"เดอะทอยส์" เผยวินาที! ถูกล็อกคอกลางคอนเสิร์ต จำใจต้องหยุดแสดงห่วงความปลอดภัย!

24 พ.ค. 2562 เวลา 12:52 น.

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

แม้เหตุการณ์จะจบลงไปแล้ว แต่ก็ยังถูกพูดถึงอยู่สำหรับเรื่องที่นักร้องหนุ่ม เดอะทอยส์ หรือ ทอย ธันวา ไปทำการแสดงคอนเสิร์ตที่ประเทศเพื่อนบ้านแล้วโดนชายคนหนึ่งขึ้นไปประชิดตัวกลางเวที ทำให้เขาถึงกับปากีต้าร์สุดหวงทิ้งและยุติแสดง ครั้งนี้เจ้าตัวได้มาเปิดใจเรื่องต่างๆให้ได้ฟังกัน

 

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

กลายเป็นกระแสที่ถูกวิพากย์วิจารณ์ไปต่างๆนานาบ้างก็หาว่าเดอะทอยส์ไม่มืออาชีพ บ้างก็บอกว่าทำดีแล้ว งานนี้เดอะทอยส์ก็บอกว่าเหตุที่เขาต้องยุติการแสดงเพราะว่าห่วงความปลอดภัย ตามหลักไม่ควรมีใครขึ้นไปบนเวทียุ่งวุ่นวายในการแสดงของเขา เเต่ก็ยังดีที่ทางร้านได้แสดงความรับผิดชอบต่อคนดู เขาเองก็คืนเงินให้กับทางร้านเรื่องเงินค่าเดินทางและอื่นๆเพื่อความแฟร์ เขามองว่าเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะทุกคนต้องรู้อยู่แล้วว่า ไม่ควรไปแทรกแซงการทำงานของใคร แต่ทางร้านเองก็คืนเงินให้ลูกค้าทั้งหมด ตนก็ขอไม่รับค่าตัวเช่นกัน แต่หากต้องกลับไปร่วมงานที่นั่นอีกตนก็ยินดี

ส่วนคอมเม้นต์ที่ต่อว่าตนไม่เป็นมืออาชีพ ตนไม่ค่อยแคร์ และเผยขำๆว่า

"เราอาจจะเป็นมืออาชีพหมื่นวัน แต่อาจจะใช้หมด ก็เลยไปกินข้าวต้มดีกว่า "

เล่าเหตุการณ์ให้ฟังหน่อย

" ผมจำไม่ได้ทั้งหมดนะครับ ผมนั่งรถจากจังหวัดพิจิตร 8-9 ชั่วโมง ไปเล่นคอนเสิร์ตที่พม่า "

แล้วบนเวที

" ก็เท่าที่เห็นเลยต้องพูดว่าอะไร เราอาจจะได้รับวัฒนธรรมการชมดนตรีที่มันแตกต่างกันออกไป "

ตกใจไหมตอนนั้น

" จำไม่ได้ทั้งหมดแต่ฟิวคือ กำลังจะร้องเพลงท่อนต่อไป รู้ตัวอีกทีคือหายใจไม่ออก เขาไม่ได้พูดอะไรเลย ด้วยความที่บรรยากาศในงานมันมืดๆ อยู่แล้ว เลยมองอะไรไม่ค่อยเห็น แล้วตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น "

มันมีจังหวะที่เราทิ้งกีตาร์ลงจากเวทีคือไม่พอใจ

" ฟิวอะครับ "

คือกลัวความปลอดภัยใช่ไหม

" ใช่ๆ "

เห็นบอกว่าเป็นกีตาร์ที่หวงมาก

" แว่บนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย คือผมไม่รู้จะเอายังไง สมมติเขามีมีด เราต้องทำไงดี ถ้าเขามีปืน เราจะยังอยู่ตรงนี้ไหม "

เขาประชิดตัวเรามากเกินไป

" ไม่ใช่แค่ผม เรื่องนี้มันเป็นกับทุกคน ทุกคนที่ไม่ต้องเป็นศิลปินก็ได้ สมมติผมเป็นเซลล์ขายรถกำลังคุยกับลูกค้าแล้วมีคนมาล็อคคอ มันคือวัฒนธรรมที่เราควรเรียนรู้ ไม่ใช่เขาผิดนะ เพียงแต่เราได้รับวัฒนธรรมที่ต่างกันออกไป "

เจ้าของร้านได้มาคุยไหม

" คุยกับผู้จัดการครับ ผมว่าเขามีสปิริตเพราะเขารับผิดชอบเงินของลูกค้าทั้งหมด คืนทั้งหมด อันนี้คือเรื่องที่ดี เพราะเขาจะไม่ทำก็ได้ "

เรากลับเลยไหมวันนั้น

" ผมไปกินข้าวต้มกับมือกลองต่อ "

จากนี้จะต้องระวังยังไงอีกบ้าง

" จริงๆเราควรรู้กันอยู่แล้ว ทุกเรื่องบนโลก เราไม่ควรไปแทรกแซงการทำงานของใครก็แล้วแต่ มันเป็นวัฒนธรรมพื้นฐานของผู้ใหญ่ "

มันทำให้เราระแวงไหม

" มันเป็นหน้าที่ของทีมงาน "

ทางเราก็คืนค่าตัว

" ครับ ตอนไปกินข้าวต้ม ก็เพิ่งนึกได้ว่าเล่นไม่ครบ ก็รีบโทรหาผู้จัดการ ผมขอคืน และบอกทางค่ายว่าค่ารถจะขอออกเอง เพราะทางร้านก็รับผิดชอบกับลูกค้า "

เรื่องนี้มีกระแสบอกเราไม่เป็นมืออาชีพ" ผมไม่ค่อยได้อ่านคอมเม้นต์ และไม่ค่อยแคร์ เราอาจจะเป็นมืออาชีพหมื่นวัน แต่อาจจะใช้หมดก็เลยไปกินข้าวต้มดีกว่า "

โกรธไหมกับเรื่องที่เกิดขึ้น" ไม่ครับ ทุกคนต้องเรียนรู้ มันเป็นเรื่องดีนะ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้เหมือนกัน อย่างน้อยมันแสดงว่าให้เห็นว่าเป็นประสบการณ์ของทุกฝ่าย "

ต้องเลือกรับงานไหม

" เป็นค่ายเท่านั้นที่รับงาน ไม่เกี่ยวกับผม "

เล่นที่นั่นได้อีกไหม

" ไม่มีปัญหาเลยครับ "

ต้องมีมาตรการเซฟตัวเองไหม

" อยู่ที่ทีมงานครับ ผมไม่รู้ เราไม่ได้เรียกร้องอะไรเพิ่มเติม "

อยากบอกอะไรกับแฟนคลับบ้าง

" ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ ไม่ต้องโจมตีใครเลย เรื่องปกติครับ ทุกคนต้องเรียนรู้ จะได้แก้ปัญหา "

“วอท เดอะ ดั๊ก” แจงเหตุ “เดอะทอยส์” โดนคนเมาล็อกคอกลางเวทียุติคอนเสิร์ต ยันศิลปินไม่ได้คิดจะทิ้งโชว์!