วิธีการดูแลจิตใจหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด 19

05 เม.ย. 2563 เวลา 4:11 น. 57

จิตแพทย์แนะ การระบาดของโควิด 19 อาจกระตุ้นให้เกิดการแปรปรวนทางอารมณ์ของหญิงตั้งครรภ์ได้ การดูแลจิตใจของแม่ที่ตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตร รวมถึงคนในครอบครัว ช่วยลดความเครียดและลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ของคุณแม่ได้

พญ.พรทิพย์ ศรีโสภิต จิตแพทย์โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวถึงหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดว่า การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายโดยทั่วไปนั้น ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ซึ่งอาจส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของคุณแม่ เช่น อ่อนไหวง่าย วิตกกังวล หงุดหงิด ซึมเศร้าง่าย

หญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด อารมณ์จึงอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมได้โดยง่าย ยิ่งในสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19  อาจกระตุ้นให้เกิดการแปรปรวนทางอารมณ์ของหญิงตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น หากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตร รวมถึงคนในครอบครัวมีวิธีการดูแลจิตใจตนเองอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเครียดและลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ของคุณแม่ในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้

ข้อแนะนำสำหรับหญิงตั้งครรภ์

  • เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ แนะนำให้ไปฝากครรภ์ตามปกติ อย่าวิตกกังวลจนไม่กล้าไปฝากครรภ์
  • หากเกิดข้อสงสัยระหว่างตั้งครรภ์หรือหลังคลอด ควรปรึกษาแพทย์หรือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
  • เนื่องจากสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาหลังคลอดบุตร คือ การดูแลทารก ให้ตั้งสติเตรียมรับมือกับปัญหาที่อาจเพิ่มเข้ามาจัดลำดับความสำคัญ และค่อยๆ แก้ทีละปัญหา
  • สังเกตการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ พฤติกรรม และความคิด ได้แก่ ความรู้สึกเศร้า หดหู่ ร้องไห้โดยไม่ทราบสาเหตุ กังวลหรือหงุดหงิดมากจนเกินไป สูญเสียหน้าที่ สูญเสียความสนใจในหลายกิจกรรม หรือแม้แต่สูญเสียความสนใจในการดูแลบุตร เบื่ออาหาร ไม่มีสมาธิ มีปัญหาด้านการนอนหลับ อ่อนเพลียหมดเรี่ยวแรง รู้สึกไร้ค่า สิ้นหวัง รู้สึกตนเองเป็นภาระ หากมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้รีบไปพบแพทย์
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย เรื่องการดูแลจิตใจช่วงการระบาดของไวรัสโควิด 19 หากมีข้อสงสัยปรึกษาแพทย์ หรือรับข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ลดการเสพข้อมูลที่มากเกินควร ดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม สังเกตและดูแลอารมณ์ความเครียดของตนเอง สื่อสารในสังคมออนไลน์ตามสมควร
  • เนื่องจากหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด อาจมีภาวะทางจิตใจและอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงง่าย อันเป็นผลมาจากระดับฮอร์โมน และปัจจัยแวดล้อม ดังนั้น ความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติข้อนี้ของคนในครอบครัวจะทำให้ลดปัญหาความเครียดที่อาจเกิดขึ้นได้

ปัจจุบัน อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์ภูมิต้านทานและระบบทางเดินหายใจแห่งชาติ และกองโรคแพร่ระบาดของสหรัฐ ระบุว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่บ่งบอกชัดเจนว่าหญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด 19 มากกว่าคนทั่วไป และยังไม่มีการศึกษาใดพบว่าเชื้อไวรัสสามารถแพร่เชื้อผ่านทางน้ำนมสู่ลูกได้

ดังนั้น หญิงตั้งครรภ์ และ หญิงหลังคลอด ควรดูแลตนเองทั้งร่างกายและจิตใจให้ถูกสุขลักษณะ  ฝากครรภ์รวมถึงให้นมบุตรได้ตามปกติ หากแม่ไม่มีอาการป่วย รวมถึงไม่มีความเสี่ยง

หากแม่มีความเสี่ยงหรือมีอาการสามารถปั๊มน้ำนมให้ลูกดื่มจากขวดแทนได้ โดยให้ผู้อื่นเป็นคนป้อนและระวังเรื่องความสะอาดหรือเชื้อปนเปื้อนจากการสัมผัส

เรื่องน่ารู้จาก COVID-19

อ่านข่าวแนะนำ >>> วิธี กักกันตัวเอง ที่บ้าน ทำอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

https://www.springnews.co.th/alive/lifestyle/630786

อ่านข่าวแนะนำ >>> Social Distancing ระยะห่างทางสังคม ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

https://www.springnews.co.th/alive/lifestyle/631471

อ่านข่าวแนะนำ >>> วิธีรับมือ ความวิตกกังวลจากการระบาดของไวรัสโควิด-19

https://www.springnews.co.th/alive/lifestyle/634538

อ่านข่าวแนะนำ >>> How To ดูแล สุขภาพจิต เด็กและเยาวชน ระหว่างโรคระบาด

https://www.springnews.co.th/alive/lifestyle/635009

อ่านข่าวแนะนำ >>> How to ทำงานจากบ้าน พร้อมเลี้ยงลูกไปด้วย แบบไม่เสียสติ

https://www.springnews.co.th/alive/edutainment-alive/636779

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด