เตือนลงทุนเทรดเงินดิจิทัล เสี่ยงแชร์ลูกโซ่

24 ส.ค. 2562 เวลา 7:44 น.

ดีเอสไอเตือนถูกหลอกลงทุนแชร์ลูกโซ่ ค้าเงินดิจิทัล เทรดบิทคอยน์ด้วย AI ย้ำเสี่ยงลงทุนเว็บไซต์ต่างประเทศ ยากติดตาม เรียกคืนความเสียหาย

วันนี้ (24 ส.ค.62) คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งเตือนประชาชนถึงการลงทุนค้าเงินดิจิทัล โดยระบุว่า ดีเอสไอตรวจพบว่า เมื่อกระแสการซื้อขายเงินดิจิตอลได้รับความนิยมจากนักลงทุน กลุ่มมิจฉาชีพจึงได้คิดอุบายในการหลอกลวงทรัพย์สินจากผู้ที่หลงเชื่อและไม่มีความรู้เพียงพอ โดยมีการจัดทำเว็บไซต์ต่างๆ ขึ้นมา กล่าวอ้างว่าเป็นเว็บไซต์ที่ดำเนินการโดย นิติบุคคล หรือ บุคคลต่างชาติ มีวัตถุประสงค์ในทางการค้าเงินดิจิทัลด้วยวิธี Arbitrage (อาร์บิทราจ) เป็นการทำกำไรจากผลต่างของราคาสินค้าชนิดเดียวกันในสองตลาด โดยกล่าวอ้างว่า “เทรด ด้วย AI” และเสนอว่าหากผู้ลงทุนสนใจลงทุนจะได้รับผลตอบแทน 2 % ต่อวัน จากยอดลงทุน เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงเพราะดำเนินการด้วย AI ซึ่งถูกออกแบบมาให้ทำการเทรดให้ได้กำไรเท่านั้น

ในประเทศไทยพบการชักชวนให้ลงทุนในลักษณะดังกล่าวนี้อยู่หลายเว็บไซต์ ก.ล.ต. จึงได้มีประกาศเตือน เมื่อวันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2562 ฉบับที่ 66 / 2562 เตือนกรณี FX Trading Corporation ที่พบการชักชวนให้ผู้ลงทุนเข้าร่วมลงทุนกับบริษัท โดยอ้างว่า ใช้เทคโนโลยี AI ซึ่งสามารถทำกำไรจากการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลให้กับผู้ลงทุนได้เป็นรายวัน รวมทั้งจะได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นหากสามารถชักชวนบุคคลอื่นให้เข้ามาลงทุนในเครือข่ายเพิ่มอีกได้

โดย ก.ล.ต. แจ้งว่า FX Trading Corporation มิได้อยู่ในรายชื่อผู้ที่ได้รับอนุญาตหรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. แต่อย่างใด ทั้งนี้ก.ล.ต. ยังได้ย้ำว่า การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง

อย่างไรก็ตาม นอกจาก กรณี FX Trading Corporation แล้วยังพบว่ามีการดำเนินการของเว็บไซต์อื่น ๆ ที่คล้ายกันอีกหลายเว็บไซต์

การสืบสวนสอบสวนกรณีที่พบว่าเป็นการชักชวนให้ลงทุนข้างต้นนี้ซึ่งมีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่เป็นเรื่องที่มีความยุ่งยากและซับซ้อนเพราะแชร์ลูกโซ่ที่เกี่ยวกับเงินดิจิทัลที่กล่าวมานี้ กล่าวอ้างว่าเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ เว็บไซต์ที่ดำเนินการเป็นเว็บไซต์ต่างประเทศ

ซึ่งการสอบสวนคดีพิเศษที่เกี่ยวกับความผิดนอกราชอาณาจักรจะต้องประสานความร่วมือไปยังสำนักงาน อัยการสูงสุดและหน่วยงานในต่างประเทศ ซึ่งมีขั้นตอนและวิธีการดำเนินการที่ต้องใช้เวลาพอสมควร บางคดีอาจใช้เวลาหลายปีถึงจะได้ข้อมูลที่ใช้เป็นพยานหลักฐานได้

ดีเอสไอจึงขอฝากเตือนไปยังประชาชนให้ระมัดระวังในการร่วมลงทุนทำธุรกิจดังกล่าว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า เงินสกุลดิจิทัล ไม่ใช่สื่อกลางการชำระเงินตามกฎหมาย ไม่มีระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับการรับรองทางกฎหมาย และหากเกิดปัญหาความเสียหายขึ้น อาจจะมีความยากลำบากในการได้เงินคืนทั้งนี้ ประชาชนผู้เสียหายสามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสได้ที่เว็บไซต์กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือติดต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ที่กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ โทร. 0 2142 2831 หรือ สายด่วนดีเอสไอ โทร. 1202 โทร.ฟรีทั่วประเทศ