในอีกด้านหนึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ก็ดึงเอาด้านที่งดงามที่สุด

ที่มีอยู่ในตัวมวลมนุษยชาติออกมาให้เป็นที่ปรากฏด้วยเช่นกัน

เคยมีนักคิดคนหนึ่งกล่าวว่า

หากเทียบวันเวลาโดยเฉลี่ยของมนุษย์กับอายุของโลกใบนี้

เราแต่ละคนมีเวลาเฉลี่ยเพียงคนละ ๓ นาทีเท่านั้น

เวลาของเราไม่ยาวนานอย่างที่คิด

เรามีเวลาจำกัด

ท่ามกลางเวลาแสนจำกัดนี้

ยังมีภัยคุกคามอีกสุดคณานับ

ทุกย่างก้าว

ต้องใช้อย่างระมัดระวัง

ใช้อย่างทะนุถนอมชีวิต

เพราะไม่มีสิ่งใดจะทรงค่าทรงความสำคัญยิ่งไปกว่าชีวิตอีกแล้ว

หากชีวิตยังคงอยู่

ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน

แต่ทุกอย่างยังคงเต็มไปด้วยความเป็นไปได้

แต่หากชีวิตแตกดับลงไป

ละครแห่งชีวิตก็จบ

โลกไม่มีเรา โลกจะยังคงหมุนต่อไป

แต่หากเราไม่มีเรา

ทุกอย่างก็เป็นอันปิดฉาก

แต่...ตอนนี้เรายังคงมีลมหายใจอยู่

ลองหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ดูสิ

แม้จะเป็นลมหายใจเบื้องหลังหน้ากากที่ชวนอึดอัด

แต่นี่ก็ยังคงเป็นของขวัญที่แสนวิเศษ

เนื่องเพราะเรายังคงมีชีวิตอยู่

การได้มีโอกาสเกิดมาเป็นคนไม่ใช่ของง่าย

เมื่อได้โอกาสนี้มาแล้วควรรักษาไว้ให้ดี

“ชีวิตเป็นของขวัญที่ดีที่สุดของชีวิตด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว”

เพราะตราบใดที่ยังคงมีชีวิต

เราจะยังคงมีความฝัน

เราจะยังคงมีโอกาส

เราจะยังคงมีความรัก ความสุข

มิตรภาพ ครอบครัว การงานอันเป็นที่รัก

หรือมีทุกอย่างที่เรากำลังใฝ่ฝันถึงในอนาคต

ไม่ว่าจะตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากขนาดไหน

ไม่ว่าคืนวันแห่งวิกฤติจะยาวนานเพียงไร

ก็จงอย่าสิ้นหวังที่จะรักษาชีวิตเอาไว้

จงอย่าสิ้นหวังที่จะฝ่าฟันความยากลำบากไปด้วยกัน

ฝนไม่ตกทุกวัน

พายุไม่กระหน่ำทุกคืน

แผ่นดินไม่ไหวทุกสัปดาห์

ไม่เร็วก็ช้า ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

ขอให้เราทุกคนมาสู้ไปด้วยกันเถิด

อีกไม่นานไวรัสโคโรน่าก็จะผ่านพ้นไป

เหมือนเรื่องเลวร้ายทั้งหลายที่ผ่านเข้ามาแล้วก็จะผ่านไป

และวันเวลาแห่งความสุข ความสดชื่นรื่นรมย์

ก็จะคืนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

จงอย่าสิ้นหวัง

จงอย่าหมดศรัทธาในสติปัญญาของมวลมนุษย์

ที่กำลังร่วมมือกันแก้ไขวิกฤติอย่างเต็มขีดความสามารถ

และจงอย่าหมดศรัทธาที่จะหยัดยืนขึ้นมาเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุข

ว.วชิรเมธี

3 กุมภาพันธ์ 2563

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด