หมอจุฬาฯ เตือนโคโรน่าไวรัสระบาดผ่านรถสาธารณะ แนะป้องกันตัวเองเข้มงวด

05 ก.พ. 2563 เวลา 10:45 น.

หน.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ หวั่นคุมการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ไม่อยู่ กระจายผ่านรถสาธารณะ เตือนคนขับ-ผู้โดยสาร สวมหน้ากาก หมั่นล้างมือ ออกมาตรฐานฆ่าเชื้อห้องโดยสารคุมเข้ม

วันนี้ (5 ก.พ. 63) ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยได้เตือนถึงวิธีป้องกันไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งมีการแพร่ระบาดสู่คนขับรถสาธารณะ โดยระบุว่า

เรื่องการทำงานในเชิงรุกหลังจากที่ทราบว่าคนขับรถโดยสารที่เป็นคนไทย แท็กซี่รถตู้และรถทัวร์ ติดโคโรน่า 2019

แม้ว่าจะมีการสำรวจในพื้นที่เขตการท่องเที่ยวห้าจังหวัดก็ตามที่มีนักท่องเที่ยวมากโดยจะเฝ้าดูจนกระทั่งถึงกลางหรือปลายเดือนกุมภาพันธ์ด้วยการประเมินจากการที่

ณ เวลาที่จีนมีการปิดประเทศ และโดยที่แม้แต่จะมีผู้ติดเชื้อเข้ามาแล้วก่อนปิดประเทศ (ซึ่งจริงๆไม่ได้ถึงกับปิดทั้งประเทศทั้งหมด) และถ้าจะเริ่มมีอาการหรือมีปอดบวมแลัวก็ตามในประเทศไทย หวังว่าจะอยู่ที่ช่วงเวลานี้ โดยเพิ่มระยะเวลาจนเสร็จเดือนกุมภาพันธ์ และหวังว่าจะสามารถหน่วงเหนี่ยวการระบาดของโรคให้ช้าลงไปบ้าง

แต่สิ่งที่ปฎิเสธไม่ได้ก็คือ ขณะนี้การแพร่เป็นการติดจากคนไทยไปยังคนไทยด้วยกันแล้ว

ดังนั้น การป้องกันการติดและการแพร่กระจายในรถโดยสารสาธารณะทุกชนิดควรต้องกระทำในทุกพื้นที่และคำแนะนำก็คือ

1-จะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าใครมีความโน้มเอียงที่จะติดเชื้อและแพร่ จะเป็นคนไทยเองหรือต่างชาติก็ตาม

2- จะไม่สามารถแยกแยะได้จากลักษณะท่าทาง ได้อย่างชัดเจนนัก ทั้งนี้เนื่องจาก ทั้งผู้ที่ติดเชื้อที่สามารถแพร่ได้เยอะ (จากการที่ปอดมีการอักเสบอยู่) แต่ยังดูปกติ เดินไปเดินมาได้ ไม่มีน้ำมูกไหล จะมีไอหรือจามหรือไม่ก็ตาม และผู้ที่ติดเชื้อที่แพร่ได้น้อยโดยที่ปอดยังไม่อักเสบอยู่ ทั้งสองกลุ่มนี้ดูเหมือนคนธรรมดา

3- ผู้ที่ขับรถโดยสารต้องมีการป้องกันตัวมีหน้ากากปิดปากปิดจมูก ถ้ามีที่ครอบตาแบบแว่นตาถูกๆที่กันลมได้ยิ่งดีและหมั่นล้างมือบ่อยๆ

4- ผู้โดยสารต้องมีการป้องกันตัวแบบเดียวกันและต้องไม่ลืมว่าละอองฝอยที่กระเด็นออกมาเวลาพูดจากผู้โดยสารที่ติดเชื้อก่อนหน้านี้ และเวลาไอจามจะติดอยู่ที่ภายในตัวรถ และเชื้อเหล่านี้จะอยู่ได้นานหลายชั่วโมงในอุณหภูมิ 20 ถึง 40 องศาได้ในความชื้นสัมพัทธ์ ในระดับที่ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไปก็คือระดับที่มนุษย์พอใจ ดังนั้นต้องล้างมือบ่อยๆด้วย

5- ถึงเวลาที่ทางการจะต้องออกมาตรฐานในการฆ่าเชื้อในตัวรถในห้องผู้โดยสารไม่ว่าจะเป็นรถโดยสารชนิดใด รถประจำทางสาธารณะ รถไฟฟ้า รถใต้ดิน ทั้งนี้นึกถึงภาพสายการบินในการทำความสะอาดในตัวเครื่องบินในเวลาอันรวดเร็ว หน่วยงานทั้งราชการและเอกชนน่าจะให้คำตอบข้อนี้ได้รวดเร็วมากและมีการได้ใช้ในเร็วๆนี้

การที่ติดแล้วจะพัฒนาถึงขั้นปอดบวมอย่างรุนแรงหายใจไม่ได้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจไม่ได้อยู่ที่จะต้องมีโรคประจำตัวหรือสูงวัยเท่านั้นแต่ยังขึ้นอยู่กับปริมาณของเชื้อที่แพร่ออกมาและระยะเวลาที่สัมผัสกับเชื้อที่ออกมาด้วยเชื้อที่แพร่ออกมามาก ได้รับเข้าไปมากผลกระทบก็จะมากขึ้นเป็นเงาตามตัวแม้จะเป็นคนปกติก็ตาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด