
นอนกรน ดูเผินๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติ ไม่น่ากลัว แต่แท้จริงแล้ว ส่งผลถึงการใช้ชีวิต เสี่ยงเป็นโรคหลายอย่าง และอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
โดยปกติแล้ว หากนอนหลับให้ได้วันละไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง นอกจากการตื่นมาพร้อมกับความสดชื่นสามารถปฏิบัติภารกิจในแต่ละวันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ได้อีกด้วย แต่คนโดยส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่าในระหว่างที่เรานอนหลับ เกิดภาวะอาการอะไรขึ้นกับตนเองบ้าง อย่าง นอนกรน หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ดูเผิน ๆ เหมือนจะไม่น่ากลัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีอันตรายถึงชีวิตได้
นอนกรน เป็นอันตรายจริง เพราะอาการนอนกรน บ่งบอกถึงการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้ผู้ป่วยนอนหลับไม่สนิท สะดุ้งตื่นเป็นช่วงๆ ง่วงนอนในเวลากลางวัน มีแนวโน้มเกิดอุบัติเหตุจากการจราจร หรือจากการทำงานมากกว่าคนทั่วไป
นอกจากนี้ยังพบว่า มีความเสี่ยงสูงต่อโรคความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศอีกด้วย
ในเด็กอาจมีอาการ นอนกรน ได้เช่นกัน โดยเฉพาะในเด็กที่มีท่าทางการนอนที่ผิดปกติ เช่น ชอบนอนคว่ำนอนตะแคง หรือเด็กที่ไม่มีสมาธิที่จะทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้นาน หรืออาการสมาธิสั้น (Attention Deficit Disorder : ADD) เด็กที่หงุดหงิดง่าย และปัสสาวะราดในเวลากลางคืน พ่อแม่ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตบุตรหลานว่ามีอาการข้างต้นหรือไม่
วิธีการแปะปากแปะคาง ไม่สามารถช่วยแก้อาการนอนกรนได้ ในทางการแพทย์วิธีที่สามารถรักษาอาการนอนกรนได้จริงก็คือ การใช้เครื่องมือทางทันตกรรมช่วยเลื่อนขากรรไกรลงมาทางด้านหน้า เพื่อทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น
การใช้เครื่องเป่าลมในทางเดินหายใจส่วนบน (Continuous Positive Airway Pressure : CPAP) ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน โดยเป็นการนำหน้ากากครอบจมูก ขณะนอนหลับ หน้ากากจะต่อเข้ากับเครื่องที่สามารถขับลมแรงดันบวกออกมาขยายทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง คือ การทานยาหรือเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เช่น เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาลดน้ำมูกชนิดที่ทำให้ง่วง
ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับมีอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกันหากปล่อยไว้ ดังนั้น ควรหมั่นสังเกตตนเองหรือให้คนใกล้ชิดช่วยสังเกต ว่ามีภาวะนี้เกิดขึ้นกับเราหรือไม่
อาการที่บ่งบอกว่าอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ มีดังนี้
- มีอาการหายใจขัด หายใจไม่สะดวก คล้ายสำลักน้ำลาย
- มีอาการสะดุ้งผวา หรือหายใจแรงเหมือนขาดอากาศหลังจากหยุดหายใจ
- นอนกรน
- นอนกระสับกระส่ายมาก
สำหรับผู้ที่มีภาวะการหยุดหายใจขณะนอนหลับ ควรรีบปรึกษาแพทย์ โดยทางการแพทย์จะใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Sleep Test ในการตรวจ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการ นอนกรน และผู้ที่มีอาการที่บ่งบอกว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ได้แก่
- ตื่นนอนตอนเช้าด้วยความอ่อนล้า ไม่สดชื่น
- นอนไม่เต็มอิ่ม ทั้งๆ ที่ได้นอนพักอย่างเต็มที่
- หงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย
- ง่วงนอนตอนกลางวัน เผลอหลับกลางวัน
- นอนหลับไม่ราบรื่น เช่น ฝันร้าย ละเมอ กระสับกระส่าย หายใจขัด หายใจไม่สะดวก ขณะนอนหลับ
- มีอาการสะดุ้งผวา หายใจแรงเหมือนขาดอากาศหลังจากหยุดหายใจ
อาการข้างต้นจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงาน หรือผลการเรียนแย่ลง เพราะอาการง่วง ขาดสมาธิ ฉะนั้น หากตัวเราหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที
ขอขอบคุณข้อมูลจาก นายแพทย์ ณัฎฐพงศ์ อื้อเศรษฐศักดิ์ อายุรแพทย์ประจำโรงพยาบาลพิษณุเวชอุตรดิตถ์
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพอื่น ๆ และสามารถติดตามสาระดี ๆ เกี่ยวกับการแพทย์ได้ที่เฟซบุ๊ก : Principal Healthcare Company
โรค RSV คืออะไร ป้องกันอย่างไร ภัยร้ายปลายฝนต้นหนาว
พฤติกรรม ดูดนิ้ว หยิบของเข้าปาก ของลูกน้อย เสี่ยงเป็น โรค มือ เท้า ปาก
ชิคุนกุนยา หรือ ไข้ปวดข้อยุงลาย โรคยอดฮิตที่มากับยุงลายในหน้าฝน