ไม่ใช่แค่ไม่มีน้ำ!! แฉ "แชร์ริตี้ มาราธอน ชลบุรี 2018" ไม่พร้อมสักอย่าง

15 ต.ค. 2561 เวลา 2:39 น.

นักวิ่งที่เข้าร่วมการแข่งขัน "แชร์ริตี้ มาราธอน ชลบุรี 2018" ได้ออกมาเปิดใจผ่านโลกโซเซียลว่า นอกจากการแข่งขันครั้งนี้จะไม่มีน้ำดื่มไว้บริการนักวิ่งที่เพียงพอแล้ว ระบบการจัดการทั้งการรับสมัคร การปล่อยตัว รวมถึงการดูแลนักวิ่งขณะแข่งขันก็ไม่มีความพร้อมเลย

ผู้ใช้เฟซบุ๊ค Sema Srisai ที่เป็นหนึ่งนักวิ่งที่เข้าร่วมการแข่งขัน "แชร์ริตี้ มาราธอน ชลบุรี 2018" ออกมาเปิดเผยข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวถึงความไม่พร้อมสำหรับการจัดการแข่งขัน โดยนอกจากจะไม่มีน้ำดื่มให้กับนักวิ่งที่เพียงพอแล้ว ยังมีอีกหลายเรื่องที่ฝ่ายจัดการแข่งขันบกพร่องไล่ตั้งแต่ขั้นตอนการรับสมัคร ขั้นตอนการปล่อยตัว รวมถึงการดูแลนักวิ่งระหว่างแข่งขัน ที่ไม่มีรถนำทาง และเก็บของทุกอย่างก่อนนักวิ่งคนสุดท้ายจะเข้าเส้นชัย

โดยนักวิ่งคนดังกล่าว ได้เขียนเล่าถึงเหตุการณ์ทั้งหมดของการแข่งขันดังนี้

"ปกติหากผมจะเขียนถึงงานวิ่ง หรือ รีวิว งานวิ่ง นั่นหมายถึง ผมประทับใจ มากกว่า เสียใจ หากการเขียนถึงงานวิ่งครั้งนี้คงเป็นครั้งแรก ที่ผมกล้าใช้คำว่า "เสียใจ" ได้เต็มปาก!! ขอเล่าเป็นส่วนๆ หรือแบ่งเป็น Partๆ ไปครับ

Part 1 ด้านร่างกาย

1.ระบบการจัดการด้านการรับสมัคร

ส่วนนี้คุณทำให้นักวิ่งต้องลำบากในการเดินทางมารับ มาลุ้นว่าได้หรือไม่ได้ จนจะวิ่งอยู่แล้วยังไม่รู้อนาคตตนเองเลย บางคนต้องเทงานและ บางคนเสียเงินค่าส่งแต่ให้เค้าไปรับกันเอง

2.ปล่อยตัว

ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลหน้าเส้น อันนี้ลำบากกายอีกแล้วว่าจะวิ่งแล้วยังไม่รู้เส้นทางเลย บางคนเริ่ม สรรเสริญ บางคนมองนาฬิกา อ้าว... นี่มัน 3:34 แล้วยังไม่ปล่อยตัวอีก ลำบากกายอีกแล้ว

3.น้ำหมด & ไม่มีน้ำ

คนตายได้!!!! เพราะขาดน้ำสั้นๆ พอ ว่าคุณไม่ใส่ใจในข้อสำคัญข้อนี้เลย อ้างอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น ข้อนี้หาอ่านได้เพียบเลยไม่อยากเล่าซ้ำ

4.ไม่มีรถนำ

นักวิ่งฟูลคนแรกวิ่งกลับตัวมาแต่ไม่มีรถนำ พวกผมต้องคอยตะโกน ให้ชิดเลนส์

5.สเปรย์

เจ็บปวดระหว่างทางมีได้ตลอด ผมเตรียมไปเองของ Perskindol 7 กระป๋อง แบ่งให้ตาล ไป3 กระป๋อง ตาลบอก คนต่อแถวเพียบเลยพี่

นักวิ่งที่เข้าร่วมการแข่งขัน

Part 2 ด้านจิตใจ

1.เก็บซุ้ม งานยังไม่จบ

ผมเป็น Pacer 6 ชั่วโมง ตอนนั้นผมเข้ามา ตรงเวลา คือ 9:35 น. (ทีมจัดปล่อยตัวช้าไป 5 นาที) ผมนั่งพักตรงใกล้ๆ ซุ้มปล่อยตัว พลันสายตาก็หันไปเห็นเด็กปีนไปเก็บซุ้มผมคุยกับคนนั่งใกล้ๆ ว่า คนยังเข้าไม่ครบเลยจะเก็บทำไม ทุกคนได้ยินก็ตกใจ

สักพักมีเจ้าหน้าที่คนแจกเหรียญมาบอกว่าคนจัดเค้าสั่งมาว่า หากปล่อยเดินรถก็ให้เอาซุ้มลงเพราะปล่อยรถแล้วมีรถวิ่งจะเอาซุ้มลงไม่ได้ ภาพสุดทุเรศคือ นักวิ่งๆเข้าเส้นในขณะเด็กเอาซุ้มลง ทั้งทุเรศทั้งอันตราย ใจของนักวิ่งต้องการดูเวลา จากนาฬิกาที่ซุ้มครับ และนักวิ่งเค้าอยากเก็บภาพความประทับใจ ทำไมคุณคิดไม่เป็น

2. ทิ้งนักวิ่ง

ทำได้ไงนอกจากเก็บซุ้มแล้วคุณทิ้งนักวิ่งคนสุดท้ายได้ไง ผมเดินไปคุยกับน้องๆ กลุ่ม ชิวๆ เรื่องเก็บซุ้มว่า คนวิ่งเข้าเส้นชัย แต่ไม่มีซุ้ม เข้าเส้น น้องๆ ก็น่ารักมากๆช่วยกันรังสรรค์เต็มที่เลยทั้งชูป้าย 42 km. และเอาป้ายงานมาล้อม คอยสวมเหรียญ คอยปรบมือ และขับรถไปตามดูว่า มีใครตกหล่นอักไหมและจัดชุด sweeper ไปวิ่งพาเข้าเส้นชัย

รู้ไหม!!! มีคนอีกเป็นสิบครับ ที่ยังตกค้าง เค้าอาจมาเกินเวลา cut-off 7 ชม.แต่ๆๆๆ เค้าคือนักวิ่งของงานคุณ และยังควรต้องรู้ไว้ด้วยเลย ในสิบคนนั้น มีคนมาฟูลแรก ถึง 3-4 คน ผมจำได้ก็ 2 คนเพราะวิ่งตามผมได้ครึ่งทาง คนหนึ่งชื่อ น้องกาท อีกคนผมไม่ได้ถามชื่อไว้

เค้าวิ่งฟูลแรก ด้วยไม่มีซุ้ม ไม่มีเวลาบอก ไม่มีเสียงปรบมือ คุณทำร้ายด้านร่างกายของพวกเค้ายังไม่พอ คุณยังทำร้ายจิตใจ ของเค้าอย่างร้ายกาจ น้องๆ ทีมชิวๆ และจากทีมจัดงานหลวงพ่อเชียงแสน ก็ได้แสดงความน่ารักด้วยการรอถือป้ายต้อนรับ อย่างสมเกียรติ เท่าที่เรามีเกียรติให้แกกันและกันพวกเราใส่ให้หมดใจ เราทำไม่ใช่เพื่อช่วยคนจัดงานแต่เราทำเพื่อเพื่อนนักวิ่ง

เสียงผมเป็นเสียงเล็กๆ เขียนก็เขียนจากที่เห็นและจริงใจ

อยากเห็นการวิ่งที่นอกจากได้สุขภาพที่ดีแล้วอยากเห็นคนจัดงานรู้จักการให้ "เกียรติ" คนมาวิ่งด้วยครับ

นักวิ่งที่เข้าร่วมการแข่งขัน

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ค Sema Srisai