ข่าว

คำรณวิทย์ ฝากถึง “บอส อยู่วิทยา” กลับมารับความจริง อย่างลูกผู้ชาย

สปริงนิวส์ เปิดใจ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ที่นำกำลังบุกบ้านของบอส อยู่วิทยา เมื่อแปดปีที่แล้ว พร้อมประกาศลั่น “ตำรวจตาย ผมยอมไม่ได้ ถ้าไม่ได้ผู้ต้องหาตัวจริง ผมลาออก” จนกระทั่งบอสทนแรงกดดันไม่ไหว ต้องยอมมอบตัว

กลับมาเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง หลังจากอัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้องกรณีที่ “บอส อยู่วิทยา” ขับรถหรูชนตำรวจเสียชีวิต คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว มีความไม่ชอบมาพากลมากมายที่สังคมรับไม่ได้

และไม่แน่ว่า บอสอาจหลุดคดีตั้งแต่แรก ถ้าไม่มีตำรวจนายหนึ่งที่ชื่อว่า “พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง” (ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในเวลานั้น) ที่ไล่บี้แบบถึงลูกคน ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม จนในที่สุดบอสต้องยอมมอบตัว

โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เปิดใจกับสปริงนิวส์ เล่าเหตุการณ์ในวันนั้น ที่บุกถึงบ้านของบอส

“ในวันนั้น หลังจากเหตุเกิด ถ้าคดีสำคัญ ผมจะไปดูเอง เมื่อเราไปดูแล้วเนี่ย เราเห็นอยู่แล้ว ร่องรอยการชน มันเป็นอย่างไร

“แล้วที่รับไม่ได้คือ ดาบวิเชียรเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็อยู่ในเครื่องแบบตำรวจ การสืบสวนมันไม่ยาก เพราะมีร่องรอยต่างๆ อยู่แล้ว

“แต่มี สวป. ที่นั่น ไปนำคนที่ไม่ใช่ผู้ก่อเหตุ มามอบตัวแทน สิ่งนี้ผมรับไม่ได้ เพราะว่า 1. สวป. คนนั้น เป็นนายตำรวจอยู่ที่นั่น 2. ดาบวิเชียร ก็เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเขา แต่เมื่อลูกน้องตาย คุณยังไปเอาคนที่ไม่ใช่ผู้ต้องหามามอบตัวแทน

“อันนี้เป็นเหตุผลสำคัญ ที่ผมจำเป็นต้องเอาผู้กระทำผิดตัวจริงมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ ซึ่งก็เป็นไปตามที่เห็นกันในข่าว

“ผมก็ไปกดดัน แต่เขาไม่ยอมเจรจา จนในที่สุดผมก็ขอหมายศาล แล้วก็เอากำลังไป ซึ่งผมคิดว่าวันนั้นต้องเข้าค้นทั้งหมด เอาผู้กระทำผิดตัวจริงมาให้ได้

“แต่พอเราจะเอาจริง เขายอมมามอบตัว ซึ่งตอนนั้นเราก็ดำเนินคดีเต็มที่ ผมก็ให้รองผู้บัญชาการท่านหนึ่ง ที่รับผิดชอบด้านกฎหมาย ลงไปดูคดีนี้ แล้วก็บอกให้ดำเนินคดีทุกข้อหา

“อันนั้นก็คือหมดหน้าที่เรา จับกุมผู้ต้องหาตัวจริงได้แล้ว แต่ส่วนการที่มาสอบสวนกันไปสอบสวนกันมา จนเป็นเรื่องเป็นราว เวลานานมาถึง 8 ปีนี่ ก็เป็นเรื่องที่ต้องตอบคำถามให้สังคมหายข้องใจ”

บอสถูกแจ้ง 5 ข้อหา ก่อนหลายข้อหาทยอยหมดอายุความ เหลือแต่ข้อหา ขับรถชนคนตายโดยประมาท ซึ่งมีอายุความ 15 ปี หมดอายุความในปี 2570

แต่ต่อมา CNN ก็เปิดเผยว่า อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องบอส ซึ่งอย่าว่าแต่คนไทยเลย คนทั่วโลกก็รับไม่ได้

“สิ่งเหล่านี้ ต้องรีบตอบสังคม เพราะติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก แล้วตอนนี้มันก็ยิ่งมีคำถาม พูดกันไปเรื่อย คุกมีไว้ขังคนจน ผมว่าต้องรีบทำให้ปรากฏชัดเจน แล้วไม่ขัดความรู้สึกของประชาชน”

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เล่าย้อนเหตุการณ์ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว หลังเข้าไปค้นภายในบ้านบอส พบรถหรูที่ชนดาบวิเชียร และเมื่อเข้าไปมองใกล้ๆ ก็ทำให้เขารู้สึกสลดใจเป็นอย่างมาก

“มันยอมไม่ได้จริงๆ แต่ยิ่งสลดใจใหญ่ เมื่อเราเข้าไปแล้ว เปิดประตูให้เราเข้าไปแล้วเนี่ย เราลงไปที่ห้องใต้ดิน ซึ่งเป็นที่เก็บรถ

“พอเปิดผ้าคลุมรถขึ้นมา เครื่องหมายนายดาบของนายดาบวิเชียร ติดอยู่ที่ใบปัดน้ำฝน แล้วคุณเป็นผู้บังคับบัญชา ทำไมคดีมันถึงออกมาในรูปแบบนี้ ทำไม

“ผมไม่ก้าวล่วงว่าทำไมอัยการสั่งไม่ฟ้อง แต่ทำไมทางตำรวจไม่เห็นแย้ง”

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้กล่าวต่อไปว่า “คณะกรรมการต่างๆ ที่ตั้งขึ้นมา ต้องรีบทำความจริงให้ปรากฏ เพื่อตอบข้อสงสัยของประชาชน ให้กระจ่างชัด

“พยาน 2 ปากที่มาทีหลังเนี่ย มาให้การหลังจากเหตุการณ์ 7 – 8 ปี อย่างนี้มันน่าเชื่อถือเหรอ ? สังคมเขาจับตาอยู่

“ตอนนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ตั้งกรรมการขึ้นมาแล้ว ทางสำนักอัยการก็ตั้งขึ้นมาแล้ว ทางรัฐบาลก็ตั้งขึ้นมา ผมก็คอยดูว่า ชุดไหนที่จะไขข้อข้องใจให้พี่น้องประชาชนไม่คลายแคลงใจต่อไปได้

“กรรมการของตำรวจ ต้องชี้ความชัดเจนออกมาว่า สำนวนอยู่ในตำรวจเนี่ย ถึงเดือนอะไร เวลากี่เดือน แล้วอัยการสอบเพิ่มเติมมากี่ครั้ง มันถึงขาดอายุความไปหมด

“คดีนู้นก็ขาด ขาด ขาด จนเหลือคดีเดียว ในที่สุดสั่งไม่ฟ้อง แล้วมาจบด้วยดาบวิเชียรเป็นผู้กระทำผิด ซึ่งเขาไม่มีโอกาสออกมาพูดแล้ว อันนี้คือเศร้าใจ

“ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ก็คิดเหมือนผม แต่ผมไม่ทับถมองค์กรไหนนะ แต่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงแต่ละองค์กร ต้องไขข้อข้องใจให้พี่น้องประชาชน”

ส่วนสาเหตุที่ทำให้คดีนี้บานปลาย ในความเห็นของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ นั้นก็คือ วิธีคิดและวิธีทำที่ผิดตั้งแต่ต้น ถ้าทำอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก สถานการณ์ก็จะไม่เลยเถิดมาถึงขนาดนี้

“คดีขับรถประมาท เป็นเหตุให้ผู้เสียชีวิตเนี่ย มันธรรมดามากสำหรับการจราจรในเมืองไทย เทศกาลทีหนึ่งตายกันกี่ศพ เป็นร้อยศพ ทำไมมันไม่มีปัญหา

“แต่นี่คดีนี้คดีเดียว ทำไมมันบิดเบี้ยวตั้งแต่แรก ตั้งแต่เริ่มคิด ถ้าให้ผมตำหนิ ก็ขอตำหนิที่ปรึกษากฎหมายของเขา

“คุณแค่คิดก็ผิดแล้ว ไม่เอาตัวจริงมา แล้วสังคมก็เริ่มจับตาตั้งแต่ตอนนั้น ตั้งแต่ตอนที่ผมไปกดดันหน้าบ้าน สังคมจับตามาตลอด คดีนี้เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชน แต่ถ้าชนแล้วมอบตัว ไม่เป็นข่าว มันก็จบไปแล้ว

“ผมก็รักองค์กรของผม ผมไม่พูดถึงองค์กรอัยการ ผมฝากถึงท่าน ผบ.ตร. ซึ่งท่านจะเกษียณแล้ว เขาก็น้องรักผม ผมอยากรักษาองค์กรตำรวจไว้ ไม่ให้เสื่อมเสีย

“เพราะฉะนั้น กรรมการที่จะตั้งขึ้นมาเนี่ย ให้มันชัดเจนเถอะ ใครที่มีส่วนช่วยเหลือ ทำให้ตำรวจต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง กระบวนการสอบสวนตำรวจต้องบิดเบือนไป ลงโทษไปเถอะ แล้วท่านจะเกษียณด้วยความสง่างาม”

และสุดท้ายนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ฝากถึงบอส อยู่วิทยา ว่า ให้กลับมารับความจริง อย่างลูกผู้ชาย

“ผมก็ฝากว่า ให้กลับมา อย่างไปคิดมาก อายุเพิ่งแค่นั้นเอง เพิ่ง 35 แล้วสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เขาไม่ได้ตั้งใจ เขาไม่ได้ตั้งใจจะพุ่งชน มันเป็นอุบัติเหตุ

“เพราะฉะนั้นกลับมาสู้ความจริง ยอมรับความจริงไปเลยวันนั้น อุบัติเหตุมันเกิดจริงๆ มันเห็นตรงนั้นมันมืด แว็บเดียว และเราก็ไปดูแลครอบครัวของคุณวิเชียร จนเขาไม่ติดใจแล้ว

“ผมเชื่อว่าสังคมรับได้ ส่วนโทษแล้วแต่ศาลจะพิจารณาไป อย่าไปต่อรองว่า ถ้ากลับมาแล้ว ต้องรอลงอาญา อย่าไปต่อรอง

“กลับมาอย่างลูกผู้ชาย แล้วสังคมจะให้อภัยคุณ”