Spring News

"เค เยาวราช" กับข้อสงสัยมากมาย หลังฉีดพ่นยาที่อ้างว่า ป้องกันไวรัส

15 มี.ค. 2563 เวลา 8:54 น.

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

ภาพคลิปที่เผยแพร่ในสื่อโซเชียล ชายวัยกลางคน ฉีดพ่นยาที่อ้างว่าป้องกันไวรัสให้กับผู้คนที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้ก่อให้เกิดคำถามต่างๆ ตามมามากมาย ทั้งแง่บวก และแง่ลบ

สปริงนิวส์จะนำท่านไปรู้จักชายผู้นี้ที่ชื่อ “เค เยาวราช” หรือ “สมศักดิ์ ศรีเพ็ชร” ที่จุดเริ่มต้นในการเป็นจิตอาสา มีที่มาจากเงิน 20 บาท และข้าวกล่องปริศนา รวมถึงคลี่คลายข้อสงสัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวยา ที่มาของยาที่เขานำไปฉีดพ่น และสิ่งที่ทำ เพื่อต้องการสร้างภาพ หรือเพื่ออะไร ?

โดยเขาได้เริ่มต้นการสนทนา ด้วยการบอกเล่าถึงความเป็นมาในการทำหน้าที่จิตอาสาว่า “การที่เป็นจิตอาสา ก็ต้องมีอะไรส่วนหนึ่ง ที่นำพาเรามา ซึ่งตอนนั้นเราจน ไปต่อยมวยที่โคกสำโรง แล้วเขาไม่มีเงินจ่ายเรา เราต่อยมวยแพ้ ก็มานอนไปสนามหลวง ต้นมะขาม ก็หลับไป โดนทั้งเตะทั้งต่อยมา เจ็บ แล้วก็มีคนเอาข้าว เอาตังค์มาวางให้ 20 บาท วันนั้นเนี่ย ถ้าคิดว่าเราไม่มีเงิน เราก็จะไปวิ่งราว เราอาจเป็นโจรไปแล้ว อาจไม่ใช่ เค เยาวราช จิตอาสาในวันนี้”

เค เยาวราช ทำหน้าที่จิตอาสามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าเป็นที่ถ้ำหลวง เขื่อนลาวแตก น้ำท่วมที่อุบลฯ แต่ที่ทำให้เขาเป็นรู้จักในระดับทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ ก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 11 มีนาคม จึงเกิดคำถามตามมาว่า จากการเล่นใหญ่ไฟกระพริบดังกล่าว เพื่อต้องการโด่งดัง ต้องการสร้างภาพ ?

“ผมสร้างภาพ แต่ผมสร้างภาพที่ดี ไม่ได้สร้างภาพตบเด็ก เตะหมา ท้าผู้หญิงต่อย รังแกคนแก่ ไม่ใช่ผม ผมสร้างภาพ แต่ผมสร้างภาพที่ดีให้กับน้องๆ และคนอื่นที่เป็นรุ่นหลัง เพราะต่อไปผมก็ต้องแก่ ผมก็ต้องตาย แต่ก็ต้องมีจิตอาสาคนอื่นมาแทนผม”

ส่วนเรื่องตัวยาที่ใช้ฉีดพ่น ที่หลายคนกังวลและสงสัย มีที่มาอย่างไรนั้น เขาได้กล่าวว่า “เราก็ซื้อยาด้วยทุนเราเอง เราไปศึกษาเรียนรู้ว่า ยาตัวนี้มันดีแค่ไหน มันดีที่สุดแล้วที่เราเจอ”

และเขาเล่าว่า รู้จักยาดังกล่าว ตั้งแต่ตอนที่ไปทำงานจิตอาสาที่ถ้ำหลวง โดยมีผู้หวังดีส่งมาให้ใช้ เมื่อได้ทดลอง ก็ทำให้มั่นใจ ในการแอนตี้ไวรัส นับตั้งแต่นั้นมา

“ผมเลยเชื่อและเข้าไปหาเขา เขาจำได้ ก็เลยคุยกับเขาว่า ผมมีความประสงค์อย่างนี้ เขาก็เลยทำให้เราเป็นหัวฉีด 0.03 ตัวนี้หมื่นกว่าบาท ถ้าเป็นเครื่องพ่น ตัวละหลายแสน ผมไม่่ปัญญาซื้อหรอก เพราะว่ามันหลายเครื่อง ตอนนี้ผมสั่งทำไป 10 กว่าเครื่อง เครื่องพ่นยา แล้วก็มาเปลี่ยนหัวให้เป็น 0.01 เพื่อที่พ่นให้เปียก เปียกสถานที่ เปียกตัวคนได้

“และอย่าให้ผมบอก (ชื่อ) ตัวยาเลยครับ มันเหมือนเป็นการโฆษณา เดี๋ยวผมจะซื้อยาไม่ได้อีก คนจนจะไม่มีให้ผมฉีด นับจากวันที่ออกทีวีไปเนี่ย ผมก็ไม่รู้ว่า จะซื้อยาได้ไหม จะมียาฉีดให้กับพี่น้องประชาชน ที่เขาไม่มีแมสก์ หรือไม่มีอะไรป้องกันไหม ผมกราบขอโทษด้วย ผมทำได้เท่านี้จริง แต่ถ้าทางบริษัทยาเมตตาผม ก็ช่วยกันยาให้ผมหน่อยนะครับ ผมทำให้ดีที่สุด แล้วส่วนนี้ท่านไม่ต้องหวังกำไร กราบขอบพระคุณ ท่านช่วยผม ท่านจะได้ช่วยประชาชน เป็นผลบุญให้ท่าน”

และทั้งนี้ เคได้ยืนยัน ไม่เคยบอกว่ายาที่นำมาฉีดพ่น สามารถป้องกันไวรัสโคโรน่าได้ แต่เป็นยาแอนตี้ไวรัส ฆ่าเชื้อไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ ฯลฯ

“ผมไม่เคยบอกเลยครับว่า ฆ่าโคโรน่าได้ ยืนยันครับ ผมบอกฆ่าไวรัส กับแอนตี้ไวรัส เพราะยามันทำได้เท่านั้น ในการฆ่าโคโรน่า ยังไม่มียานะครับ เข้าใจกันให้ดีก่อน”

จากคลิปที่เผยแพร่ออกไป จนกลายเป็นข่าวดัง สร้างผลกระทบให้ทั้งแง่บวกและแง่ลบ เขาเล่าว่า แม้แต่เพื่อนสนิทที่คบหากันมากว่า 20 ปี ยังพูดให้เขาเจ็บช้ำน้ำใจ

“เพื่อนว่างไหม เราเหนื่อยนะ ไปกินข้าวกันไหม เพื่อนบอกกูไม่ไป มึงไปฉีดยาพ่นไวรัสมาใช่ไหม กูดูข่าว กูไม่ไป กูกลัวติด เพื่อนตั้งกำแพงอิมแพคกับเราแล้ว ไม่มีปัญหาครับ เข้าใจเพื่อน ทางด้านสังคม คนเขาคิดแง่ลบ คิดได้หมดครับ คุณสามารถคิดได้หมด แต่แทนที่ท่านจะเอาแง่ลบ ท่านช่วยกันได้ไหม ช่วยกันเผยแพร่ เผยแพร่ในสิ่งที่ดี ช่วยกัน ภาคประชาชนช่วยกัน ไม่ใช่รัฐบาล สาธารณสุขไม่ทำ เขาทำเต็มที่ คุณไปดู ผมผ่านทุกวัน ผมเข้าไปสาธารณสุขทุกวัน คุณไปถามได้

“และยินดีนะครับ ให้คนด่าทั้งประเทศ ด่าผมได้เลย ทั้งประเทศ ผมยอมรับ แล้วก็ผมรับผิดชอบคำพูดผมเอง ผมรับผิดชอบในตัวผมเอง แต่ผมไม่ยอมให้คนไทยทั้งประเทศ ติดไวรัส ไม่ว่าจะเป็นไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ ทำได้ ทำเต็มความสามารถ ถ้าผมทำอะไรผิด หรือไม่ถูกต้อง ไม่ขออนุญาต ผมกราบขออภัยด้วย แต่ผมทำเต็มที่แล้ว”

จากที่นำเสนอมานี้ ต้องแยกแยะกันให้ชัดเจน ระหว่างความปรารถนาดี กับความปลอดภัยต่อสุขภาพรวมถึงชีวิตของประชาชน หลังจากคลิปการฉีดพ่นยาที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เผยแพร่ออกไป ก็มีข่าวว่า เขายังไม่ได้รับการอนุญาต จากสำนักงานเขตราชเทวี

และในวันที่เราสัมภาษณ์เค เยาวราช ที่ ม.รามคำแหง ผอ.สำนักเขตราชเทวี ก็ได้เดินทางมายังสถานที่ดังกล่าวในช่วงเวลาเย็น แต่ขอปฏิเสธให้สัมภาษณ์ในประเด็นนี้ เพียงแต่บอกว่า มาปฏิบัติภารกิจ นำน้ำยาที่เคใช่ฉีดพ่น ไปตรวจสอบ ซึ่งผลจะออกมาอย่างไรนั้น สปริงนิวส์จะรายงานให้ทราบเมื่อได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว

สิ่งที่ทำ หากดี ถูกต้อง เราก็ขอชื่นชม ส่วนสิ่งที่เกิดจากความปรารถนาดี แต่ทำให้เกิดข้อสงสัย ก็จำเป็นต้องตรวจสอบ เพื่อสร้างความกระจ่าง... ให้กับสังคม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด