สุดรันทด หนูน้อยวัย 10 ปี พ่อติดคุกถูกแม่ทิ้งอุ้มน้อง 2 ขวบ ไปเลี้ยงที่โรงเรียน

14 ส.ค. 2563 เวลา 6:58 น.

สุดรันทดหนูน้อยวัย 10 ปีพ่อติดคุก ถูกแม่ทิ้งปล่อยให้อยู่กับญาติที่หาเช้ากินค่ำ พี่สาววัย10 ปี เรียนชั้น ป.4 ต้องอุ้มน้องไปเลี้ยงที่โรงเรียน นำน้องสาววัย2ขวบเดินไม่ได้ พูดไม่เป็นไปเลี้ยงในห้องเรียน วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ

วันที่ 14 ส.ค. 63 ที่โรงเรียนบ้านห้วยไม้ซอด หมู่ที่ 9 บ้านห้วยไม้ซอด ต.ปากคาด อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ นักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 นำน้องสาววัย 2 ขวบ ที่พูดยังไม่ได้ เดินไม่เป็น มาเลี้ยงในห้องเรียนด้วย เนื่องจากไม่มีญาติดูแล

สุดรันทดหนูน้อยวัย 10 ปีพ่อติดคุก ถูกแม่ทิ้งปล่อยให้อยู่กับญาติที่หาเช้ากินค่ำ พี่สาววัย10 ปี เรียนชั้น ป.4 ต้องอุ้มน้องไปเลี้ยงที่โรงเรียน นำน้องสาววัย2ขวบเดินไม่ได้ พูดไม่เป็นไปเลี้ยงในห้องเรียน วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ

จากการสอบถามนางสาวศิริอร เหลาคำ ครูสอนภาษาจีน เล่าว่าลูกศิษย์ตัวน้อยที่ต้องอุ้มน้องมาเลี้ยงที่โรงเรียนเป็นนักเรียนชั้น ป.4 และเป็นนักเรียนเรียนดีเกรดเฉลี่ยที่ออกใบรับรองให้เมื่อเดือน กรกฎาคม 2563 ผ่านมาได้ 3.35 หลังจากโรงเรียนปิดจากโควิด 19 นานหลายเดือน กระทั่งเปิดเรียนเมื่อเดือนกรกฎาคม 63 นายเดชสมัย วรรณคำโกฏิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนได้จัดโครงการออกเยี่ยมนักเรียนตามบ้าน ซึ่งมีนักเรียนเรียนกว่า 500 คน ขณะที่เปิดเรียนมาวันแรก เด็กหญิงส้ม(นามสมมุติ) มาขออนุญาตครูประจำชั้นนำน้องสาวมาเลี้ยงในห้องเรียน เนื่องจากที่บ้านไม่มีใครดูแล เพราะพ่อถูกจำคุกที่เรือนจำ ส่วนแม่เป็นคนต่างด้าว หลังคลอดน้องสาวก่อนกำหนดได้ไม่กี่เดือน ก็ทิ้งน้องหนีกลับไปบ้านเกิดในประเทศ ทำให้ต้องอาศัยอยู่บ้านย่า อายุ 60 ปี 3 คน โดยมีอาเป็นผู้เลี้ยงดูให้เงินมาโรงเรียนวันละ 20 บาท ซึ่งทั้งอาและย่าฐานะยากจน จึงต้องออกจากบ้านไปทำมาหากิน ทำให้ไม่มีใครดูแลน้องซึ่งเดินยังไม่ได้และพูดไม่เป็น เพราะน้องคลอดก่อนกำหนด จึงไม่แข็งแรง เมื่อพี่สาวมาโรงเรียนแล้วกลางวันจะไม่มีใครอยู่บ้าน จึงต้องขออนุญาตคุณครูให้นำเอาน้องสาวมาเลี้ยงในห้องเรียนด้วย ก็จะมีทั้งเพื่อนๆ นักเรียนและคุณครูช่วยกันดูแล โดยให้น้องนั่งอยู่บนรถเข็น

ทางด้าน นายเดชสมัย วรรณคำโกฏิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน เล่าว่า เด็กหญิงส้ม เป็นเด็กที่เรียนดีเกรดเฉลี่ย ได้ 3.5 ขึ้นทุกเทอม แต่มาระยะหลังนี้ช่วงนำน้องมาเลี้ยงในห้องเรียนด้วย ทำให้เป็นภาระและไม่มีสมาธิในการเรียน จึงทำให้ผลการเรียนลดต่ำลงกว่ามาตรฐานที่เคยทำไว้ แต่เนื่องจากไม่มีญาติช่วยดูแลด้วยอยู่ที่บ้านจึงต้องจำเป็นพาน้องสาวเข้ามาเลี้ยงดูในห้องเรียนด้วย บางวันย่ากับอาไม่อยู่บ้านก็ได้มอบหมายให้คุณครูจันทร์เพ็ญ มหาชัย ครูประจำชั้น ป.3/2 และครูการเงินใช้รถส่วนตัวไปรับ-ส่ง พร้อมกับทำกับข้าวจากโรงเรียนไปส่งถึงบ้านพักอีกด้วย ก็ได้แจ้งไปทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบึงกาฬได้ลงพื้นที่มาดูแลและประเมินสภาพแวดล้อมและชุมชนไปแล้ว ส่วนบ้านพักของเด็กหญิงส้ม ก็พบว่าดูไม่แข็งแรง หลายแห่ง ประตูก็ปิดล็อคไม่ได้ทั้งห้องน้ำห้องส้วมห้องครัวฝาบ้านก็ยังทำไม่เสร็จหลายแห่ง จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อร่างกายและทรัพย์สินได้ จึงขอวอนผู้ใจบุญได้ช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านให้ เด็กหญิงส้มและน้องสาวได้อยู่อย่างปลอดภัยด้วย