เก่งจริงกลัวไร!!! "บิ๊กอ๊อด" เปิดใจที่มาเพิ่ม "โควต้าแข้งอาเซียน" เพื่อสโมสรสมาชิก (มีคลิป)

12 ก.ค. 2561 เวลา 11:00 น.

พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดใจกับทีมข่าวสปริงนิวส์ถึงที่มาการเพิ่มโควต้านักเตะอาเซียน ทั้งหมดเพื่อสิทธิประโยชน์ในอนาคตของสโมสรสมาชิกใน ไทยลีก 1

หลังก่อนหน้านี้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมายถึงกรณีที่ บริษัทไทยลีก จำกัด และ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะมีการเพิ่มโควต้านักเตะอาเซี่ยน ในฤดูกาล 2019 จากเดิม ในส่วนโควตาต่างชาติ 3+1+1 จะเปลี่ยนมาเป็น 3+1+3 แบ่งเป็น โควตาต่างชาติ 3 คนเท่าเดิม, เอเชีย 1 คนเท่าเดิม และ อาเซียน สูงสุด 3 คน ที่สำคัญทั้งหมด 7 คน สามารถส่งลงสนามพร้อมกันได้ทั้งหมด และหากเป็นเช่นนี้ จะทำให้เหลือนักเตะที่เป็นคนไทยอยู่ในสนามเพียง 4 ราย

ล่าสุด พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวสปริงนิวส์ ถึงเรื่องดังกล่าวว่า "ประเด็นแรกแนวคิดที่เราจะเพิ่มโควต้านักเตะอาเซียนก็เพื่อสิทธิประโยชน์ของสโมสรสมาชิกใน ไทยลีก 1 เพราะต่อไปจะให้มีนักเตะอาเซียนลงเล่นใน ไทยลีก 1 เท่านั้นส่วนลีกรองลงมาจะให้มีนักเตะไทยและโควต้าต่างชาติเป็นหลัก เพราะในอนาคตหากมีนักเตะอาเซียนฝีเท้าดีเข้ามาเล่นในไทยลีก แน่นอนว่าจะมีแฟนบอลประเทศนั้น ๆ คอยติดตามฟอร์มการเล่นผ่านการถ่ายทอดสดอย่างแน่นอน ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อสโมสรที่จะได้รับประโยชน์จากการถ่ายทอดสด ยอดผู้ชมที่จะเพิ่มขึ้น การต่อรองกับสปอนเซอร์และผู้สนับสนุนก็จะทำได้ง่ายขึ้น"

"ประเด็นที่สองการที่เราเพิ่มโควต้านักเตะอาเซียนแล้วหลายคนคิดว่าจะไปแย่งงานนักเตะไทยนั้น ผมเชื่อว่าไม่มีสโมสรไหนหรอกที่จะกล้าจ้างนักเตะที่ฝีเท้าไม่ถึงขั้นมาเล่นให้กับทีมคนที่มาเล่นก็ต้องฝีเท้าอยู่ในระดับที่เล่นในลีกสูงสุดของเราได้ และก็อยู่ที่สโมสรด้วยว่าจะส่งนักเตะอาเซียนลงสนามกี่คน อาจจะ 1 คน 2 คน หรือไม่ส่งเลยก็ได้อันนั้นก็แล้วแต่ละสโมสร และเราจะมีข้อกำหนดที่เรากำลังดูความเหมาะสม อาทิ​ นักเตะอาเซียน​ ที่มาเล่นจะต้อมมีคุณสมบัติ​เช่นติดทีมชาติ​ กี่นัดในรอบ​กี่ปี​ ไม่ใช่เอานักเตะที่ไหนมาเล่นก็ได้ โดยขณะนี้กำลังเตรียมพิจารณาหาบทสรุปกันต่อไป ส่วนนักเตะไทยนั้นผมเชื่อว่าถ้าฝีเท้าดีจริงก็ต้องมีทีมเล่นแน่นอน เพราะฉนั้นถ้าดีจริงก็ไม่ต้องไปกลัวอะไร ผมกลับมามองว่าดีซะอีกที่จะมีการพัฒนาฝีเท้าระเบียบวินัยของนักเตะไทยให้ดีมากขึ้นเพราะถ้ายังเกเรหรือไม่ดีจริงก็คงจะอยู่ยากในอนาคต"

"ประเด็นสุดท้ายคือเราได้มีการประชุมกับสโมสรสมาชิกไทยลีก 1 แล้วและเปิดโอกาสให้ทุกสโมสรได้แลกเปลี่ยนและเสนอความคิดเห็น ซึ่งก็ไม่เห็นจะมีสโมสรใดคัดค้านหรือไม่เห็นด้วย อะไรบางอย่างหากก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสมาคมฟุตบอลและสโมสรสมาชิกก็คงต้องเริ่มทำจะมัวรอช้าอีกหน่อยลีกเพื่อนบ้านคงแซงหน้าเราไปหมด เท่าที่ฟังกระแสจากแฟนบอลส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ สรุปก็คือทุกอย่างต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ เรื่อง หากเราต้องการก้าวขึ้นไปเป็นลีกอันดับต้น ๆ ของเอเชีย" ประมุขลูกหนังไทย กล่าว