ข่าว

“กรมปศุสัตว์” ปล่อยขบวนรถหน่วยเคลื่อนที่ มุ่งหน้าอีสาน ช่วยเหลือฟื้นฟูสุขภาพสัตว์

กรมปศุสัตว์ปล่อยขบวนรถหน่วยเคลื่อนที่ ช่วยเหลือฟื้นฟูสุขภาพสัตว์หลังน้ำลด ตามที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆในหลาย จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อป้องกันโรคระบาดในสัตว์ รวมถึงดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงของประชาชน

วันนี้ (9 ต.ค.62) นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานในพิธีปล่อย ขบวนรถหน่วยสัตว์แพทย์เคลื่อนที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อฟื้นฟูสุขภาพสัตว์หลังน้ำลด ณ ศูนย์ราชการกรมปศุสัตว์ จังหวัดปทุมธานี โดยมี รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ คือ นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ และนายสุรเดช สมิเปรม พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ ปศุสัตว์เขต 1 นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา เลขานุการกรม รวมทั้งคณะผู้บริหารและข้าราชการเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมปศุสัตว์เข้าร่วมพิธี

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆในหลาย จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดอุบลราชธานีที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดนั้น ทําให้ประชาชนและเกษตรกร ผู้เลี้ยงสัตว์ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งในเบื้องต้น กรมปศุสัตว์ได้ให้การช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จนผ่านพ้นภาวะวิกฤตไปแล้ว

ซึ่งได้รับการชมเชยจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงว่า เป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็วและตรงกับความต้องการ แต่ ขณะนี้ยังมีสัตว์อีกจํานวนมากที่ต้องการการฟื้นฟูด้านสุขภาพหลังน้ำลด รวมถึงกรมปศุสัตว์ได้เล็งเห็นถึงความสําคัญในการป้องกันโรค ระบาดสัตว์ การให้คําแนะนําการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมแก่เกษตรกร รวมถึงการควบคุมประชากรสุนัขแมวโดยการผ่าตัด ทําหมันอย่างถูกวิธี กรมปศุสัตว์จึงมีนโยบายที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ประสบอุทกภัยเหล่านั้น ด้านสุขภาพด้วย

โดยจัดหน่วยสัตว์แพทย์เคลื่อนที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเพื่อให้บริการทั้งด้านการรักษา ให้คําแนะนํา ฟื้นฟูสุขภาพ และการป้องกัน โรคระบาดในสัตว์ปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ตลอดระยะเวลา 14 วัน ต่อจากนี้เป็นต้นไป ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทุกคนได้ร่วมมือกันให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนอย่างเข้มแข็ง เข้าถึง และรวดเร็วจนกระทั่ง สถานการณ์คลี่คลาย และการร่วมกันออกหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือสัตว์ทางด้านสุขภาพในครั้งนี้ ซึ่งนับว่าเป็นการร่วมกัน ทําความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกด้วย

ด้าน นายสัตวแพทย์ธีระวุฒิ สุวัธนะเชาว์ ผู้อํานวยการกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากพายุโซนร้อนโพดุลและคากิจิ ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ และร้อยเอ็ด โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับผลกระทบมากที่สุด

ส่งผลให้มีประชาชนและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เดือดร้อน ในพื้นที่จํานวน 12 อําเภอ และมีสัตว์ที่ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 104,016 ตัว ประกอบด้วย โค 14,539 ตัว กระบือ 5,267 ตัว สุกร 610 ตัว สัตว์ปีก 83,578 ตัว แพะ 31 ตัว สุนัข 91 ตัว และแมว 32 ตัว และมีผลกระทบต่อประชาชนกว่า 6,900 คน แม้ว่า กรมปศุสัตว์และสํานักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานี ได้ดําเนินการช่วยเหลือในการอพยพสัตว์ แจกถุงยังชีพ และจ่ายอาหารสัตว์จนผ่านพ้นภาวะวิกฤตไปแล้วนั้น

แต่กรมปศุสัตว์ได้เล็งเห็นถึงความสําคัญในการฟื้นฟูสุขภาพสัตว์หลังสถานการณ์คลี่คลายลง ดังนั้น กรมปศุสัตว์ จึงได์จัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงภายหลังการเกิดอุทกภัย ณ จังหวัดอุบลราชธานี โดยรูปแบบ ของหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ ครั้งนี้ จะดําเนินการทีละอําเภอ เรียงไปจนครบทั้ง 7 อําเภอ ได้แก่ อําเภอเมือง อําเภอวารินชําราบ อําเภอดอนมดแดง อําเภอเขื่องใน อําเภอตระการพืชผล อําเภอพิบูลมังสาหาร และอําเภอสว่างวีระวงศ์ โดยครอบคลุมกว่า 51 ตําบล 300 หมู่บ้าน ระหว่างวันที่ 9 ถึง 22 ตุลาคม 2562 รวมทั้งสิ้น 14 วัน

หน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ ในครั้งนี้ประกอบด้วย 10 หน่วยย่อยต่อวัน รวมนายสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทั้งสิ้นกว่า 100 คน โดยแบ่งเป็น 2 หน่วยหลัก ดังนี้ หน่วยแรกเป็นหน่วยให้บริการสําหรับด้านปศุสัตว์ แบ่งเป็นหน่วยย่อย หน่วยละ 4-5 คน กระจายไป ตามหมู่บ้านที่ประสบอุทกภัย

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

โดยจะให้บริการตรวจรักษาโค กระบือ แพะ แกะ สุกร และสัตว์ปีก รวมถึงให้คําแนะนําการเลี้ยงสัตว์ ปศุสัตว์แก่เกษตรกร หน่วยที่สองเป็นหน่วยให้บริการด้านสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) แบ่งเป็นวันละ 2 จุดบริการ มีเจ้าหน้าที่รวมกว่า 50 คน โดยจะให้บริการรักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยง ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ากว่า 2,000 ตัว และผ่าตัดทําหมันสุนัขและแมวโดยนายสัตวแพทย์ของกรมปศุสัตว์