จี้เพิ่มโทษ! กรณีเด้ง5เสือหนองแค ปล่อยเด็กใช้บริการ-มั่วสุมเสพยา

เครือข่ายเยาวชนฯ จี้ คำถามสำคัญที่คิดว่าสังคมอยากรู้คือ แค่สั่งย้ายเท่านั้นหรือ ควรมีการเพิ่มบทลงโทษอย่างอื่นอีกหรือไม่ แล้วที่ผ่านมาปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

จากกรณี พลตำรวจตรี อำพล บัวรับพร รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 ได้เซ็นคำสั่งย้าย 5 เสือ สถานีตำรวจภูธรหนองแคหลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกจับสถานบันเทิง ชื่อ “หลังเขา” หรือBack Moutain จังหวัดสระบุรี ปล่อยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการจำนวนมากถึง 128 คน ในจำนวนนี้มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 43 คน จึงได้ตรวจปัสสาวะนักเที่ยวทั้งหมด พบว่า เป็นสีม่วง จำนวน 131 คน นอกจากนี้ ยังพบยาเสพติด และอุปกรณ์การเสพหลายชนิด

นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ต้องชื่นชมชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ซึ่งร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม และฝ่ายปกครองจังหวัดสระบุรี ที่เข้าปิดล้อมตรวจค้น ผับดังกล่าวและพบว่ามีการกระทำความผิดร้ายแรง ทั้งปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ รวมถึงการตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต การจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด การจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย และความผิดตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก แม้ปัจจุบันมีกฎหมายหลายฉบับควบคุมสถานบันเทิง หรือสถานประกอบการ โดยเฉพาะคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 แต่ยังพบการฝ่าฝืน ทำผิดกฎหมายซ้ำซาก ไม่เกรงกลัวในกฎหมาย ยิ่งถ้าหากพื้นที่ไหนที่เจ้าหน้าที่ไม่เอาจริงเอาจัง ปัญหายิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น

“การเซ็นคำสั่งย้าย 5 เสือ สถานีตำรวจภูธรหนองแค ประกอบด้วย พันตำรวจเอก ฉัฐวัชร วงศ์วาสน์ ผู้กำกับการสถานี พันตำรวจโท สราวุฒิ ทองภู่ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม พันตำรวจโท เหมราช รุ่งโรจน์ รองผู้กำกับการสืบสวน พันตำรวจโท พงษ์ปกรณ์ พิพัฒนสมพร สารวัตรป้องกันและปราบปราม พันตำรวจตรี ธนวัฒน์ ไชยสงเมือง สารวัตรสืบสวน โดยมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 แล้วแต่คำถามสำคัญที่คิดว่าสังคมอยากรู้คือ แค่สั่งย้ายเท่านั้นหรือ ควรมีการเพิ่มบทลงโทษอย่างอื่นอีกหรือไม่ แล้วที่ผ่านมาปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมไม่เข้าไปจัดการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องนี้ทราบว่าประชาชนเคยร้องเรียนไปหลายหน่วยงานแต่ไม่เป็นผล จนพ่อแม่ ผู้ปกครอง สถานศึกษา รวมทั้งสื่อมวลชน ต้องร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย ให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เข้าจัดการในที่สุด นี่จึงไม่ใช่ครั้งแรกที่หน่วยงานจากส่วนกลางต้องลงไปดำเนินการเอง และปัญหาแบบนี้จะไม่หมดไปหากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่เอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฎหมาย” นายธีรภัทร์ กล่าว

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน