ทั่วไทย

รู้จักพายุ แฮเรียต ภัยธรรมชาติที่ซัดถล่มแหลมตะลุมพุกในอดีต

ความเคลื่อนไหวของพายุ ปาบึก กำลังเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิดจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคนในพื้นที่ที่มีการระบุแล้วว่ามีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับพายุลูกดังกล่าวหลังเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศไทย

ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยา แถลงข่าวเกี่ยวกับพายุ ปาบึก โดยนายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงความรุนแรงของพายุโซนร้อนปาบึก (PABUK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง ซึ่งขณะนี้มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า จะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทย ในช่วงวันที่ 2-3 ม.ค.นี้ โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ประมาณ 15 จังหวัด ในช่วงวันระหว่างที่ 3-5 ม.ค.

“ถ้าเทียบระดับพายุโซนร้อน ที่เคยมีผลกระทบกับภาคใต้ของไทย น่าจะเท่ากับพายุแฮเรียต ที่เคยเข้าที่แหลมตะลุมพุก (พ.ศ.2505) แต่ย้ำว่า ยังต้องติดตามเป็นรายชั่วโมงว่า ปาบึก จะอ่อนกำลังลงตัวเป็นดีเปรสชั่นเมื่อขึ้นฝั่งหรือไม่ แต่ก็ยังทำให้มีฝนตกและอาจเกิดน้ำท่วมในวงกว้างได้ ขณะที่การเตรียมรับมือพายุแฮเรียตในตอนนั้นกับวันนี้แตกต่างกัน ระบบการเตรียมตัวจะมีความพร้อมและรวดเร็วกว่า” อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุ

จากคำกล่าวของอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาที่ยก พายุปาบึกเทียบได้กับพายุแฮเรียตนั้น ทำให้หลายคนอาจสงสัยที่มาที่ไปของพายุแฮเรียต  พายุแฮเรียต เป็นพายุที่พัดเข้าแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช เมื่อ 57 ปี ที่ผ่านมา บ้านเราพูดคุ้นหูกันแต่ แหลมตะลุมพุก ทำให้หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อ พายุแฮเรียต

พายุแฮเรียต ก่อตัวในทะเลจีนใต้ นอกชายฝั่งประเทศเวียตนามเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2505 ก่อนที่จะเคลื่อนตัวคืบคลานเข้ามาในอ่าวไทยพร้อมกับทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนใกล้ จ.สงขลา และเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศไทยเมื่อค่ำวันที่ 25 พ.ย. 2505 ที่แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ด้วยความเร็วลมศูนย์กลาง 95 กม./ชม. ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น พัดผ่าน จ.กระบี่ พังงา เข้าสู่ทะเลอันดามันในวันถัดมา และไปสิ้งแรง สลายตัวกลางอ่าวเบงกอล ใกล้ประเทศบังคลาเทศ วันที่ 30 พ.ย. 2505

พายุแฮเรียต ถือเป็นพายุที่มีขนาดศูนย์กลางใหญ่มาก โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 300 กม. ความใหญ่โตของมันส่งผลให้เกิดหายนะตามมามากมาย ทั้งการยกตัวของน้ำทะเลกลายเป็นคลื่นยักษ์ซัดเข้าหาฝั่ง ฝนตก น้ำท่วมฉับพลัน เฉพาะแค่คลื่นยักษ์ ก็ซัดบ้านเรือนประชาชนที่แหลมตะลุมพุกซึ่งมีนับร้อยหลังคาเรือนหายไปจนเกือบหมดสิ้นเหลือรอดเพียงแค่ 5 หลัง เกิดภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องยาวนาน การยกตัวของระดับน้ำทะเลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำปากพนังมีระดับความสูงเพิ่มมากขึ้น จนมีน้ำท่วมตัวเมืองภายในเวลาไม่กี่นาที

ครั้งนั้น พายุแฮเรียตคร่าชีวิตคนไทยไปกว่า 900 คน สูญหายอีก 142คน ไร้ที่อยู่อาศัย หมื่นหกพันคน บ้านเรือนพังกว่า2หมื่นหลังคาเรือน ทางรถยนต์ ทางรถไฟเสียหาย รวมๆแล้วประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นราวๆ 1พันล้านบาท

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชานุเคราะห์แก่ผู้ประสบภัยอย่างมาก โดยทรงโปรดเกล้าฯ ให้อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ จดทะเบียนตั้ง มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 23  ส.ค. 2506 พร้อมกับพระราชทานเงิน 3ล้านบาท โดยให้วิทยุกระจายเสียง อ.ส.พระราชวังกระจายข่าวให้ประชาชนร่วมบริจาคกับพระองค์ด้วย ซึ่งยังเป็นเหตุการณ์ที่มีคนกล่าวถึงอยู่เสมอๆ ตราบจนทุกวันนี้