เริ่มทุบแล้ว ลานคอนกรีตรุกลำน้ำคลองท่าดี คีรีวง แต่ไม่รอดคดีรุกล้ำลำน้ำ

16 ต.ค. 2562 เวลา 12:23 น.

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

วันนี้ (16 ต.ค. 62) ช่วงบ่ายที่ผ่านผาผู้ประกอบการริมหนานหินท่าหาลำคลองท่าดี หมู่ที่ 9 ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา ฝั่งทางด้านทิศตะวันออกของลำน้ำได้เร่งรื้อถอนคอนกรีตที่รุกล้ำไปในลำคลอง โดยใช้ทั้งแรงงานคนและเครื่องจักรเข้าทำการรื้อให้กลับคืนสภาพเดิมโดยเร็วตามข้อตกลงระหว่างหน่วยงานราชการและผู้ประกอบทั้ง 10 รายที่เทคอนกรีตรุกล้ำ มีความกว้างลงไปในลำน้ำราว 4-8 เมตร ยาวไม่น้อยกว่า 200 เมตร โดยมีนายสำคัญ อรทัย นายอำเภอลานสกา และนายสันธนะ จันทร เจ้าท่าภูมิภาคที่ 14 นครศรีธรรมราช พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าบันทึกภาพสังเกตการณ์

ต่อมานายสันธนะ จันทร เจ้าท่าภูมิภาคที่ 14 นครศรีธรรมราช ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ โดยพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยนายสันธนะ ระบุว่าได้รับคำสั่งจากนายศิริพัฒน์ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยไม่มีข้อยกเว้นเนื่องจากหากไม่ดำเนินการเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ภาระหลังจากนี้ทางเจ้าท่าจะต้องไปทำการตรวจสอบพื้นที่รุกล้ำของแต่ละรายว่ามีมากน้อยแค่ไหน ใครบ้างเพื่อนำส่งให้พนักงานสอบสวน ส่วนระวางโทษนั้นมีทั้งจำและปรับ เมื่อถามว่าการเร่งรื้อถอนของผู้ประกอบการจะเป็นเหตุในการบรรเทาโทษหรือไม่ เจ้าท่าภูมิภาคนครศรีธรรมราช ระบุว่าเป็นดุลพินิจของศาล

ขณะที่นายสมพร อนุโต ผู้ประกอบเจ้าของร้านกาแฟ ซึ่งเป็นจุดที่ปรากฎในภาพแชร์ในสังคมออนไลน์กล่าวว่ายอมรับว่าผิดพลาดที่เทคอนกรีตลงไปในลำธาร ก่อนหน้าได้ตกลงกับนายอำเภอแล้วว่าจะดำเนินการรื้อ แต่เมื่อเป็นข่าวโด่งดังก็ต้องรื้อกันไป และต้องขอโทษผู้ที่รักธรรมชาติรักคีรีวงที่เป็นแบบนี้ สำหรับการลงทุนที่เกิดขึ้นนั้นถ้านับรวมที่จะรื้อด้วยแล้วประมาณ 1 แสนบาท แต่ไม่เป็นไรยอมรับสภาพ

นายสมพรยังระบุสาเหตุการเทคอนกรีตด้วยว่า นักท่องเที่ยวนิยมที่สบาย ร้านคนอื่นเทพื้นคอนกรีตมีที่สบายเขาขายได้ แต่ตนเองขายไม่ได้ จึงลงทุนทำพื้นคอนกรีตเพียงไม่กี่วันยังไม่ได้เริ่มขายก็มาเกิดเรื่องก่อน แต่ทั้งหมดยอมรับและรื้อออกทั้งหมดเหมือนกันทุกๆร้านตามข้อตกลงที่ได้ร่วมกันประชุม

ขณะที่นางสาวชมพิชาน์ ศรีภักดี นักท่องเที่ยงที่เดินทางมาจากสุราษฎร์ธานี แสดงความเห็นว่าการรื้อถอนที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบกับการท่องเที่ยวเพราะธรรมชาติของคีรีวงเป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว การรื้ออกเป็นสิ่งที่ดีจะได้เป็นธรรมชาติที่สวยงามเช่นเดิม อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการทั้ง 10 รายที่เร่งรื้อถอนคอนกรีตอยู่ในขณะนี้พยายามที่จะทำตามข้อตกลงในการรื้อถอนให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน โดยได้เพิ่มเครื่องจักเข้ามาในช่วงเย็นของวันนี้เนื่องจากแรงงานคนไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันยังไม่ทราบว่าได้ถูกแจ้งความดำเนินคดีจากเจ้าท่าภูมิภาคนครศรีธรรมราชแล้ว ขณะที่นายศิริพัฒน์ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุว่าการรื้อถอนออกไปคือส่วนของการรื้อแต่ไม่ได้หมายความว่ารื้อแล้วจบ การดำเนินคดีตามกฎหมายต้องมี ไม่เช่นนั้นจะเป็นตัวอย่างได้ว่าสร้างไปก่อนรื้อทีหลังแล้วไม่ต้องถูกดำเนินคดี รื้อคือส่วนรื้อ แต่ทางคดีอาญาก็ต้องดำเนินการไปเช่นกันละเว้นไม่ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-“เหวนรก” ความงามแห่งขุนเขา สู่สุสานแห่งช้างป่าตกเหว

-ย้อนอดีตช้างตกเหว สังเวยน้ำตกเหวนรก

-Unseen “พิษณุโลก” เที่ยวบ้านน้ำจวงฉายา “ซาปาเมืองไทย” ชมทะเลหมอก นาขั้นบันได น้ำตกตาดปลากั้ง

-ซากช้างป่าตกน้ำตก “เหวนรก”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด