ข่าว ข่าวภาคเหนือ

แม่ฮ่องสอน วิกฤตหมอกควันไฟป่าเริ่มหนาแน่น

หมอกควันจากไฟป่าที่เกิดจากการเผา ลอยเข้าปกคลุมตัวเมืองแม่ฮ่องสอน PM 2.5 เพิ่มสูงเกินค่ามาตรฐาน ขณะที่แต่ละอำเภอเริ่มดำเนินการเชื้อเพลิงในป่าตามหลักวิชาการ ชิงเผา พร้อมทำแนวป้องกันไฟ

ไฟป่า – วันที่ 10 ก.พ. 2563 กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 พบว่า คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ” โดยสามารถวัดค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรได้ PM2.5 = 66 มคก./ลบ.ม. ซึ่งถือว่าเป็นค่าที่เกินมาตรฐาน

โดยค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.ข้อแนะนำประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่พบค่า PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ประชาชนทั่วไปให้เฝ้าระวังสุขภาพ ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง ให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง และ สวมหน้ากากอนามัยแบบ N95 ทั้งให้เฝ้าระวังสุขภาพเป็นพิเศษ

สาเหตุของปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาพบว่าในพื้นที่ บ้านห้วยโป่ง ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง และ ต่อเนื่องไปจนถึงพื้นที่บ้านผาบ่อง อ.เมือง บริเวณสองข้างทางหลวง มีการเผาป่าข้างทาง และบริเวณเทือกสูงห่างจากถนนไปประมาณ 1 ถึง 2 กม. มีการเผาป่าบนเทือกเขา ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางคืน

อนึ่งเนื่องจากพื้นที่ ที่มีการเผาป่า ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่บนเทือกเขาสูง ส่งผลให้ควันไฟป่าลอยลงมาปกคลุมตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ที่ตั้งอยู่ในลักษณะภูมิศาสตร์ เหมือนแอ่ง ประกอบกับความกดอากาศสูง ( อากาศหนาว ) ยังคงปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ ทำให้เกิดปริมาณควันไฟป่าสะสมเหนือตัวเมือง ส่งผลให้เครื่องวัดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศที่ตั้ง ณ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตรวจวัดค่าปริมาณที่เกินค่ามาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม ทางด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยนายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ลงนามในคำสั่งประกาศจังหวัดแม่ฮ่องสอน กำหนดช่วงเวลาห้ามเผาป่าเด็ดขาด ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2563 ในส่วนของภาคเกษตรกรรม หากมีความจำเป็นต้องเผาเศษวัชพืชและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ในที่ดินทำกิน ให้ดำเนินการในห้วง 1-10 เมษายน 2563 เท่านั้น โดยให้ดำเนินการตามแผนที่ทางจังหวัดกำหนด และห้ามไม่ให้ค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

สำหรับในพื้นที่แต่อำเภอต่าง ๆ ใน 7 อำเภอของแม่ฮ่องสอน ทางนายอำเภอได้มีการจัดกิจกรรมกำจัดเชื้อเพลิงในป่า ตามหลักวิชาการ ( ชิงเผา ) และทำแนวป้องกันไฟป่า โดยมีการนำรถดับเพลิงของแต่ละ อบต. เข้ามาสนับสนุนในการควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามเข้าสู่บ้านเรือนประชาชน ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดปริมาณเชื้อเพลิงสะสมในป่า ไม่ให้หนาแน่นจนเมื่อเกิดไฟป่าจะทำให้ควบคุมสถานการณ์ยากลำบากกว่าปกติ

จากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายโดย สทอภ. (GISTDA) จากดาวเทียมระบบ VIIRS, Moids และ ข้อมูลลม วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 พบว่า ภาพรวมระดับ 9 จังหวัดภาคเหนือ พบว่ามีจุดความร้อนทั้ง 9 จังหวัดรวม 268 จุด ลดลงจากวันก่อน 56 จุด โดยพบจุดความร้อนพบมากในพื้นที่ ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนฯ และพื้นที่ เกษตร โดยพบมากที่จังหวัด จังหวัดตาก 56 จุด น่าน 56 จุด และแม่ฮ่องสอน 44 จุด ตามลำดับ